โครงการด้านนโยบาย ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความเป็นมา

ประเทศไทยตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ให้ได้ร้อยละ 20 – 25 จากกรณีปกติภายในปี พ.ศ. 2573 และกำหนดมาตรการและเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินงานระหว่าง พ.ศ. 2564 – 2573 โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะ นอกจากนี้ยังได้กำหนดการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งหมด 6 สาขาได้แก่ การจัดการน้ำ เกษตรกรรม สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยว และการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์

ความท้าทายที่สำคัญสำหรับประเทศไทย คือการนำเป้าหมายและหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การปฏิบัติในแต่ละภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในด้านการทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก การประเมินความเสี่ยงและความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้หลักทางวิทยาศาสตร์นั้นมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายของหน่วยงานภาครัฐ ที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์

วัตถุประสงค์

เพื่อให้รัฐบาลไทยมีศักยภาพและความสามารถในการพัฒนานโยบายเข้าสู่ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถปรับตัวต่อเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์

แนวทางการดำเนินงาน

ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทำงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในการพัฒนานโยบายของประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งการดำเนินงานในระดับท้องถิ่น การตรวจวัด การรายงานและทวนสอบ การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสนับสนุนด้านการเงิน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อบูรณาการการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การดำเนินงานของแต่ละภาคส่วน

ผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา

  • มีการติดตามและประเมินผลการทำงานตามแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2593) เสนอปัญหา และข้อแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับปรุงแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การรวบรวมข้อมูลกฎหมายและกลไกที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กลไกการทำงานในแต่ละภาคส่วน การวิเคราะห์ประสบการณ์จากต่างประเทศในการร่างกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเงิน และได้นำเสนอสำหรับการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับแรกของประเทศไทย
  • จัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดจำนวน 60 จังหวัด เพื่อนำความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปบูรณาการเข้าสู่กระบวนการวางแผนพัฒนาจังหวัด
  • สนับสนุน สผ. ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของประเทศไทยในคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยการจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือในอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนดำเนินงานสำหรับประเทศไทยซึ่งระบุถึงโอกาสของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านสาธารณสุข การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมระดับภูมิภาคในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ประเทศไทยได้เข้าร่วมกลุ่ม Nitric Acid Climate Action Group (NACAG) และเข้าร่วมเป็น NDC Partnership ทำให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมบนเวทีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติมากขึ้น อีกทั้งได้ยกระดับความมุ่งมั่นของประเทศในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและประเทศเยอรมนีได้ร่วมกันลงนามปฏิญญาว่าด้วยการลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เข้าร่วม NDC Partnership ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563

สนับสนุนงบประมาณโดย

กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณูและคุ้มครองผู้บริโภค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV)

ประเทศ

ประเทศไทย

หน่วยงานร่วมดำเนินงาน

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

ม.ค. 2561 – เม.ย 2565

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ดร.อังคณา เฉลิมพงศ์
Email:   angkana.chalermpong(at)giz.de

สิ้นสุด วันที่ 20 ส.ค. 2563

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)