ผู้กำหนดนโยบายในไทยร่วมหารือแนวทางส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานยานยนต์

ประชุมเชิงปฏิบัติการ “Thailand’s Fuel Efficiency Policy Initiative Coalition”
- สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และโครงการ IMPROVE โดย GIZ ร่วมกันจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Thailand’s Fuel Efficiency Policy Initiative Coalition”
- ผู้มีส่วนได้เสียจากภาครัฐร่วมรับฟังนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์จากผู้เชี่ยวชาญในไทยและต่างประเทศด้านการพัฒนานโยบาย เศรษฐกิจ และเทคนิค
- ผู้แทนจากภาครัฐกว่า 10 หน่วยงานร่วมกันประเมินและหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะนำนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์มาใช้ในไทย
วันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 โครงการส่งเสริมมาตรการ แนวทาง และแผนงานเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพยานยนต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Introducing Measures, Pathways and Roadmaps for Optimising Vehicle Efficiency and Electrification: IMPROVE) ซึ่งดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Thailand’s Fuel Efficiency Policy Initiative Coalition” เพื่อเจาะลึกถึงการพัฒนานโยบายส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ณ โรงแรมพูลแมน พัทยา จี จังหวัดชลบุรี
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อมาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์ของนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ในปัจจุบัน นโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคคมนาคมขนส่ง รูปแบบนโยบายจากต่างประเทศ และการคำนวณกรณีฐานของประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะทำให้มั่นใจได้ว่านโยบายจะพัฒนาขึ้นโดยมีข้อมูลที่รอบด้าน สามารถปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของประเทศไทย
ผู้แทนจากภาครัฐอีก 9 หน่วยงานได้ร่วมประชุมในครั้งนี้ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมการขนส่งทางบก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

คุณชุตินธร มั่นคง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการขนส่งที่ยั่งยืน สำนักแผนความปลอดภัย สนข. กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ
คุณชุตินธร มั่นคง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการขนส่งที่ยั่งยืน สำนักแผนความปลอดภัย สนข. ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญและผลดีของการนำนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ไปใช้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคคมนาคมขนส่ง ตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนด รวมถึงความสำคัญของการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวของในการออกแบบและดำเนินนโยบายที่ซับซ้อนเช่นนี้

[จากซ้ายไปขวา] คุณปพนธนัย นันทชัชวาลย์กุล ผู้จัดการโครงการ IMPROVE คุณดึง-ชอน เติ้น ที่ปรึกษาการวิจัยจาก ICCT คุณฐิติภัทร ดอกไม้เทศ ผู้จัดการแผนกพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมยานยนต์จากสถาบันยานยนต์ คุณสุนทร ตันมันทอง นักวิจัยอาวุโสจาก TDRI ร่วมบรรยายในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้
เพื่อเป็นการปูพื้นฐาน คุณปพนธนัย นันทชัชวาลย์กุล ผู้จัดการโครงการ IMPROVE ได้อธิบายให้เห็นภาพถึงความเชื่อมโยงของนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์และนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเน้นย้ำถึงผลกระทบของการปล่อยไอเสียจากยานพาหนะที่ส่งผลต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมของประเทศ ถัดมา คุณฐิติภัทร ดอกไม้เทศ ผู้จัดการแผนกพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมยานยนต์จากสถาบันยานยนต์ได้นำเสนอภูมิทัศน์ของนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่านโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันเน้นการสร้างแรงจูงใจมากกว่าการบังคับผู้ผลิตยานยนต์
เพื่อให้เห็นตัวอย่างจากต่างประเทศ คุณสุนทร ตันมันทอง นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้นำเสนอมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานเฉลี่ยขององค์กร (Corporate average fuel efficiency standard) ที่ใช้อยู่ในประเทศผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ มาตรการนี้จะกำหนดเป้าประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับรถยนต์แต่ละประเภท โดยผู้ผลิตรถยนต์ต้องทำให้ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานเฉลี่ยรายปีของรถยนต์ทุกประเภทที่ผลิตอยู่ภายในเป้าหมายที่กำหนด แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ผลิตมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการสัดส่วนรถยนต์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตน และส่งผลให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกรถยนต์ที่หลากหลายกว่า เมื่อเทียบกับมาตรฐานแบบต่อคัน (Per-vehicle) ที่ประเทศไทยใช้ ซึ่งรถยนต์แต่ละประเภทจะถูกประเมินเป็นรายคันว่าผ่านเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ ต่อมา คุณดึง-ชอน เติ้น ที่ปรึกษาการวิจัยจากสภาระหว่างประเทศว่าด้วยการขนส่งที่สะอาด (International Council on Clean Transportation: ICCT) ได้อธิบายรายละเอียดเชิงเทคนิคและวิธีการคำนวณกรณีฐาน ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นในการกำหนดเป้าหมายของมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ โดยกระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลยานพาหนะที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล

ผู้เข้าร่วมฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวเลือกนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ในการประชุมกลุ่มย่อย
ในช่วงสุดท้าย ทีมที่ปรึกษาได้นำเสนอทางเลือกของนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ต่อผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาภายใต้โครงการ IMPROVE เป็นระยะเวลาหลายเดือน โดยทางเลือกประกอบด้วยการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต และการกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานเฉลี่ยขององค์กร ในการหารือกลุ่มย่อย ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันพิจารณาความเกี่ยวข้องของนโยบายเหล่านี้กับเป้าหมายขององค์กรตนเอง อภิปรายแนวทางการปรับปรุง และประเมินความเป็นไปได้ของการนำแนวทางใดแนวทางหนึ่งมาใช้ ข้อคิดเห็นส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบังคับใช้มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ หากประเทศไทยต้องการดำเนินนโยบายนี้ จะต้องคำนึงถึงกระบวนการออกกฎระเบียบที่ใช้เวลานาน ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่ามาตรฐานนี้จะสามารถนำมาใช้ได้ทันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) หรือไม่
นอกจากนี้ การกำหนดกระบวนการทางเทคนิคมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการแบ่งบทบาทและความรับผิดชอบ โดยเห็นพ้องกันว่าควรมีแพลตฟอร์มกลางสำหรับการรวบรวม ตรวจสอบ และคำนวณข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายนี้และนโยบายอื่นที่คล้ายคลึงกันในอนาคต สุดท้าย มาตรฐานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม

การนำเสนอผลจากการหารือกลุ่มย่อย
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เปิดเวทีสำหรับการแบ่งปันองค์ความรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และยังเปิดพื้นที่สำหรับการอภิปรายและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายเข้าใจนโยบายลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากทุกภาคส่วนล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนและรักษามาตรการด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในภาคการขนส่ง ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป
คุณปพนธนัย นันทชัชวาลย์กุล
ผู้จัดการโครงการ IMPROVE
อีเมล: papondhanai.nanthachatchavankul(at)giz.de
ข่าวที่เกี่ยวข้อง