ไทยเตรียมความพร้อมสู่ COP 30: ถอดบทเรียนจากผู้แทนเจรจาไทยในการประชุมเตรียม COP UNFCCC

22 กันยายน พ.ศ. 2568 – คณะผู้แทนเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากองค์กรต่างๆ ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมการประชุมสมัชชาประเทศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของชาติของ UNFCCC ครั้งที่ 30 (COP 30) เป็นเวลา 2 วัน ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมมือกับโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (CCMB) ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าร่วมการประชุม COP 30 ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
คุณปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานหลักของประเทศไทยต่อ UNFCCC ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การเสริมสร้างความเข้าใจต่อวาระสำคัญในการเจรจา COP ตลอดจนการยกระดับกลยุทธ์การเจรจาเพื่อให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพในเวทีโลก

คุณปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. กล่าวเปิดงานและชี้แจงถึงความคาดหวังต่อผู้แทนเจรจาไทยในการประชุม COP 30

ดร.อังคณา เฉลิมพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการ CCMB โดย GIZ แบ่งปันประสบการณ์ ในฐานะอดีตผู้แทนเจรจาของประเทศไทย
การเสริมสร้างทักษะการเจรจา
หนึ่งในไฮไลต์ของการประชุมคือการบรรยายว่าด้วย “เทคนิคการเจรจาระหว่างประเทศ” โดยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนำเสนอปัจจัยความสำเร็จของการเจรจา ความท้าทาย และการเตรียมความพร้อมที่จำเป็น โดยผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสฝึกใช้ทักษะเหล่านี้ผ่านการจำลองการเจรจา COP ในประเด็น Mitigation Work Program และ เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation) โดยมีการจัดทำร่างข้อความการเจรจาจำลองและฝึกการใช้เทคนิคการเจรจาในสถานการณ์จริง

ความรู้พื้นฐานด้านการเจรจาระหว่างประเทศ โดย ดร.ชาลี กาญจนกุญชร และคุณศศิญาดา เนาวนนท์ จากกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมองค์การระหว่างประเทศ

การจำลองการเจรจา COP
ทบทวนผลการประชุม COP 29: ความสำเร็จและความท้าทาย
ผู้แทนเจรจายังได้ร่วมกันทบทวนบทเรียนจากการประชุม COP 29 เมื่อปีที่ผ่านมา ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยเน้นถึงผลสำเร็จ ประสบการณ์ที่ได้รับ และสิ่งที่ต้องนำไปปรับใช้ในการเจรจาครั้งต่อไป โดยผู้เข้าร่วมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างคณะผู้เจรจาไทย และการสร้างการรับรู้ต่อบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลกให้ชัดเจนมากขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นที่ COP 30? – การกำหนดลำดับความสำคัญและวางแนวทางการดำเนินงานของประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้คือ การลำดับความสำคัญของประเด็นเจรจาของประเทศไทยสำหรับการประชุม COP 30 และการวางแผนยุทธศาสตร์ในอนาคต โดยได้มีการหารือในหัวข้อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม หรือ just transition ซึ่งระบุช่องว่างและโอกาสของประเทศไทย การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศอื่นๆ ผู้เข้าร่วมยังได้หารือถึงการทำงานร่วมกันทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น ระหว่าง UNFCCC อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อสู้กับการแปรสภาพเป็นทะเลทราย นอกจากนี้ยังมีการทบทวนความคืบหน้าจากการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ครั้งที่ 62 (SB62) และวาระสำคัญของ COP 30
การเตรียมการของประเทศไทยสู่ COP 30 มีดังนี้:
- การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation): ประเทศไทยมีแผนจะยื่น เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 2035) ของประเทศไทย ก่อนการประชุม COP 30 โดยได้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงขึ้น พร้อมทั้งเร่งรัดการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) (ข้อมูล ณ วันที่ 8-9 กันยายน พ.ศ. 2568)
- การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation): ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ตัวชี้วัดภายใต้เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation)โดยได้เตรียมพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและตัวชี้วัด พร้อมทั้งเดินหน้านำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP) ไปใช้ พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีการปรับตัวในระดับประเทศ
- ด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate finance): ประเทศไทยกำลังจัดทำแผนเพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ ทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการทำงานผ่านแผนประเมินความต้องการทางการเงินและแผนการลงทุนสำหรับ NDC นอกจากนี้ ในระดับประเทศยังกำลังผลักดันการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ และการนำมาตรฐานกลางของประเทศไทยที่ใช้เป็นแนวทางในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) ไปใช้เพื่อกำหนดแนวทางสำหรับการลงทุนที่ยั่งยืน
- การปฏิบัติการเพี่อเสริมพลังด้านสภาพภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment: ACE):ประเทศไทยมุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น มีบทบาทในการกำหนดและขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศได้
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้แทนจากภาคพลังงาน อุตสาหกรรม ของเสีย เกษตร ป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากการประชุม COP ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมแก่คณะผู้เจรจาสำหรับความท้าทายในการประชุม COP ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งประเทศไทยพร้อมเข้าร่วมประชุม COP 30 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมผลักดันกับประชาคมนานาชาติให้การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของโลกให้ทะเยอทะยานยิ่งขึ้น

กระบวนการและความคาดหวังใน COP 30 และวิธีการใช้ข้อมูลของ UNFCCC โดยผู้แทนจาก UNFCCC-IGES Regional Collaboration Centre ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม โดยคุณสุชาติ คล้ายแก้ว หัวหน้าโครงการ IKI JET ประเทศไทย GIZ

