TGED จัดสัมมนาออนไลน์เจาะลึกเรื่องใบรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร (EPC)

คุณอาร์เนอร์ ฮอลเลิน (dena) ได้นำเสนอภาพรวมเชิงลึกของกรอบระบบ EPC
- EPC หรือใบรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร เป็นเอกสารทางการที่ใช้ประเมินและจัดระดับการใช้พลังงานของอาคาร บริษัท หรือที่อยู่อาศัย ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อและผู้เช่าเข้าใจค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน
- เยอรมนีใช้ระบบนี้มาอย่างยาวนานและทำให้เห็นว่าระบบ EPC ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยให้เจ้าของอาคาร ผู้เช่า และนักลงทุน สามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบได้อย่างโปร่งใส
- การนำระบบ EPC มาปรับใช้ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น กฎระเบียบด้านอาคารที่ไม่มีเอกภาพ ข้อจำกัดด้านข้อมูล ช่องว่างด้านศักยภาพของผู้ประเมิน และการปรับระบบ EPC ที่มีอยู่แล้วให้สอดคล้องกับความพร้อมของตลาดและสภาพภูมิอากาศเฉพาะในแต่ละพื้นที่
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โครงการเวทีหารือด้านพลังงานระหว่างไทยและเยอรมนี (Thai-German Energy Dialogue: TGED) ได้จัดการสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “การสร้างระบบใบรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร (EPC): บทเรียนจากเยอรมนีและนานาประเทศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจความร่วมมือทวิภาคีของ TGED ในการส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั้งประเทศไทยและเยอรมนี
ใบรับรองประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร (Energy Performance Certificate: EPC) เป็นเอกสารทางการที่ใช้ประเมินและจัดระดับการใช้พลังงานของอาคาร บริษัท หรือที่อยู่อาศัย โดยแสดงระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงช่วยให้ผู้ซื้อและผู้เช่าสามารถเข้าใจค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน EPC ถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารในสหภาพยุโรป (EU) และช่วยให้การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้พลังงานระหว่างอาคารเป็นไปได้อย่างสะดวกและโปร่งใส
ในช่วงกล่าวเปิดงาน คุณมาร์ติน ชเติร์สเซิล เจ้าหน้าที่ด้านนโยบายจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) และ ดร.พงศ์พันธุ์ วรสายัณห์ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเยอรมนีและไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านประสิทธิภาพพลังงาน โดยคุณชเติร์สเซิล ได้ย้ำถึงประสบการณ์กว่า 20 ปีของยุโรปในการใช้ระบบ EPC ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพพลังงานของอาคาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความโปร่งใสด้านข้อมูลแก่ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการออกแบบระบบที่ชัดเจน มีกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกัน และการใช้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ เช่น Digital Building Passports (DBPs) หรือ บัตรประจำตัวอาคาร ซึ่งเป็นระบบบันทึกข้อมูลอาคารในรูปแบบดิจิทัล ด้าน ดร.พงศ์พันธุ์ระบุว่า ประสบการณ์ของเยอรมนีด้าน EPC สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยได้ โดยเน้นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงานของไทย

คุณวิศรุต เมธาสิทธิ์ บรรยายเกี่ยวกับนโยบายประสิทธิภาพพลังงานอาคารของประเทศไทยและเส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
สำหรับทิศทางนโยบายของประเทศไทย คุณวิศรุต เมธาสิทธิ์ วิศวกรชำนาญการจาก พพ. ได้บรรยายเกี่ยวกับนโยบายด้านประสิทธิภาพพลังงานอาคารของประเทศไทยและเส้นทางสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) โดยอธิบายว่า ยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนผ่านกฎระเบียบ เช่น กฎหมายอาคารอนุรักษ์พลังงาน (Building Energy Code: BEC) กลไกทางการเงินภายใต้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund) และรูปแบบธุรกิจบริษัทบริการด้านพลังงาน (ESCOs) นอกจากนี้ โครงการสนับสนุนอย่างมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) ยังช่วยชี้นำการลงทุนไปสู่ภาคอาคารที่ปล่อยคาร์บอนต่ำและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายระดับประเทศจำเป็นต้องเร่งยกระดับสมรรถนะพลังงานทั้งในอาคารใหม่และอาคารที่มีอยู่เดิม

คุณอาร์เนอร์ ฮอลเลิน อธิบายแนวทางการปรับใช้ EPC จากประสบการณ์ของเยอรมนีให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
ในนามของหน่วยงานด้านพลังงานของเยอรมนี German Energy Agency (dena) คุณอาร์เนอร์ ฮอลเลิน ได้นำเสนอภาพรวมเชิงลึกของกรอบระบบ EPC ที่เกิดขึ้นในเยอรมนี โดยอธิบายว่า EPC ทำหน้าที่เสมือน “ตรารับรองคุณภาพ” ของอาคาร เป็นการยืนยันว่าอาคารที่มีใบรับรองได้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างถูกต้องและระบบนี้ยังสร้างความโปร่งใสในตลาดสำหรับผู้ซื้อ ผู้เช่า และนักลงทุน ทั้งนี้ ระบบ EPC ของเยอรมนี แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบประเมินจากความต้องการใช้พลังงานของอาคาร (Demand-based) ซึ่งใช้ประเมินสมรรถนะพลังงานของอาคารและแบบอ้างอิงการใช้พลังงานจริง (Consumption-based) ซึ่งสะท้อนรูปแบบการใช้พลังงานจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้อาคาร โดยการแบ่งเป็นสองประเภทช่วยในการเปรียบเทียบอาคารประเภทต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยคุณฮอลเลิน ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ EPC ที่จะกระตุ้นให้ผู้คนอยากปรับปรุงอาคารและช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการปรับใช้ EPC ให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทยต้องคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของอาคารในเขตร้อน เช่น การใช้ระบบการทำความเย็น การออกแบบกันแดด และการระบายอากาศตามธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน และการรับรองคุณสมบัติของผู้ออกใบรับรอง EPC
ช่วงถาม-ตอบได้มีการพิจารณาแนวทางปฏิบัติจริงให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและอาเซียน โดยผู้ร่วมเสวนาได้อภิปรายถึงความแตกต่างของต้นทุนระหว่าง EPC แต่ละประเภท รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงาน เช่น ความเคยชินในการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ คุณฮอลเลิน ยังชี้ให้เห็นว่า แม้หลายประเทศในอาเซียนจะมีกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว แต่การใช้ระบบ EPC ส่วนใหญ่ยังเป็นไปในลักษณะสมัครใจ ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างเพื่อการต่อยอดในอนาคต การเสวนาสรุปว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างยุโรป เยอรมนี และประเทศไทย จะส่งเสริมการพัฒนากรอบ EPC ที่น่าเชื่อถือ เหมาะสมกับบริบทด้านภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ
โครงการความร่วมมือด้านพลังงานไทย-เยอรมัน (TGED) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) และดำเนินงานโดย GIZ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลเยอรมนีในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในระดับนานาชาติ ความร่วมมือดังกล่าวผสานการเจรจาระดับนโยบายเข้ากับการแลกเปลี่ยนทางเทคนิค เพื่อสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อมูลกฎหมายด้านพลังงานอาคารทั่วโลก แบ่งตามประเภทและสถานะการบังคับใช้ นำเสนอโดยคุณอาร์เนอร์ ฮอลเลิน
ทิม นีส์
ผู้จัดการโครงการ TGED
อีเมล:tim.nees(at)giz.de