Urban-Act ชูแนวทางรับมือ “เกาะความร้อนในเมือง” มุ่งสู่การพัฒนาเมืองยั่งยืน

ประเด็นสำคัญ:
- ภาพรวมเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island: UHI) โดยอธิบายสาเหตุที่พื้นที่เมืองดูดซับและกักเก็บความร้อนได้มากกว่าพื้นที่ชนบทจนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น
- กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จจากการรับมือกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นผิวถนนที่ช่วยลดความร้อน และการวางผังเมืองที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ
- จากกรณีศึกษาผลกระทบของปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเขตกรุงเทพมหานครระบุว่าการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและการขาดพื้นที่สีเขียวทำให้ปัญหาเกาะความร้อนเมืองในกรุงเทพฯ รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอาคารหนาแน่น
- หารือถึงวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวว่านักวางผังเมืองจะใช้กลยุทธ์การแบ่งโซนและการวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อลดผลกระทบจากเกาะความร้อนในเมือง โดยเฉพาะในชุมชนเปราะบางได้อย่างไร
หนึ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏเด่นชัดมากขึ้นในเมืองใหญ่ คือ ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island: UHI) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในพื้นที่เมืองสูงกว่าพื้นที่ชนบทโดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ โดยสาเหตุมาจากกิจกรรมต่างๆ ที่มนุษย์ทำ การก่อสร้างที่หนาแน่น และการมีพื้นที่สีเขียวจำกัด ผลที่ตามมาคืออุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การใช้พลังงานที่สูงขึ้น และลดคุณภาพชีวิตโดยรวม
ความร้อนสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้ เช่น อาการอ่อนเพลียจากความร้อนและโรคลมแดด นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ เช่น หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงทำให้อาการของโรคเรื้อรังที่มีอยู่เดิม เช่น โรคไตหรือโรคปอด ทรุดหนักลงได้ — ทั้งนี้ ความร้อนที่รุนแรงสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคน
“เมือง” ไม่สามารถรอได้อีกต่อไป — ปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการดำเนินการอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เมืองกลายเป็นเตาอบที่ร้อนเกินกว่าจะทานทนได้ การแก้ไขปัญหาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งทั้งสำหรับนักวางผังเมืองและชุมชน
เพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญนี้ โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ และการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้จัดการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “เกาะความร้อนในเมืองกับการพัฒนาเมือง” ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระราม 9 เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567 โดยมีนักผังเมือง ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับท้องถิ่นสนใจเข้าร่วมกว่า 100 คน และร่วมกันหารือถึงแนวทางการสร้างเมืองที่ยั่งยืนและสามารถฟื้นตัวได้เมื่อได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยลดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ทางสังคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด หรือเพื่อปรับตัวต่อกระทบที่ต้องเผชิญได้เป็นอย่างน้อย

การประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกสองเดือนโดยโครงการ Urban-Act และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางแก้ไขปัญหาในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ “เกาะความร้อนในเมือง”
เกาะความร้อนในเมืองเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพฯ และเขตเมืองใหญ่ในประเทศไทย
เมื่อพื้นที่เมืองขยายตัวและพื้นที่สีเขียวลดลง ปัญหาเกาะความร้อนในเมืองจะทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เมืองร้อนขึ้นและน่าอยู่น้อยลง
สำหรับนักวางแผนเมือง การแก้ไขปัญหาเกาะความร้อนในเมืองเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เมืองมีคุณภาพ น่าอยู่ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประชาชน การแก้ปัญหานี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพอากาศ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพจากความร้อน และยกระดับสิ่งแวดล้อมโดยรวม ซึ่งจะทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

คุณอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการวางผังเมือง ยผ. ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองในประเทศไทย และการบูรณาการความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤติภูมิอากาศเพื่อพัฒนาเมือง พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของกรมฯ ในการสนับสนุนกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดร.มาร์ติน คลาร์ก ผู้ประสานงานด้านความยืดหยุ่นของเมืองจากกลุ่มสังเกตการณ์โลก (GEO) บรรยายหัวข้อ “การติดตามและทำแผนที่ความร้อนในเมืองผ่านมุมมองระดับโลก”
แนวทางระดับโลกในการลดผลกระทบจากเกาะความร้อนในเมือง (UHI)
ดร.มาร์ติน คลาร์ก ได้นำเสนอแนวทางจัดการปัญหาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองจากทั่วโลก โดยอธิบายว่าการทำแผนที่และติดตามความร้อนในเมืองสามารถช่วยระบุจุดที่มีความร้อนสูง และชุมชนที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างไร โดยการใช้เทคโนโลยี เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมและการสำรวจระยะไกล ซึ่งจะช่วยให้เมืองต่างๆ มีข้อมูลเพื่อการตัดสินใจแก้ปัญหาจุดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ควรเพิ่มพื้นทีสีเขียวที่ไหน ใช้วัสดุปูพื้นแบบลดความร้อน หรือการปรับปรุงการแบ่งเขตพื้นที่หนาแน่นสูงอย่างไร นอกจากนี้การผสานข้อมูลเกาะความร้อนในเมืองในระดับต่างๆ เช่น ย่านชุมชน เมือง และภูมิภาค ยังช่วยพัฒนาแนวทางลดความร้อนที่เจาะจงเฉพาะพื้นที่นั่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางท้องถิ่นในการจัดการเกาะความร้อนในเมือง (UHI) ในกรุงเทพฯ
ปัญหาคลื่นความร้อนที่รุนแรงไม่ใช่ปรากฎการณ์ที่ไกลตัวสำหรับคนไทยอีกต่อไป ในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา หลายพื้นในประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กรุงเทพฯ เผชิญกับดัชนีความร้อนที่สูงเกิน 52°C และกว่า 30 อำเภอใน 77 จังหวัดมีสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน ซึ่งโดยทั่วไปเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี แต่ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่อุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501

ดร.ดารารัตน์ คำเชียงตา อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรยายในหัวข้อ “เกาะความร้อนในเมืองและปัจจัยที่ส่งผลต่อความร้อนในกรุงเทพฯ”
ดร.ดารารัตน์ คำเชียงตา อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองในกรุงเทพฯ โดยชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและการขาดพื้นที่สีเขียวซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิในเมืองสูงขึ้น ดร.ดารารัตน์แนะนำวิธีแก้ปัญหา เช่น การสร้างหลังคาเขียว การปลูกต้นไม้ และการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว เพื่อลดผลกระทบของ UHI นอกจากนี้ ยังเน้นความสำคัญของโครงการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน เช่น การปลูกต้นไม้ในท้องถิ่นจะช่วยให้เมืองเย็นลง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการดูดซับความร้อน แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอีกด้วย
การวางผังเมืองเพื่อลดผลกระทบจากปรากฎการณ์เกาะความร้อนเมือง (UHI)

คุณราชา อัศวนนท์ นักวิจัยจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (SEI) เอเชีย นำเสนอมุมมองด้านการวางผังเมืองและความเปราะบางต่อการจัดการความร้อนในเมืองและการรับมือกับความไม่เท่าเทียมในสังคมเมือง
คุณราชา อัศวนนท์ นักวิจัยจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (SEI) เอเชีย ได้นำเสนอว่า การวางผังเมืองสามารถบรรเทาผลกระทบของเกาะความร้อนในเมือง โดยเฉพาะในชุมชนที่มีความเปราะบางและความเสี่ยงสูงได้อย่างไรบ้าง โดยเสนอว่าควรปรับนโยบายการจัดสรรพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดผลกระทบของเกาะความร้อนในเมือง เช่น การขยายพื้นที่เปิดโล่ง การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และการอนุรักษ์เส้นทางการไหลของอากาศตามธรรมชาติ ด้วยการปรับการออกแบบเมืองและนโยบาย เมืองจึงจะสามารถลดความร้อนสะสมและเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวได้โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูง
คุณราชายังย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างนักวางผังเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม และรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อสร้างนโยบายที่ครอบคลุมการจัดการปัญหาเกาะความร้อนในเมือง ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมือง
ในช่วงท้ายของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้ คุณไฮน์ริช กูเดนุส ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act ได้ย้ำถึงความสำคัญของการผสานความรู้ในท้องถิ่นเข้ากับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับโลก เพื่อจัดการกับปรากฎการณ์เกาะความร้อนในเมือง โดยโครงการ Urban-Act มุ่งมั่นทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศไทยเพื่อการพัฒนาวิธีแก้ปัญหาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
Urban Act: Joint action for climate-friendly and resilient cities Gallery
ไฮน์ริช กูเดนุส
ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act
อีเมล: heinrich.gudenus(at)giz.de
ข้อมูลโครงการ Urban-Act
โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ และการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) เป็นโครงการในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) โดยกระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาเมืองแบบคาร์บอนต่ำและฟื้นตัวได้ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดำเนินการใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย หน่วยงานดำเนินงานระดับภูมิภาค ประกอบด้วย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) องค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) มหาวิทยาลัยชตุทการ์ท และมหาวิทยาลัยดอร์ทมุนท์ ประเทศเยอรมนี โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (สป.มท.) กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานหลักในประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


