SPOPP CLIMA เปิดตัว CLIMAX Pro โปรแกรมคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยล่าสุดได้มีการพัฒนาโปรแกรมไคลแม็กซ์ โปร (CLIMAX Pro) เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint) ในกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น
โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SPOPP CLIMA) ที่ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) ได้ออกแบบโปรแกรม CLIMAX Pro มาให้เกษตรกรใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งช่วยให้กลุ่มเกษตรกรสามารถวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมัน พร้อมระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซได้ เพื่อจัดลำดับแนวทางในการลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับแต่ละกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ ผู้จัดการภาคสนามโครงการ SPOPP CLIMA กล่าวถึงที่มาของชื่อโปรแกรมว่า “CLIMAX Pro มาจากคำว่า Climate (สภาพภูมิอากาศ) Maximise (ทำให้มากที่สุด) และ Net Profit (กำไรสุทธิ) โดยโปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้สามารถบรรเทาผลกระทบและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มกำไรสุทธิในระดับสูงสุดให้เกษตรกร”
เรียนรู้หลักการทำงานของโปรแกรม CLIMAX Pro

แดชบอร์ดแสดงภาพข้อมูล CLIMAX Pro
จุดเด่นของ CLIMAX Pro คือเป็นโปรแกรมโอเพนซอร์ส (Open Source) ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ และผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ มีรูปแบบการคำนวณตามข้อกำหนดและแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ว่าโปรแกรมนี้น่าเชื่อถือและได้มาตรฐานในระดับประเทศ นอกจากนี้ หน้าจอการใช้งานของโปรแกรม (User Interface: UI) ยังได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและจัดการฐานข้อมูลได้อย่างสะดวก และแม่นยำ
CLIMAX Pro ยังช่วยวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการปลูกปาล์มน้ำมันจากข้อมูลที่เกษตรกรรวบรวมได้ พร้อมประมวลผลและสรุปข้อมูลในรูปแบบภาพที่เข้าใจง่ายและชัดเจนว่ากิจกรรมใดของการทำสวนปาล์มน้ำมันที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดและรองลงมา ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมและแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต
โครงการฯ ได้ทดสอบโปรแกรม CLIMAX Pro ในช่วงนำร่องระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมต่างได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมนี้ รวมถึงได้เข้าอบรมและทดลองปฏิบัติในแปลงสาธิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปคำนวณและปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพหลังจบระยะนำร่อง

เสียงสะท้อนจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อย

คุณนัณฐพร กลับส่ง กรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร ได้แบ่งปันความประทับใจหลังทดลองใช้ CLIMAX Pro “โปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือแบบครบวงจรที่ใช้งานง่าย และช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่จำเป็นต่อการคำนวณคาร์บอนในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งเป็นระบบการทำงานเดียวที่รวบรวมทุกขั้นตอนการใช้งานไว้ด้วยกัน ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น”
นอกจากการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์แล้ว โปรแกรมนี้ยังสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) และการปฏิบัติตาม EU Deforestation Regulation หรือ EUDR ซึ่งเป็นกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าได้อีกด้วย ในฐานะตัวแทนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทรที่ร่วมใช้โปรแกรม CLIMAX Pro ในระยะนำร่อง เธอตั้งใจจะแนะนำโปรแกรมนี้ให้กับสมาชิกในกลุ่มและเริ่มคำนวณคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

คุณยุทธนา จรุงการ ผู้จัดการกลุ่ม/เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO-พังงา เล่าว่า “รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจที่ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ปริมาณการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อทดแทนปุ๋ยเคมี การใช้พลังงานตั้งแต่การบวนการทำสวนปาล์ม การขนส่ง ไปจนถึงการปลูกพืชแซม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ และมีความหมายได้มากขนาดนี้ ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนว่าการทำสวนปาล์มน้ำมันเชื่อมโยงกับประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศอย่างไร จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับผมและเกษตรกรคนอื่น ๆ ในการก้าวไปข้างหน้าและร่วมกันพัฒนาการทำสวนปาล์มเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง”
ภาคเอกชนพร้อมก้าวไปด้วยกันเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์

คุณปานรดา วงศ์สุวรรณ ผู้จัดการส่วนหน่วยงานภาพลักษณ์องค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) กล่าวในฐานะที่บริษัท GGC เป็นองค์กรพันธมิตรหลักของโครงการ SPOPP CLIMA ว่า ข้อมูลภาคสนามที่รวบรวมในระยะนำร่องของโปรแกรม CLIMAX Pro นั้น ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ไปจนถึงผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท

ฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์บนสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เช่น น้ำมันปาล์มสำหรับปรุงอาหารเพื่อบ่งชี้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็สร้างความตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับความยั่งยืน
“ฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์บนสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น น้ำมันปาล์ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องสำอาง ช่วยสะท้อนถึงความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าสินค้ามาจากแหล่งผลิตที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการผลิตปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำตามกรอบ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) นโยบายความยั่งยืนของ GGC และการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีคาร์บอนต่ำตั้งแต่สวนปาล์มจนถึงชั้นวางผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกซื้อสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ มั่นใจในการเลือกสิ่งที่ดีต่อโลกได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกหนึ่งพลังที่ทุกภาคส่วนร่วมกันส่งต่อ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” คุณปานรดากล่าว
กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ
ผู้จัดการโครงการ
อีเมล:kanokwan.saswattecha@giz.de