โครงการความร่วมมือใหม่โดย GIZ ปตท. และธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ พร้อมส่งเสริมตลาดไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX ในไทย

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 กรุงเทพมหานคร – องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน และบริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกันภายใต้โครงการ International Hydrogen Ramp-Up Programme (H2Uppp) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (Cooperation Agreement: CA) สำหรับโครงการความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน (public-private partnership: PPP) ในหัวข้อ “โอกาสสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์คาร์บอนยั่งยืน (อี-มีเทน/อี-เมทานอล) ในภาคใต้ของประเทศไทย” เพื่อขยายตลาดและโอกาสสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวและอนุพันธ์อื่นๆ (อี-เมทานอลและอี-มีเทน) ในประเทศไทย โดยเน้นไปที่พื้นที่ยุทธศาสตร์ในภาคใต้ของประเทศ
ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมไฮโดรเจนและการแปรรูปพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น (Power-to-X: PtX) ปตท. และธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) ตั้งเป้าที่จะสำรวจห่วงโซ่การผลิตและคุณค่าของไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์ PtX ผ่านการตรวจประเมินแหล่งวัตถุดิบ ศักยภาพและความเป็นไปได้ของตลาด เพื่อพัฒนาแม่แบบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการผลิตและค้าขายไฮโดรเจนสีเขียว
ข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการโดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท., คุณยศศิริ พร้อมเชื้อแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารบริษัทธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) และคุณเรกินา ดีทซ์ หัวหน้ากลุ่มโครงการไฮโดรเจนและ PtX จาก GIZ โดยมี ดร.คริสเตียน สโตโรสต์ หัวหน้าฝ่ายเครื่องมือการลงทุนและโครงการไฮโดรเจนของกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE), ดร.โรลันด์ ไวน์ ผู้อำนวยการบริหารหอการค้าเยอรมัน-ไทย และคุณดิเอเตอร์ วุชชร์ ผู้แทนจากสถานทูตสหพันฐรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มาร่วมเป็นสักขีพยาน

ในช่วงกล่าวเปิดงาน ดร.คริสเตียน สโตโรสต์ จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) กำชับถึงความสนใจและพันธกิจของประเทศเยอรมนีในการสนับสนุนเทคโนโลยีและตลาดไฮโดรเจนและพลังงานผ่านการลงทุนและความร่วมมือในโครงการริเริ่มระหว่างประเทศที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ H2Uppp และยกให้ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมทำงานเชิงยุทธศาสตร์สำคัญในปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“ในฐานะประเทศที่นำเข้าและสนับสนุนการส่งเสริมเทคโนโลยีไฮโดรเจนและระบบพลังงาน เยอรมนีเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือระหว่างประเทศและความพยายามร่วมกันระดับโลกเพื่อรับมือกับปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมการพัฒนาพลังงาน ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเยอรมนี เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแกร่งระดับทวิภาคีระหว่างประเทศของเราในการร่วมมือและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ความร่วมมือนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ H2Uppp ที่มุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมทำงานร่วมกันและค้นหาจุดแข็งของแต่ละโครงการที่จะนำไปสู่พัฒนาแนวทางเชิงธุรกิจสำหรับไฮโดรเจนสีเขียว PtX”

คุณเรกินา ดีทซ์ หัวหน้ากลุ่มโครงการไฮโดรเจนและ PtX จาก GIZ แนะนำภาพรวมโครงการความร่วมมือระหว่าง GIZ ปตท. และธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ โดยเน้นไปที่วัตถุประสงค์ของโครงการในการจัดทำการศึกษาโอกาสสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์จากคาร์บอนในภาคใต้ของไทย พร้อมกล่าวถึงศักยภาพของโครงการที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ
“โครงการความร่วมมือนี้มุ่งรวบรวมผลการศึกษาเพื่อจัดทำแม่แบบสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้และเผยแพร่ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านการเผยแพร่ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพ ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของ H2Uppp ที่ไม่ใช่แค่ทำการศึกษา แต่ยังดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจเพื่อการลงทุนสีเขียวโดยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่สำคัญที่สุด ยังเป็นการสร้างศักยภาพ องค์ความรู้ และความเป็นเจ้าของโครงการในพื้นที่ท้องถิ่นซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนและความร่วมมือระหว่างประเทศ การลงนามความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันครั้งใหม่ ดิฉันขอขอบคุณองค์กรคู่ร่วมทำงานของเรา ทั้งปตท. และธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) ที่ให้ยืนยันพันธกิจในโครงการความร่วมมือนี้ และดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นการแลกเปลี่ยนพูดคุย ความร่วมมือ และการนำผลการศึกษานี้มาเป็นแนวทางปฏิบัติการและการลงทุนที่เป็นรูปธรรมต่อไป”

คุณยศศิริ พร้อมเชื้อแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารบริษัทธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) ย้ำถึงพันธกิจของบริษัทในการนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมที่ยั่งยืนมาส่งเสริมความร่วมมือนี้ นอกจากนั้น ยังได้เน้นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ไฮโดรเจนและ PtX ที่สำคัญ โดยเฉพาะอี-มีเทนและอี-เมทานอลในการพัฒนาเศรษฐกิจไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX
“ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมด้านความยั่งยืนมาอย่างยาวนาน วันนี้ เราได้จับมือกับสององค์กรชั้นนำ ได้แก่ ปตท. ผู้บุกเบิกด้านพลังงานชั้นนำ และ GIZ ที่มีประสบการณ์ระดับโลกด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ทั้งสามองค์กรจะร่วมศึกษาเทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX เพื่อสำรวจการแปรรูปสสารเหล่านี้ให้กลายผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างมีเทนและเมทานอล โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์จากกระบวนการทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจที่ปรับตัวได้ดีและสะอาดยิ่งขึ้น”
คุณนาดยา ฮากันซ์ซอน ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารบริษัทธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ กล่าวว่า “โครงการความร่วมมือนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความพยายามร่วมกันเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงสีเขียวทั่วโลก ความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ของบริษัท ปตท.ในประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเคมีของเรา และความรู้ระดับนานาชาติของ GIZ เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX ที่กำลังเจริญรุ่งเรืองในไทย เราจะจับมือกันพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป”

สุดท้ายนี้ คุณดิเอเตอร์ วุชชร์ ผู้แทนจากสถานทูตสหพันฐรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เป็นตัวแทน ดร.แอ็นสท์ ไรเชิล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย มาร่วมแสดงความยินดีกับ GIZ ปตท. และธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ ที่เริ่มดำเนินโครงการสำคัญในครั้งนี้ โดยกล่าวเน้นถึงผลกระทบที่เป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือครั้งใหม่นี้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจไฮโดรเจนสีเขียวของประเทศไทยในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ
“พิธีการลงนามความร่วมมือในวันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวในประเทศไทยผ่านความพยายามร่วมกันระหว่าง GIZ, ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) และปตท. โดยโครงการนี้สามารถสนับสนุนการส่งเสริมความมั่นคงและความมั่นคงทางพลังงานโดยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าและหันมาใช้แหล่งวัตถุดิบพลังงานหมุนเวียนและเชื้อเพลิงชีวภาพท้องถิ่นเพื่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียว นอกจากนี้ โครงการยังสามาถช่วยผลักดันเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจภายในภูมิภาคผ่านการสร้างอาชีพ ส่งเสริมการส่งออกผ่านท่าขนส่งใกล้เคียง และส่งเสริมจุดยืนประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านไฮโดรเจนสีเขียวภายในประเทศ”



สำหรับประเทศไทย ไฮโดรเจนสีเขียวเป็นที่รู้จักมากขึ้นว่ามีประสิทธิภาพที่หลากหลายในการลดการปล่อยคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และคมนาคม โดยอนุพันธ์ของไฮโดรเจน ซึ่งรวมไปถึงอี-มีเทนและอี-เมทานอลที่ผลิตมาจากคาร์บอนยังสามารถใช้เป็นวัตถุดิบหมุนเวียนทางเลือกสำหรับเป็นเชื้อเพลิงพลังงานและการขนส่งได้ ด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาคนโยบายและการใช้แผนไฮโดรเจนอย่างมียุทธศาสตร์ในการสร้างประโยชน์สูงสุดจากวัตถุดิบตั้งต้นและทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศ ตลาดไฮโดรเจนในไทยจึงพร้อมที่จะก้าวไปมีบทบาทสำคัญในการสรรค์สร้างอนาคตที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น
โครงการ H2Uppp ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) เพื่อสนับสนุนโครงการและการพัฒนาตลาดสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวในประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่เกิดใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนประจำชาติของเยอรมนี สำหรับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการและการยกระดับตลาดไฮโดรเจนสีเขียวทั่วโลกผ่านโครงการ H2Uppp กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ช่วยให้ประเทศเยอรมนีและทวีปยุโรปมีทรัพยากรไฮโดรเจนเพียงพอต่อความต้องการในอนาคต และในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศในแวดวงอุตสาหกรรมไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX ทั่วโลก
โครงการ H2Uppp ประเทศไทย ดำเนินงานโดย GIZ ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย (German-Thai Chamber of Commerce: GTCC) สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ H2Uppp ได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/th/international-hydrogen-ramp-up-programme-h2-uppp/ or the H2Uppp – PtX Hub.