GIZ และ กฟผ. จัดเวิร์กชอปเพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ระดับโครงข่ายไฟฟ้า

การประชุมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568 ในหัวข้อ บทบาทของ BESS ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม พ.ศ. 2568 GIZ ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการ Partnerships to Accelerate the Global Energy Transition (PACT) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก GET.transform ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบออนไลน์ 2 ครั้งในหัวข้อ “ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage Systems: BESS)” ให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ในการประชุมทั้งสองครั้งนี้ คุณกรณ์เกียรติ เจริญพัชรกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า กฟผ. และคุณโดมินิกา คาลิโนวสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง GIZ ประจำประเทศไทยและอาเซียน ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน โดยคุณกรณ์เกียรติได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของระบบ BESS ในการเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียน พร้อมขอบคุณ GIZ สำหรับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านเทคนิค และการวางแผนการประยุกต์ใช้งานระบบ BESS ในระดับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คนจากหน่วยงานต่างๆ ภายใน กฟผ.
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 ในหัวข้อ บทบาทของ BESS ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 จัดในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568 เน้นการถ่ายทอดแนวโน้มและกรณีศึกษาระดับโลกของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage Systems: BESS) คุณลาร์ส อัลเลอร์ไฮลิเกน ที่ปรึกษาโครงการ PACT สำหรับกิจกรรมในระดับนานาชาติ ได้นำเสนอภาพรวมของการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก ขณะที่คุณชาติชนิส เกษมวงศ์ ผู้จัดการโครงการ PACT ประเทศไทย จาก GIZ ประจำประเทศไทย ได้นำเสนอภาพรวมของบริบทพลังงานในประเทศไทย จากนั้น ดร.เอคเคอฮาร์ด เทรอสเตอร์ ประธานบริษัทและที่ปรึกษาอาวุโสจาก Energynautics ได้นำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยี BESS ต้นทุน และข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย การประชุมครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการอภิปรายในประเด็นสำคัญ เช่น เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์แบบ Grid-Forming มาตรการความปลอดภัยในการติดตั้งระบบ BESS และกรอบกฎระเบียบที่จำเป็นต่อการส่งเสริมการใช้งาน BESS แบบหลากหลายบริการ (Value Stacking) ในบริบทของประเทศไทย

ซ้าย: คุณลาร์ส อัลเลอร์ไฮลิเกน จาก GIZ นำเสนอภาพรวมของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับโลก; ขวา: คุณชาติชนิส เกษมวงศ์ จาก GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงบริบทด้านพลังงานของประเทศไทย

ดร.เอคเคอฮาร์ด เทรอสเตอร์ จากบริษัท Energynautics นำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวโน้มของ BESS
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 ในหัวข้อ ความเป็นไปได้ทางเทคนิคและทางเศรษฐศาสตร์ของ BESS สำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของประเทศไทย
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่สองจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยเน้นประเด็นด้านการนำระบบ BESS ไปใช้งานจริงในระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงของประเทศไทย โดย ดร.เอคเคอฮาร์ด เทรอสเตอร์ ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบระบบ รูปแบบอินเวอร์เตอร์ และการวางแผนด้านความเป็นไปได้ทางเทคนิคและการเงิน พร้อมทั้งยกกรณีศึกษาจากโครงการขนาดใหญ่ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างแบบจำลองตามลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้จากการใช้งานระบบ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายประเด็น อาทิ ความสามารถในการเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโดยไม่ใช้ไฟจากภายนอก (Black-Start) เพื่อฟื้นฟูระบบหลังไฟดับใหญ่ การออกแบบระบบเสริม (Auxiliary Systems) และข้อกำหนดตามกฎระเบียบ ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการบูรณาการระบบ BESS เข้ากับการวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยในอนาคต

การประชุมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ในหัวข้อ ความเป็นไปได้ทางเทคนิคและทางเศรษฐศาสตร์ของ BESS สำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของประเทศไทย

ดร.เอคเคอฮาร์ด เทรอสเตอร์ นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบระบบและกรณีศึกษาในการใช้งาน BESS
ผลการโหวตในช่วงกิจกรรมและแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสะท้อนถึงความพึงพอใจในระดับสูง และความสนใจอย่างชัดเจนในการศึกษาต่อยอดทั้งด้านการวางแผนความเป็นไปได้อย่างเป็นขั้นตอน การบูรณาการ BESS เข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า และกลยุทธ์การปฏิบัติการและการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการออกแบบกิจกรรมถัดไปของโครงการ ซึ่งจะเน้นการประยุกต์ใช้งานจริงและกรณีศึกษาเชิงลึกในระดับที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
กิจกรรมชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระยะยาวระหว่าง กฟผ. และ GIZ ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการ PACT ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการวางแผนและพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน และเร่งการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างยั่งยืน