GIZ จับมือ ธ.ก.ส. เติมทุนเกษตรกรไทยกว่า 5 พันล้านบาท ร่วมปลูกข้าววิถีใหม่ลดโลกร้อน

จากซ้ายไปขวา: คุณไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. คุณโยฮันเนส แคร์เนอร์ ที่ปรึกษาพาณิชย์และเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย และ ดร.ทีโม เมนนิเคน ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทย ในพิธีเปิดตัวโครงการ“ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.
29 มกราคม 2569 – องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดงาน “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF” ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เพื่อเปิดตัวรูปแบบเงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 5,300 ล้านบาท ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice GCF) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย 40,000 รายในการปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวให้เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ร่วมลดปัญหาโลกร้อน

คุณไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกรให้เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีความเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Technology: CST) มาปรับใช้เพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกรรายย่อย”
โครงการ Thai Rice GCF ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และภาคเอกชน พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร GIZ และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ ชัยนาท อ่างทอง ปทุมธานี สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และลพบุรี ดำเนินโครงการ 5 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2566 – 2571
วิถีการปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมากและขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก โดยไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกรลดลง นำไปสู่การสูญเสียรายได้ และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก
การปรับเปลี่ยนการปลูกข้าววิถีใหม่คาดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่การทำนาข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศนั้น เกษตรกรและผู้ให้บริการต้องตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และพร้อมป้องกันผลกระทบด้วยการคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงสามารถวางแผนการลงทุนและบันทึกการดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ

ดร.ทีโม เมนนิเคน ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศและสินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ จะช่วยลดช่องว่างเรื่องทุนให้กับเกษตรรายย่อยในการเปลี่ยนผ่านจากวิถีการทำนาแบบเดิมไปสู่วิถีการทำงานที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมั่นใจและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างแท้จริง”

ผู้บริหาร ธ.ก.ส. และGIZ ประจำประเทศไทยในพิธีเปิดตัวโครงการ “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.”
มาตรการสนับสนุนทางด้านการเงินประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ได้แก่
- เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Incentive: CSI) เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ ไทย ไรซ์ จีซีเอฟ (Thai Rice GCF)วงเงินราว 300 ล้านบาท (6 ล้านยูโร) ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินอุดหนุนบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรประมาณ 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ โดยเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินอุดหนุนได้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจ S 500 บาท ต่อไร่ แพ็กเกจ M 1,000 บาทต่อไร่ และแพ็กเกจ L 1,600บาทต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน
- สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Climate Smart Loan: CSL) ได้แก่ สินเชื่อ Climate Smart Loan (CSL) วงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Basic CST) จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และหลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน (Climate Smart Finance: CS-Fin) จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อให้เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ นำไปเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือค่าลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ 10 เทคโนโลยีที่โครงการส่งเสริม และสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษ (BCG) สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST และต้องการใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนาต่อไป
เกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 หลักสูตรแล้ว จึงจะสามารถสมัครขอรับเงินอุดหนุน CSI ผ่านเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ผู้จัดอบรม หรือ ธ.ก.ส. สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ 21 จังหวัดที่ร่วมโครงการ หรือสำนักกิจการระหว่างประเทศ 02 558 6555 ต่อ 8957, 8958






