GGC-GIZ ต่อยอดความสำเร็จ “การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน สู่การผลิตปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำ”

กระบี่ 27 กันยายน พ.ศ. 2567 – บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ประจำประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายย่อยสี่จังหวัดภาคใต้ ร่วมกันต่อยอดความสำเร็จ ประกาศยกระดับจากการผลิตปาล์มอย่างยั่งยืนสู่การผลิตปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement Project on Climate Mitigation and Adaptation หรือ SPOPP CLIMA) ซึ่งจัดขึ้น ณ เซ็นทารา อ่าวนาง บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา กระบี่
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการ SPOPP CLIMA คณะผู้บริหาร GGC และ GIZ รวมถึงผู้แทนจากกรมวิชาการเกษตร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายย่อย จากจังหวัดผู้ผลิตปาล์มน้ำมันภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร กระบี่ พังงา และตรัง ได้เข้าร่วมพิธีลงนาม

โครงการ SPOPP CLIMA เป็นโครงการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (SPOPP) ซึ่งสนับสนุนการรับรองกลุ่มเกษตรกรรายย่อยตามมาตรฐานการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable Sustainable Palm Oil หรือ RSPO) โดยในปี พ.ศ. 2565 GGC และ GIZ รวมทั้งพันธมิตรในสี่จังหวัดนำร่องได้แก่ ชุมพร กระบี่ ตรัง และพังงา ร่วมบันทึกข้อตกลงยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ SPOPP เพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล มุ่งยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ
โครงการ SPOPP ได้รับทุนสนับสนุนจาก GGC ดำเนินการโดย GIZ และความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร มุ่งสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรายย่อยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันทะลายสด และมีแนวทางการจัดการสวนแบบคาร์บอนต่ำ

คุณกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ GGC กล่าวว่า “GGC ได้ดำเนินการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ (UN) โดยครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างคุณค่า และยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม เราคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน มีเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2573 และในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่สนับสนุนการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ผ่านการดำเนินธุรกิจและการผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จากความสำเร็จการดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน หรือ SPOPP ที่ผ่านมา GGC ได้นำมาเชื่อมโยงกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้านยั่งยืนของบริษัทฯ ในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย GGC และ GIZ มีแผนร่วมกันดำเนินโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SPOPP CLIMA) ในปี พ.ศ. 2567 – 2570 เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรในการปลูกปาล์มและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการเกษตร การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์และคาร์บอนเครดิต เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ของ GGC ในปี พ.ศ. 2593 และส่งเสริมการปลูกปาล์มยั่งยืนที่สอดรับกับกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation-free Regulations: EUDR) ที่จะเริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศจากภาคเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันของไทยในตลาดโลกอีกด้วย”

คุณจูเลียน ทอสท์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีลงนามข้อตกลงว่า “เป้าหมายของโครงการ SPOPP CLIMA คือการร่วมพัฒนาการเกษตรในประเทศไทยไปสู่การผลิตที่ยั่งยืนและคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ GIZ ประจำประเทศไทย และกลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับความเป็นอยู่ และเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของเกษตรกร ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และบรรเทาภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความสำเร็จจากโครงการ SPOPP ที่ผ่านมาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) 11,047 ตัน และน้ำมันเมล็ดใน (Crude Palm Kernel Oil)1,243 ตัน ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐาน RSPO เข้าสู่ตลาดโลกแล้ว”
“ความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันผ่านโครงการ SPOPP CLIMA จะช่วยยกระดับความยั่งยืน และห่วงโซ่คุณค่าการจัดการสวนปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ การทำงานพัฒนาร่วมกันครั้งนี้จะนำไปสู่การต่อยอดเพื่อสร้างต้นแบบเกษตรกรกว่า 1,000 คนและวิทยากรที่มีความรู้และศักยภาพอีกไม่น้อยกว่า 50 คนเพื่อขยายผลในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลในการคำนวณการฝึกอบรมคาร์บอนฟุตพรินท์ของผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสดของเกษตรกรภายในระยะเวลาดำเนินโครงการ นำมาสู่การจัดการสวนปาล์มคาร์บอนต่ำในประเทศไทยในระยะยาวต่อไป”

อัลบั้มภาพ
กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ
ผู้อำนวยการโครงการ
อีเมล:kanokwan.saswattecha(at)giz.de





