CCMB ร่วมกับ สคทช. เดินหน้าหารือแนวทางจัดการที่ดินและดินในพื้นที่ คทช.

ประชุมหารือผู้มีส่วนได้เสียต่อแนวทางหรือรูปแบบการจัดการที่ดินและดินที่เหมาะสมในพื้นที่ คทช. ณ ศาลากลางบ้าน หมู่บ้านดงมะไฟ ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568
ในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน พ.ศ. 2568 โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate, Coastal, and Marine Biodiversity: CCMB) ภายใต้การดำเนินงานขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะทีมที่ปรึกษาโครงการ ได้ลงพื้นที่จัดประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา จ.เชียงใหม่ (27 สิงหาคม พ.ศ. 2568) และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปากช่อง ป่าหมูสี อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา (12 กันยายน พ.ศ. 2568) พร้อมทั้งจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (19 กันยายน พ.ศ. 2568)
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “การประเมินและพัฒนาแนวทางการจัดการที่ดินเพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)” ซึ่งมุ่งประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการพัฒนาแนวทางการจัดการที่ดินและดินที่เหมาะสมกับพื้นที่ อาทิ การทำเกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่ คทช. ในระยะยาว
โดยที่ปรึกษาได้นำเสนอผลการประเมินคาร์บอนในดินในพื้นที่กรณีศึกษาตามที่ได้เคยเก็บตัวอย่างดินไปดำเนินการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานท้องถิ่นและเกษตรกรในพื้นที่ต่อแนวทางการจัดการที่ดินและดินที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับพิจารณาตัวชี้วัดการประเมินผลประโยชน์ร่วมที่เกษตรกรให้ความสำคัญ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบบจำลองและแผนที่นำทางการเพิ่มศักยภาพแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Potential Roadmap) ในพื้นที่ คทช. ต่อไป

ประชุมหารือผู้มีส่วนได้เสียต่อแนวทางหรือรูปแบบการจัดการที่ดินและดินที่เหมาะสมในพื้นที่ คทช. ณ ห้องประชุม อบต. ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา จ.เชียงใหม่ เป็นต้นแบบความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่การทำเกษตรผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ที่มั่นคง แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นตัวอย่างที่สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาสำหรับพื้นที่ คทช. อื่น ๆ ที่ปัจจุบันยังคงทำเกษตรเชิงเดี่ยวเกือบร้อยละ 50 ให้หันมาทำเกษตรในรูปแบบที่ยั่งยืนมากขึ้น และยังเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนในดิน ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ สอดคล้องกับแนวคิด “เก็บน้ำให้อยู่กับดิน เก็บดินให้อยู่กับที่” เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ สคทช. ที่ว่า “บริหารจัดการที่ดิน ประชาชนอยู่กินยั่งยืน”
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปากช่อง ป่าหมูสี อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่มีการปรับตัวจากการปลูกพืชไร่ มาปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นมากขึ้น ทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและหน่วยงานท้องถิ่นต่อ แนวทางการจัดการที่ดินและดินจากการปลูกพืชไร่หรือเกษตรเชิงเดี่ยวมาสู่การปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น แบบผสมผสาน เช่น กาแฟร่วมกับไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน และสร้างผลประโยชน์ร่วมด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในอีกรูปแบบหนึ่ง

ประชุมหารือผู้มีส่วนได้เสียต่อแนวทางหรือรูปแบบการจัดการที่ดินและดินที่เหมาะสมในพื้นที่ คทช. ณ ห้องประชุม FORTROP อาคารวนศาสตร์ 60 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.กรุงเทพมหานคร วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568
ภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและหน่วยงานท้องถิ่นในสองพื้นที่แล้ว ผู้แทน CCMB ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สคทช. และทีมที่ปรึกษาโครงการ ยังได้จัดประชุมเพิ่มเติมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งผลการประชุมนี้จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้กิจกรรมนี้ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาจะได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเกษตรกร หน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางและจัดทำแผนที่นำทางการเพิ่มศักยภาพแหล่งกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ คทช. ให้มีความเหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่และประชาชนให้การยอมรับ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อนำไปสู่การขยายผลในพื้นที่ คทช. อื่น ๆ ในอนาคต
นอกจากนี้ กิจกรรมการประเมินและเสนอแนะแนวทางการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนในพื้นที่ คทช. ภายใต้โครงการ CCMB ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการ Support Project for Implementation Instruments of the Global Biodiversity Framework and the Paris Agreement หรือ BioClime ซึ่งดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการบูรณาการเชิงนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ติดตามข้อมูลโครงการ CCMB เพิ่มเติมได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/th/climate-coastal-and-marine-biodiversity-ccmb/