CAP SEA ร่วมกับ กทม. พาคณะผู้แทนมาเลเซียสำรวจชุมชนขับเคลื่อนการจัดการขยะในกรุงเทพฯ

CAP SEA ร่วมกับ กทม. พาคณะผู้แทนมาเลเซียสำรวจชุมชนขับเคลื่อนการจัดการขยะในกรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 22-25 กันยายน พ.ศ. 2568 GIZ ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการการทำงานร่วมกันเพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CAP SEA) ประเทศไทย ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้อนรับคณะผู้แทนจากมาเลเซีย ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดการของเสีย (JPSPN) องค์กรจัดการขยะและทำความสะอาดสาธารณะ (SWCorp) และเจ้าหน้าที่จากศาลากลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ (DBKL) ที่มาเรียนรู้ภูมิทัศน์การจัดการขยะของกรุงเทพฯ ภายใต้โครงการ “City-to-City Exchange”
การศึกษาดูงานในครั้งนี้เน้นชุมชนที่ประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มต้นจากการจัดการขยะต้นทาง การจัดการขยะอาหาร การสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและร้านรับซื้อของเก่า รวมถึงการพัฒนากรอบนโยบายและกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนระบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

คณะผู้แทนจากมาเลเซียเยี่ยมชมชุมชนคลองลัดภาชีและพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้นำชุมชน
คณะผู้แทนได้ร่วมพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ ซึ่งริเริ่มกระบวนการแยกขยะมาเป็นเวลาหลายปี และได้ศึกษากระบวนการเปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ย การปรับปรุงพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลูกผักที่ประชาชนสามารถเก็บกลับบ้านได้ฟรี กลไกของธนาคารขยะที่เปลี่ยนขยะให้เป็นเงินสด และโรงงานรีไซเคิลที่ผลิตสินค้าจากขวด PET เช่น เสื้อผ้า เพื่อนำไปจำหน่าย การพูดคุยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ กทม. ในการลดขยะฝังกลบผ่านการคัดแยกตั้งแต่ต้นทางและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ที่ปิดวงจรขยะครัวเรือนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นบทเรียนว่าความสำเร็จของชุมชนนี้ไม่ได้มาจากโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์หรือเงินอุดหนุนจำนวนมาก แต่มาจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและการสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและประชาชน

คณะผู้แทนจากมาเลเซียเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของรถขยะ กทม.
หลังจากนั้น คณะผู้แทนได้เรียนรู้นวัตกรรมการจัดการขยะอาหารของกรุงเทพฯ ที่ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม ซึ่งรองรับขยะจากเขตฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 16 เขต ถึง 3,500 ตันต่อวัน โดยเคล็ดลับของการกำจัดขยะที่นี่คือการใช้หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly Lavae: BSF) ในการย่อยสลายขยะอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรม หนอนชนิดนี้ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร พร้อมสร้างโปรตีนชีวมวลสำหรับทำอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นระบบรีไซเคิลธรรมชาติที่ กทม. นำมาใช้ในระดับเมือง


คณะผู้แทนจากมาเลเซียเรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะที่สามารถนำไปแลกเป็นของใช้จำเป็นกับร้านศูนย์บาท
คณะผู้แทนได้เรียนรู้แนวคิดธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอย่างการจัดตั้ง “ร้านศูนย์บาท” ซึ่งดำเนินการโดยชุมชนศูนย์บาท ที่ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ สำหรับที่นี่ ขยะไม่ใช่ของเหลือ แต่คือ “สกุลเงิน” ที่ชาวบ้านสามารถนำวัสดุรีไซเคิลมาแลกน้ำหนักและคิดเป็นเครดิตสำหรับซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค เช่น ข้าว น้ำมันพืช และของใช้ในครัวเรือน แนวคิดนี้ได้รับการตอบรับจากชุมชนและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเพราะเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ ทำให้ระบบนี้ทั้งช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

คณะผู้แทนจากมาเลเซียสังเกตการณ์การดำเนินงานบริการ “Waste Buy” ภายในบริษัทวงษ์พาณิชย์
นอกจากการเยี่ยมชมการทำงานระหว่างภาครัฐร่วมกับประชาชน โครงการฯ ยังพาคณะผู้แทนไปศึกษาการทำงานของภาคเอกชนที่สถานีรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ เขตลาดกระบัง คณะผู้แทนได้เรียนรู้บทบาทของภาคเอกชนในการเชื่อมโยงระหว่างครัวเรือนกับอุตสาหกรรมรีไซเคิลผ่านบริการ “Waste Buy” หรือ “รับซื้อถึงบ้าน” โดยเครือวงษ์พาณิชย์เป็นภาคเอกชนที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนได้โดยตรง พร้อมทั้งช่วยเสริมวงจรเศรษฐกิจรีไซเคิลให้เข้มแข็งและเพิ่มศักยภาพในการขยายตัว ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นแนวทางการจัดการขยะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับเทศบาล

คณะผู้แทนจากมาเลเซียเยี่ยมชมเครื่องดักขยะ “HIPPO” ที่ดำเนินการโดย Seven Clean Seas
นอกจากนี้ คณะผู้แทนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ HIPPO (High Impact Plastic Pollution remOver) หรือเรือดักจับขยะพลังงานแสงอาทิตย์อัตโนมัติจาก Seven Clean Seas ที่ช่วยกักเก็บพลาสติกบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนจะไหลออกสู่ทะเล เครื่องนี้ทำให้เห็นว่าการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการทำงานร่วมกัน

การประชุมสรุปผลระหว่างคณะผู้แทนจากมาเลเซียร่วมกับผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้แสดงเห็นว่า แม้จะไม่มีการใช้กฎหมายมาบังคับให้ชุมชนต้องปรับเปลี่ยนการจัดการขยะในพื้นที่ของตนเอง แต่การสร้างความร่วมมือโดยใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ชุมชนให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพราะคนในชุมชนไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ปฏิบัติตาม” แต่ถือเป็น “หุ้นส่วน” ทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
เมื่อคณะผู้แทนเดินทางกลับกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จะนำเรื่องราวของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นในชุมชนไปถ่ายทอดและนำไปปรับใช้ในบริบทของมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนแนวทางที่ขับเคลื่อนจากท้องถิ่นสู่ส่วนกลาง อย่างไรก็ตาม การศึกษาดูงานนี้จะดำเนินต่อไป โดยคณะผู้แทนไทยจะเดินทางไปเยือนมาเลเซีย เพื่อต่อยอดการแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมุ่งสร้างอนาคตยั่งยืนร่วมกันในวันที่ 3-6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
การแลกเปลี่ยน City-to-City Exchange จัดขึ้นภายใต้โครงการการทำงานร่วมกันเพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CAP SEA) ประเทศไทย ซึ่งเป็นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลกที่มีชื่อว่า “Export Initiative Environmental Protection” ซึ่งดำเนินการทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ (BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ข้อมูลเพิ่มเติมโครงการ CAP SEA: The Collaborative Actions for Single-Use Plastic Prevention in Southeast Asia (CAP SEA) – Thailand Component – Thai-German Cooperation



