กรุงเทพฯ / 8 กันยายน 2565 – กองสุขภาพแห่งสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมหารือระดับภูมิภาค ในหัวข้อ“การสร้างความเข้มแข็งของงานในระดับภูมิภาคของอาเซียน ด้านการตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุข” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานและความสำเร็จของโครงการ “เสริมสร้างความเข้มแข็งสำหรับการตอบโต้ต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน” และเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอแนะและแนวทางในการดำเนินงานต่อไปในอนาคตซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินนโยบายและกลยุทธในด้านการเตรียมความพร้อม การรับมือ และการฟื้นฟูในภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอื่น ๆ นอกเหนือจากสถานการณ์โควิด-19 ในอาเซียน โดยมีผู้ประสานงานกลุ่มประเด็นสุขภาพอาเซียนที่ 2 ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่โครงการจาก GIZ เข้าร่วมประชุม
คุณฮานส์ อูลริช ซูดเบค อุปทูตและหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เราทราบดีว่าการระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้นทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ บนโลกใบนี้รวมทั้งอาเซียนและประเทศเยอรมนีด้วย ทำให้เราตระหนักถึงความจำเป็นในการเร่งฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งในการกลับสู่สภาพเดิมหลังการระบาดผ่านความร่วมมือ โดยประเทศเยอรมนีได้สนับสนุนความช่วยเหลือให้แก่กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 จำนวน 5 ล้านยูโร และสนับสนุนงบประมาณจำนวน 8 แสนยูโร ผ่าน โครงการ “เสริมสร้างความเข้มแข็งสำหรับการตอบโต้ต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน” เราได้เรียนรู้จากสถานการณ์ระบาดในช่วงสองปีที่ผ่านมาว่า โควิด-19 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ชายแดนประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ทำให้เห็นว่าพวกเราต่างก็ต้องพึ่งพากันและกัน ดังนั้นเราจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือระหว่างประเทศและแบบพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดและผลกระทบที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชากรหลายล้านคนบนโลก ดังนั้นเราจึงยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่การสนับสนุนของเราได้ช่วยให้อาเซียนและประเทศสมาชิกมีศักยภาพในการรับมือกับโควิด-19 มากขึ้น รวมทั้งได้ต่อยอดความร่วมมือกับอาเซียนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่งานในระดับภูมิภาคของอาเซียนด้านสาธารณสุขฉุกเฉินอื่น ๆ นอกเหนือจากโควิด-19”
นายเอกภาพ พันธะวงศ์ รองเลขาธิการอาเซียนฝ่ายประชาคมสังคมและวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ได้สนับสนุนกลไกที่มีอยู่แล้วของงานด้านสาธารณสุขของอาเซียน เพื่อขยายขอบเขตและยกระดับงานในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือ และฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด-19 ผ่านการดำเนินงานขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยเริ่มจากการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงขึ้น อีกทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศอินโดนีเซียในฐานะผู้นำในการพัฒนาข้อกำหนดแนวทางปฏิบัติระดับภูมิภาค 2 ฉบับ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยของอาเซียนเพื่อป้องกันโรคระบาดในที่สาธารณะ (ASEAN Health Protocol for Pandemic Preventive Measures in Public Places) และแนวทางปฏิบัติเพื่อติดตามผู้สัมผัสข้ามพรมแดนและการสอบสวนการระบาดของโรค (ASEAN Protocol of Cross-Border Contact Tracing and Rapid Outbreak Investigation) ซึ่งรัฐมนตรีสาธารณสุขด้านการพัฒนาสุขภาพจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ให้การรับรองแนวทางปฏิบัติทั้ง 2 ฉบับ ในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 15 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลของการประเมินความต้องการด้านการเสริมสร้างศักยภาพในการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขอื่น ๆ ซึ่งนำเสนอโดยประเทศไทย ก็ได้นำไปพัฒนาและออกแบบโครงการใหม่ ทำให้การดำเนินงานด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน และการร่วมมือระหว่าง GIZ กับงานด้านสาธารณสุขในอาเซียนนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด”
ดร.เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเน้นว่า “เราได้ประจักษ์แล้วว่าโลกของเรายังอ่อนแอและไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการระบาดครั้งใหญ่ อีกทั้งไม่ได้ตระหนักถึงความบกพร่องของประสิทธิภาพและศักยภาพในการต่อสู้กับโรคระบาด ดังที่เราได้ทราบแล้วว่าไม่ใช่งานที่ง่าย ภัยทางด้านสาธารณสุขเช่นนี้ทำให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อความมั่นคงทางสุขภาพและระบบเศรษฐกิจสังคมของโลก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจาก GIZ ในการดำเนินโครงการ “การประเมินความต้องการด้านศักยภาพในการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขอื่น ๆ” โครงการนี้เปิดโอกาสให้เราได้สำรวจและเสนอแนะศักยภาพหลักที่จำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งเพื่อตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือตัวอย่างโครงการอันทรงคุณค่าที่เราได้พูดคุยและหารือกันในการประชุมสองวันนี้”
สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/strengthening-regional-initiatives-in-asean-on-covid-19-response-and-other-public-health-emergencies
คุณพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการ อีเมล:pouchamarn.wongsanga(at)giz.de
ดร.อรพรรณ ตาทา ที่ปรึกษาโครงการ อีเมล:oraphan.tatha(at)giz.de
Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.
YouTube
Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.
(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)