SCPOPP

โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความเป็นมา

ประเทศไทยมีสัดส่วนเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสูง คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่การผลิตปาล์มน้ำมันทั้งหมด โดยทั่วไปแล้ว เกษตรกรรายย่อยจะมีข้อจำกัดในด้านองค์ความรู้ในการจัดการสวนปาล์มให้เกิดความยั่งยืน เช่น การใช้ปุ๋ย การใช้ทะลายปาล์มเปล่าหมุนเวียนกลับมาใช้ในสวน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนของการผลิตน้ำมันปาล์ม การไม่สามารถเข้าถึงพันธุ์ปาล์มที่มีคุณภาพ และยังรวมไปถึงการขาดเงินทุนในการจัดการสวนให้มีประสิทธิภาพ จากข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้เกษตรกรในประเทศไทยค่อนข้างมีผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งสามารถเห็นได้จากร้อยละของอัตราการสกัดน้ำมันปาล์ม (Oil Extraction Rate :OER) จากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม   

ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลให้น้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน RSPO ในปัจจุบันที่เกิดจากเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยนั้นมีประมาณร้อยละ 2 เท่านั้น ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันให้เกิดวามยั่งยืน ถึงแม้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนตามกรอบแผนพัฒนาแห่งชาติเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แต่ที่ผ่านมาการให้ความรู้และฝึกอบรมให้กับเกษตรกรรายย่อยแบบเข้มข้นจากหน่วยงานภาครัฐนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ซึ่งอาจเกิดจากข้อจำกัดหลายๆ ด้าน เช่น งบประมาณ การขาดแคลนบุคลากรที่จะมาเป็นวิทยากรฝึกอบรม ในส่วนของความพยายามที่จะลดการลดก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลจากการศึกษามาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสม รวมถึงความรู้ความเข้าใจในการตรวจวัดและการรายงานการลดก๊าซเรือนกระจกยังมีอยู่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ภาครัฐยังไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางรัฐบาลไทยจึงพยายามมองหาแนวทางการขยายผลที่จะสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยให้ได้รับความรู้ด้านการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมจำนวนเกษตรกรมากขึ้นในอนาคต เช่น การผ่านการรับรองเชิงพื้นที่ซึ่งยังไม่มีโครงการใดที่เริ่มดำเนินการ

วัตถุประสงค์

เพื่อสนับสนุนภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ประสบความสำเร็จในการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

แนวทางการดำเนินงาน

โครงการฯ ดำเนินงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน ดังนี้

  • ส่งเสริมการปฏิบัติที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายย่อย
    สร้างวิทยากรการฝึกอบรมที่เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศเพื่อถ่ายทอดหลักสูตรให้กับเกษตรกร และพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยให้มีการปฏิบัติที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับมาตรฐานน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ (เช่น มาตรฐาน RSPO)
  • การพัฒนาความร่วมมือ
    สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย รวมถึงสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศ
  • การพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในสวนปาล์ม
    ส่งเสริมและสาธิตมาตรการต่าง ๆ ในการลดก๊าซเรือนกระจกจากสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรรายย่อย รวมทั้งพัฒนาระบบสำหรับติดตามและรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่กิดขึ้น
  • กรอบแนวคิดเพื่อขยายผล
    สนับสนุนและศึกษาแนวทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกรอบแนวคิดเชิงนโยบายสำหรับหน่วยงานหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนส่งเสริมและขยายผลการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรับรองเชิงพื้นที่หรือ Jurisdictional Approach (เช่น ทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด ทั้งประเทศ) ในอนาคต

ผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา

ส่งเสริมการปฏิบัติที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายย่อย

  • กลุ่มเกษตรกรรายย่อยจำนวน 75 กลุ่ม รวมสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 3,600 ราย ซึ่งปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพื้นที่มากกว่า 72,000 ไร่ ใน 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และชุมพร ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ
  • การพัฒนา “หลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรายย่อยของไทยในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน” (TOPSA) พร้อมสื่อการสอนรูปแบบต่าง ๆ (เช่น ภาพโปสเตอร์ คู่มือฉบับพกพาสำหรับเกษตรกร  วีดีโออะนิเมชั่น PowerPoint ที่ใช้สอน) โดยอ้างอิงจากมาตรฐาน RSPO ฉบับเกษตรกรรายย่อยในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (หรือ Independent Smallholders Standard 2019) เสร็จสมบูรณ์แล้ว และดำเนินการฝึกอบรมให้กับครูวิทยากรจำนวน 38 ราย วิทยากรเป้าหมาย (จากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่โรงงานสกัด และผู้นำเกษตรกร) จำนวน 250 ราย ขณะนี้ วิทยากรได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรรายย่อยครบ 3,600 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • การพัฒนาแอพพลิเคชั่นการจัดการฐานข้อมูลเกษตรกรดิจิทัล (มีชื่อว่า i-Palm) ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้โครงการแนะนำให้เกษตรกรรู้จักและส่งเสริมให้ใช้ i-Palm เพื่อช่วย
    • บันทึกข้อมูลการจัดการสวนรายแปลงได้สะดวก เพื่อให้รู้ถึงสถานะของตน
    • ติดตามประเมินผลการดำเนินงานและจุดที่ควรปรับปรุง
    • ช่วยเตรียมความพร้อมในการรับรอง (เช่น Checklist สำหรับการตรวจประเมินภายใน)
    • รายงานการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจก
  • เกษตรกร 400 รายได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน RSPO ในปี พ.ศ. 2564  และเกษตรกรอีกกว่า 1,500 รายคาดว่าจะได้รับการรับรองภายในสิ้นปี พ.ศ. 2565 นี้
  • โครงการฯ ได้เปิดตัวแคมเปญออนไลน์ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 เพื่อสร้างความตระหนักให้กับบุคคลทั่วไปและเกษตรกรรายย่อย พร้อมเรียกร้องให้ร่วมสนับสนุนการดำเนินการด้านการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ขณะนี้โครงการได้ลงประชาสัมพันธ์เรื่องราวและบทความต่าง ๆ กว่า 130 เรื่องราวบน Facebook page ภายใต้ชื่อ “GIZ Farmers Care Earth” ที่มียอดผู้ติดตามเพจกว่า 2,000 ราย

การพัฒนาความร่วมมือ

  • มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทั้งหมด 19 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการและยินดีให้ความร่วมมือในการสนับสนุนเกษตรกรเพื่อสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ (อาทิเช่น การรับซื้อทะลายปาล์มจากกลุ่มเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดตามคุณภาพ การสนับสนุนค่าสมาชิก RSPO  การให้บริการช่องทางพิเศษในการจำหน่ายผลผลิตให้กับทางโรงงาน และการสนับสนุนสถานที่หรือสำนักงานสำหรับกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น) ขณะนี้ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยไปแล้ว 9 ฉบับ

การพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในสวนปาล์ม

  • การศึกษามาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมสำหรับสวนปาล์มน้ำมันในประเทศไทยผ่านกระบวนการหารืออย่างมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลการศึกษาสรุปว่า 5 มาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมสำหรับสวนปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ได้แก่ เก็บเกี่ยวผลปาล์มสุก การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคาระห์ดิน-ใบ การใช้ทะลายปาล์มเปล่าคลุมดิน  การปลูกพืช (ตระกูลถั่ว) คลุมดิน และการปลูกพืชร่วมในสวนปาล์ม มาตรการเหล่านี้ได้บรรจุไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรม TOPSA ภายใต้หัวข้อด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกรต่อไป
  • เครื่องมือในการคำนวณสำหรับติดตามและรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกพร้อมสำหรับใช้งานและได้บรรจุไว้ในแอพพลิเคชั่น i-Palm แล้ว
  • จัดทำแปลงสาธิต ฯ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาปาล์มน้ำมัน 2 แห่ง และแปลงเกษตรกรต้นแบบ 15  แปลงในสามจังหวัด เพื่อสาธิตให้เห็นถึงการปฏิบัติตามมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมสำหรับสวนปาล์มน้ำมันให้กับเกษตรกร

กรอบแนวคิดเพื่อขยายผล

  • การศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลการผลิตน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปสู่แนวทางในการรับรองเชิงพื้นที่ หรือ RSPO Jurisdictional Approach (JA) ผ่านกระบวนการศึกษาแบบมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ชุดการสนทนากลุ่มสนทนา ควบคู่กับการสัมภาษณ์ในเชิงลึกได้เสร็จสิ้นแล้ว โครงการได้นำเสนอผลการศึกษาและหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญทั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและในหน่วยงานส่วนกลางระดับประเทศที่เกี่ยวข้องในปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา
  • ผลการศึกษาชี้ว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความเหมาะสมที่จะนำร่องปฏิบัติแนวทางในการรับรอง RSPO JA เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แม้ว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (เช่น เกษตรกร โรงสกัดน้ำมันปาล์ม และหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น) เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและต้องการให้ภาครัฐผลักดัน อย่างไรก็ตามหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นก็ไม่สามารถให้คำมั่นและสนับสนุนการปฏิบัติตามแนวทาง RSPO JA ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังขาดแผนและนโยบายในระดับประเทศและการจัดสรรงบประมาณมาขับเคลื่อนเรื่องนี้

รับชมวิดีโอเกี่ยวกับโครงการ

สนับสนุนงบประมาณโดย

กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณูและคุ้มครองผู้บริโภค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV)

ประเทศ

ไทย

หน่วยงานร่วมดำเนินงาน

  • กรมส่งเสริมการเกษตร
  • กรมวิชาการเกษตร

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

ก.ย. 2561 – 14 ก.ย. 2565

ข้อมูลเพิ่มเติม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ดร. กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ   
ผู้จัดการโครงการ
Email: kanokwan.saswattecha(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)