ข่าว

50 เยาวชนไทยแสดงพลังขับเคลื่อนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

06 ส.ค. 2564

เยาวชนไทยผนึกกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านน้ำในค่ายออนไลน์ Blue-Net Camp รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กิจกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช. กล่าวว่า Blue-Net Camp เป็นโครงการเนื่องในวันน้ำโลก ที่มุ่งยกระดับความเข้มแข็งขององค์กรในทุกระดับ โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งมีความสำคัญมาก ประเทศไทยได้ขานรับนโยบายในระดับนานาชาติด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสทนช. เป็นหน่วยงานสำคัญที่ถ่ายทอดแนวนโยบายลงไปสู่การปฏิบัติ

“การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทุกๆ คน ผมจึงหวังอย่างยิ่งว่าเยาวชนไทยจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนแผนงานสำคัญ ถึงแม้ว่าจะเป็นจุดประกายเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อไอเดียต่างๆ ถูกนำไปสู่การปฏิบัติแล้ว จะทำให้การดำเนินงานด้านน้ำนั้นอยู่กับพวกเราอย่างยั่งยืนตลอดไป” ดร.สมเกียรติ กล่าว

ในกิจกรรมครั้งนี้ เยาวชนไทยทั้ง 50 คนซึ่งได้รับคัดเลือกจากทุกภูมิภาคของประเทศ ได้ร่วมไขประเด็นแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านน้ำในประเทศไทย รวมไปถึงโครงการด้านน้ำ แผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันของ GIZ ในเรื่องการใช้ข้อมูลต่างๆ เพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างน้ำและประเด็นสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการรับมือกับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาแนวคิดด้านการจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม

‘Coffee Sorb’ เป็นหนึ่งในโครงการที่เยาวชนไทยได้พัฒนาและนำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์และการนำกากกาแฟที่ใช้แล้วเป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลักของการกรองน้ำเสีย เนื่องจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์เป็นระบบบำบัดแบบธรรมชาติที่อาศัยประโยชน์จากต้นไม้และดิน จึงมีต้นทุนไม่สูงและสามารถทำได้ในชุมชน อีกทั้งยังสนับสนุนการบรรลุการดำเนินงานของประเทศตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ที่ 6   ที่ว่าด้วยเรื่องการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอีกด้วย

การตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าของกลุ่มเยาวชนยังนำไปสู่การพัฒนาอีกหนึ่งโครงการที่ชื่อว่า ฉลากน้ำยิ้ม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้น้ำในกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสองหลักเกณฑ์หลักที่ฉลากน้ำยิ้มจะใช้รับรอง ได้แก่ การลดการใช้น้ำในประบวนการผลิตและการบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยจะเริ่มดำเนินการที่จุดเล็กก่อน เช่น ผลิตภัณฑ์สินค้าในชุมชน จากนั้นจะขยายขอบเขตโครงการไปถึงวิสาหกิจชุมชน ครัวเรือน รวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ในอนาคต

“กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ค่ายธรรมดา แต่เป็นค่ายค้นหาเยาวชนผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำเพื่อมาปฏิบัติจริงๆ เรามีการคิดโครงการและหาวิธีการที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่อยู่ในจินตนาการเท่านั้น” นางสาวอัญนิกานต์ นันตะสุข (ไวโอลิน) อายุ 19 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้า หนึ่งในเยาวชนรุ่นใหม่กล่าวถึงการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายออนไลน์ครั้งนี้

แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลุ่มเยาวชนก็ยังคงเดินหน้าหารือและวางแผนการดำเนินงานโครงการเพื่อเตรียมลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ทั้งนี้ สทนช. มีความมุ่งหวังที่จะดำเนินการต่อในการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำเพื่อสนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา สทนช. ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาออนไลน์ในหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำขึ้นเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมของเยาวชนในการเข้าค่ายครั้งนี้ โดยโครงการด้านน้ำ แผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันของ GIZ ได้เป็นวิทยากรรับเชิญในงานเสวนา หัวข้อ ‘ประสบการณ์และตัวอย่างหลักปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากเยอรมัน’

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
ปุษราภา ทองจำรูญ อีเมล: phoossarapha.thongjumrool@giz.de
Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)