ข่าว

“ข้าว” และ “ข้าวยั่งยืน” ทางเลือกของผู้บริโภคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

27 มี.ค. 2565
เขียนโดย: สริดา คณานุศิษฎ์
ภาพโดย: โครงการความร่วมมือ ไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคเกษตรกรรม และ โครงการยกระดับความสำคัญของข้าวยั่งยืนผ่านเวทีข้าวยั่งยืน

GIZ ประเทศไทยนำเสนอผลการสำรวจล่าสุดเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคข้าวยั่งยืนในประเทศไทย

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและองค์กรภาคเอกชนจากนานาประเทศ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับประโยชน์ของ “ข้าวยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภคทั้งในทวีปเอเชียและแอฟริกา

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา GIZ ประเทศไทยได้มอบหมายให้ยูโกฟ (YouGov) บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดระดับโลก ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้ของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อข้าวที่ผลิตอย่างยั่งยืน รวมไปถึงคุณลักษณะที่ผู้บริโภคกำหนดว่าเป็นข้าวยั่งยืนและผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจซื้อตามคุณลักษณะเหล่านั้น ซึ่งได้มีการกำหนดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับการบริโภคภายในครัวเรือน โดยมีการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชาวไทยจำนวนมากกว่าหนึ่งพันรายที่บริโภคข้าวมากกว่าห้ามื้อต่อสัปดาห์ โดยพิจารณาจากเพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้

การบริโภคที่คำนึงถึงความยั่งยืน
ผลการวิจัยในภาพรวมพบว่า ปัญหาที่เกิดจากความแห้งแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(ร้อยละ 57) ถือเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในด้านการเกษตรและการผลิตอาหารที่ผู้บริโภคเห็นว่าควรได้รับการแก้ไขให้เป็นไปตามแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น อันดับต่อมาคือ ความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนสารเคมี (ร้อยละ 44) ความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของเกษตรกร (ร้อยละ 35) ตามลำดับ

ในขณะที่คุณภาพ (ร้อยละ 61) ราคา (ร้อยละ 47) ความปลอดภัยของอาหาร (ร้อยละ 45) และคุณค่าทางโภชนาการ (ร้อยละ 34) เป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคคำนึกถึงมากที่สุดเมื่อต้องทำการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหาร ทั้งนี้จะพิจารณาและให้ความสำคัญกับปัจจัยที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อต้องซื้อผลิตภัณฑ์ได้มาจากกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยผู้บริโภคชาวไทยกว่าร้อยละ 72 ให้คำตอบในแบบสำรวจว่าเคยซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแบบยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอายุน้อยและผู้ที่มีรายได้สูงได้ระบุว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด ประกอบไปด้วย คุณภาพสูง (ร้อยละ 81) ประโยชน์ต่อสุขภาพ (ร้อยละ 67) รสชาติที่ดี (ร้อยละ 58) และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงบวก (ร้อยละ 47)

ความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้าวยั่งยืน
ผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 57 โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่าร้อยละ 69 ระบุว่าเคยได้ยินเรื่องและรู้จัก “ข้าวที่ผลิตอย่างยั่งยืน” หรือ “ข้าวยั่งยืน”

แม้ว่าจะไม่มีคำจำกัดความเฉพาะสำหรับ “ข้าวที่ยั่งยืน” แต่ผู้บริโภคชาวไทยมากกว่าครึ่งมีความเข้าใจว่าข้าวยั่งยืนเป็นข้าวที่ปลูกด้วยกระบวนการที่ใช้สารเคมีน้อยที่สุด (ร้อยละ 63) ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ (ร้อยละ 42) ปรับปรุงสุขภาพดิน (ร้อยละ 36) ทั้งยังเชื่อว่าเป็นข้าวที่ช่วยให้สุขภาพของผู้บริโภคดีขึ้น(ร้อยละ 43) และมีส่วนสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร (ร้อยละ 50)

ทั้งนี้ผู้บริโภคร้อยละ 46 ระบุว่าเคยซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวยั่งยืนมาก่อน โดยกว่าร้อยละ 97 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 18-54 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และมีรายได้จากการทำงานประจำ มีความเต็มใจที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อซื้อข้าวที่ปลูกตามแนวทางที่ยั่งยืน

สื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญและได้รับข้อมูลเกี่ยวกับข้าวยั่งยืน ได้แก่ สื่อสังคมออนไลน์ (ร้อยละ 64) โทรทัศน์ (ร้อยละ 36) และกิจกรรมส่งเสริมการขายภายในร้าน หรือ ณ จุดขาย (ร้อยละ 31) ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สื่อของประชากรอายุน้อยในปัจจุบันที่พึ่งพาข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ผู้ที่มีอายุมากกว่า เลือกที่จะศึกษาและค้นหาข้อมูล ณ จุดขาย โดยสถานที่ที่ผู้บริโภคซื้อข้าวเป็นประจำ คือ ร้านค้าปลีกและตลาดสด

อุปสงค์และอุปทานข้าวยั่งยืน
GIZ ประเทศไทยดำเนินงานร่วมกับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์ภาคเอกชน เพื่อผลักดันการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนใน 3 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 6 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ ผ่านการเสริมสร้างความสามารถของเกษตรกรในการผลิตข้าวที่ยั่งยืนออกสู่ตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของห่วงโซ่คุณค่าในภาคการผลิตข้าวที่เข้มแข็งที่ช่วยให้เกษตรกร ชุมชน และภาคธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันได้

การเพิ่มช่องทางการสื่อสารและให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ “คุณค่าของข้าวยั่งยืน” นั้น ไม่เพียงแต่กระตุ้นความสนใจในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการผลิตข้าวตามแนวทางที่ยั่งยืนมีความสำคัญในการเป็นตัวขับเคลื่อนการซื้อของผู้บริโภค อันจะช่วยเพิ่มอุปสงค์สำหรับข้าวที่ยั่งยืนในประเทศต่อไป

หมายเหตุ: การวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการสำรวจกลุ่มผู้บริโภคในประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน โดยใช้ชุดคำถามเดียวกันและได้รวบรวมคำตอบจากกลุ่มตัวอย่างกว่าหนึ่งพันรายในแต่ละประเทศ ขณะนี้โครงการฯ กำลังดำเนินงานวิจัยอยู่ในประเทศไนจีเรีย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับข้าวยั่งยืนในวงกว้าง

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

สริดา คณานุศิษฎ์
อีเมล: sarida.khananusit@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)