ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีแนวปฏิบัติการเฝ้าระวัง และมาตรการควบคุมการระบาดต่างๆ ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวและหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงาน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ภายใต้เงื่อนไขวิถีชีวิตใหม่และการเว้นระยะห่างทางสังคม
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้การเรียนออนไลน์ การทำงานจากที่บ้าน และการจัดกิจกรรมสัมมนาต่างๆ ออนไลน์ กลายเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคคมนาคม และลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ด้วยเหตุนี้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (SCPOPP) จึงได้ปรับเปลี่ยนการฝึกอบรมมาเป็นการฝึกอบรมออนไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้บทเรียนและแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีให้กับเกษตรกรรายย่อยได้ โดยมีตัวแทนจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) กว่า 200 ท่านจากในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานีและชุมพร เข้าร่วมกิจกรรมการจัดการอบรมวิทยากรออนไลน์ครั้งล่าสุดผ่านโปรแกรมไมโครซอฟท์ ทีมส์ (Microsoft Teams) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามเนื่องจาก หลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรายย่อยของไทยในการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (Thailand Oil Palm Smallholder Academy: TOPSA) ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะสำหรับการเรียนการสอนในชั้นเรียนเท่านั้น ทีมงานจึงจำเป็นต้องปรับเนื้อหารูปแบบและระยะเวลาให้เหมาะสมกับการมีส่วนร่วมในการอบรมออนไลน์ โดยเลือกหยิบยกประเด็น ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน มาใช้เป็นกรณีศึกษาการประเมินผลกระทบทางสังคมและกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำสวนปาล์มน้ำมันเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เข้าร่วมได้มากขึ้น
ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม นอกจากวิทยากรผู้เข้าร่วมอบรมออนไลน์จะได้เรียนรู้วิธีการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนในเชิงลึกแล้ว ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคนิคที่จะช่วยให้กลุ่มวิทยากรและเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อยสามารถนำไปใช้กับสวนปาล์มของตนเอง ผ่านการใช้ระบบติดตามและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ตามแนวทางการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชน
การปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ท่ามกลางปัจจัยที่มีความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้ คุณสุกัญญา ศรีสุบัติ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัท เอส.พี.โอ.อะโกรอินดัสตรี้ส์ จำกัด อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงความประทับใจในการเข้าร่วมการฝึกอบรมออนไลน์ว่าเธอได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่า ทั้งยังได้เห็นถึงความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจได้ว่าจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฎิบัติ
“ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานปาล์มยั่งยืน การบริหารจัดการกลุ่ม ระบบควบคุมภายใน และการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตปาล์มน้ำมัน ที่นอกจากจะที่เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์แล้ว ฉันยังสามารถนำไปปรับใช้กับการผลิตปาล์มน้ำมันได้อย่างยั่งยืน และสามารถเผยแพร่ให้กับกลุ่มเกษตรในพื้นที่ได้อีกด้วย” คุณระเบียบรัตน์ มณีมัย ประธานกลุ่มเกษตรกร ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่
คุณแสงเจริญ วิศิษฏ์ไพบูลย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ สำนักงานเกษตรอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “การฝึกอบรมออนไลน์ไม่เพียงแต่ให้ความรู้กับผู้ที่ได้รับการอบรมในเรื่องมาตรฐานปาล์มยั่งยืน การบริหารจัดการกลุ่ม ระบบควบคุมภายใน และการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตปาล์มน้ำมันเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงแนวทางที่พวกเขาจะนำไปปรับใช้ในการผลิตปาล์มอย่างยั่งยืนนั้น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้”
เนื้อหาประกอบหลักสูตร TOPSA และโมดูลสิ่งแวดล้อมออนไลน์ประกอบด้วย
High Conservation Values: HCVs
HCVs คือ สิ่งที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งควรค่าแก่การรักษา เช่น พื้นที่อนุรักษ์ พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ป่าหายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ สัตว์เฉพาะถิ่น เป็นต้น
การรักษาให้สิ่งเหล่านี้ยังคง “คุณค่า” เป็นสิ่งจำเป็น มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ การอนุรักษ์ HCV สามารถปฏิบัติได้ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงกลุ่มเกษตรกรและบริษัท
นอกจากนี้ การจัดการ HCV ที่ดีต้องมีการประเมินในพื้นที่ การประเมินภัยคุกคาม การเสนอวิธีการลดภัยคุกคาม และการติดตามประเมินผลความสำเร็จของการดำเนินงาน
ระบบนิเวศและการจัดการพื้นที่เสี่ยง
เนื้อหาที่ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ในหัวข้อนี้ประกอบด้วยผลกระทบจากการทำสวนปาล์มต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ การกัดเซาะริมตลิ่ง รวมทั้งมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศและสวนปาล์ม สามารถหาแนวทางในการรักษาและป้องกันระบบนิเวศ รวมทั้งสามารถจัดการพื้นที่กันชน พื้นที่ริมตลิ่ง พื้นที่ลาดเอียงและลาดชันได้
ก๊าซเรือนกระจก
เนื้อหาในหัวข้อนี้ประกอบด้วย ความรู้พื้นฐานของก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน วิธีการลดก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกปาล์มน้ำมัน ตลอดจนหลักการ 9R ซึ่งได้แก่
- Reuse คือ การรู้จักหมุนเวียนนำสิ่งของที่ใช้แล้วใช้ซ้ำได้
- Repair คือ การซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ที่ชำรุดให้สามารถกลับมาใช้ได้
- Reduce คือ การลดการบริโภคที่ไม่จำเป็นและรู้จัก บำรุงรักษาสิ่งที่ใช้ให้คงทน
- Recycle คือ การหมุนเวียนนำสิ่งของที่ทิ้งแล้วหรือไม่ได้ใช้ กลับมาผลิตใหม่ และนำไปใช้ประโยชน์
- Refill คือ การใช้สิ่งของที่สามารถเติมผลิตภัณฑ์ในภาชนะเดิม
- Return คือ การใช้สิ่งของเก่าที่สามารถนำชิ้นส่วนหรือทั้งหมดมาแลกใหม่
- Replace คือ การเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกใช้กล่องกระดาษแทนกล่องโฟม
- Refuse คือ การปฏิเสธ หลีกเลี่ยง และไม่ใช้เลยเพื่อลดการบริโภค และ
- Rethink คือ การคิดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกระบวนการคิดให้สร้างสรรค์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม