- โครงการ Urban-Act เผยความก้าวหน้าการดำเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการฯ ครั้งที่ 2/2569 พร้อมเร่งวางแนวทางส่งมอบงานในโค้งสุดท้ายก่อนจบโครงการ
- ผลงานระดับโลกล่าสุด หนุน 3 เมืองนำร่องของไทยคว้าทุน Youth Climate Action Fund พร้อมเดินหน้าผลักดัน 5 เครื่องมือเชิงนโยบายครอบคลุมด้านผังเมือง คมนาคม และข้อมูลภูมิอากาศ
- ที่ประชุมร่วมวาง 5 กลไกขับเคลื่อนความยั่งยืน มุ่งฝังรากองค์ความรู้และเครื่องมือเชิงนโยบายให้สอดคล้องกับระบบการทำงานของภาครัฐในระยะยาว
กรุงเทพฯ, 4 สิงหาคม 2569 — โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการฯ (Steering Committee) ครั้งที่ 2/2569 ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีคุณชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้แทนจาก 8 หน่วยงานร่วมดำเนินงานภาครัฐและวิชาการในประเทศไทย เพื่อสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานในโค้งสุดท้าย พร้อมวางแนวทางส่งมอบเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกความยั่งยืนที่สอดคล้องกับระบบการทำงานปกติของภาครัฐในระยะยาว
เปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง: จากเวทีระดับโลกสู่พื้นที่นำร่อง
ตลอดปี พ.ศ. 2569 โครงการ Urban-Act ร่วมกับภาคีเครือข่ายผลักดันการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นจนประสบผลสำเร็จ ผลงานเด่น ได้แก่ การสนับสนุนให้ 3 เมืองนำร่องในประเทศไทย ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครขอนแก่น และเทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต ให้เป็น 1 ใน 300 เมืองที่ได้รับทุนสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนด้านสภาพภูมิอากาศ เมืองละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.65 ล้านบาท) จากบลูมเบิร์ก ฟิลันทรอพีส์ (Bloomberg Philanthropies) เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นของตนเอง
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังร่วมมือกับเมืองนำร่องและพันธมิตรทางวิชาการในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและพัฒนาข้อเสนอโครงการที่สามารถทำได้จริงในพื้นที่ อาทิ:
- เชียงใหม่: การศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนรถสองแถวแดงเป็นระบบรถไฟฟ้า เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางคาร์บอนต่ำและวางแผนป้องกันภัยพิบัติเมือง
- ขอนแก่น: การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงและผลักดันแนวคิด “เมืองฟองน้ำ” (Sponge City) รวมทั้งการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปในงานอีสานสร้างสรรค์เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
- ภูเก็ต: การวางแนวทางผังเมืองและระบบคมนาคมขนส่งที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงข้อเสนอโครงการอุโมงค์กักเก็บน้ำ
สรุปผลงานหลัก 4 ด้าน ในปีนี้
เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน โครงการ Urban-Act ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีจนได้ผลผลิตครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่:
- ด้านนโยบาย: ผลักดันเครื่องมือเชิงนโยบายระดับประเทศแล้ว 5 ฉบับ ได้แก่ (1) แนวทางการวางแผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในเมืองที่คำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (2) ข้อเสนอแนะการจัดทำแผนผังภูมินิเวศ (ESP) ที่คำนึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (3) แนวทางการวางผังเมืองโดยบูรณาการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) กรอบการดำเนินงานด้านการบริการข้อมูลภูมิอากาศแห่งชาติ (NFCS) สำหรับสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ และ (5) คู่มือแนวทางการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานขับเคลื่อนด้านเมือง
- ด้านข้อมูลและการพัฒนาเชิงพื้นที่: พัฒนาระบบข้อมูลภูมิอากาศภาคเมือง (IUS) และฐานข้อมูลภูมิอากาศ (CLDB) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อสนับสนุนการวางแผนและจัดทำผังเมืองที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ ใน 3 จังหวัดนำร่อง (เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต) พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยงจนได้ข้อเสนอโครงการที่เป็นรูปธรรม เช่น อุโมงค์กักเก็บน้ำในภูเก็ต และแนวคิด “เมืองฟองน้ำ” ในขอนแก่น
- ด้านการเข้าถึงแหล่งทุน: สนับสนุนเมืองนำร่องพัฒนาข้อเสนอโครงการเพื่อขอทุนแล้ว 8 โครงการ รวมถึงการสนับสนุนเมืองนำร่องให้ได้รับทุนสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนด้านสภาพภูมิอากาศ
- ด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาเครือข่ายระดับภูมิภาค: ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปแล้วกว่า 70 ครั้ง ทั้งการอบรม สัมมนา การศึกษาดูงาน และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเมือง โดยยังคงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปจนจบโครงการ
ปักหมุด 5 ผลผลิตหลัก และ 5 กลไกขับเคลื่อนความยั่งยืน
เพื่อให้การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เกิดผลลัพธ์ต่อเนื่องแม้โครงการจะจบลง ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการฯ ได้ร่วมกันยืนยัน 5 ผลผลิตสำคัญ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการผนึกกำลังและตกผลึกร่วมกันในเวทีเชิงปฏิบัติการจัดทำยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของโครงการ โดยเกิดจากฉันทามติของหน่วยงานร่วมดำเนินงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และภาคีวิชาการ เพื่อเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 ได้แก่ (1) แนวทางวางผังเมืองบูรณาการสภาพภูมิอากาศ (2) แนวทางบูรณาการระหว่างหน่วยงาน (3) คู่มือวางแผนระบบขนส่งรองรับสภาพภูมิอากาศ (4) ผลวิเคราะห์ความเสี่ยงในพื้นที่นำร่อง และ (5) กรอบบริการข้อมูลภูมิอากาศแห่งชาติ
พร้อมกันนี้ ได้วาง 5 กลไกความยั่งยืน เพื่อฝังรากองค์ความรู้เข้าสู่ระบบภาครัฐ ได้แก่ (1) การผลักดันเข้าสู่นโยบายและภารกิจปกติของหน่วยงานภาครัฐ (2) การขับเคลื่อนและเชื่อมโยงการทำงานผ่านคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน (3) การยกระดับเป็นมาตรฐานการทำงาน เพื่อเป็นต้นแบบการขยายผลในเชิงพื้นที่ ไม่จำกัดแค่พื้นที่นำร่อง (4) การใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจระดับนโยบาย และ (5) การพัฒนาบุคลากรพร้อมระบบติดตามผลระยะยาว
ก้าวต่อไปก่อนปิดโครงการ
ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 นี้ โครงการ Urban-Act เตรียมส่งมอบรายงาน คู่มือ และแนวทางเชิงนโยบายทั้ง 5 ฉบับ พร้อมเปิดตัวและติดตั้งระบบฐานข้อมูลภูมิอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ ตลอดจนส่งมอบรายงานและข้อเสนอมาตรการปรับตัวให้เมืองนำร่อง เดินหน้าหนุนการยื่นขอทุน และจัดฝึกอบรมเชิงลึกแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเครื่องมือให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เพื่อส่งเสริมให้เมืองไทยพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ และการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) เป็นโครงการระดับภูมิภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ พร้อมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ดำเนินงานในนามของแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN)
Urban-Act ดำเนินงานใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ปัจจุบันดำเนินงานในพื้นที่เมืองนำร่อง 14 แห่ง นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้สร้างความร่วมมือกับแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) เพื่อสนับสนุนเมืองในพื้นที่ IMT-GT จำนวน 6 แห่ง ในการเตรียมความพร้อมจัดทำโครงการด้านสภาพภูมิอากาศข้ามแดน
สำหรับประเทศไทย โครงการฯ ดำเนินงานใน 3 พื้นที่เมืองนำร่อง ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครขอนแก่น และเทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งสนับสนุนเมืองในพื้นที่ IMT-GT ได้แก่ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และเทศบาลนครหาดใหญ่
พันธมิตรดำเนินโครงการในระดับภูมิภาค นำโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ในแต่ละประเทศ ร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP), องค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งดอร์ทมุนด์ (TU Dortmund) และมหาวิทยาลัยชตุทท์การ์ท (University of Stuttgart) รวมถึงหน่วยงานร่วมดำเนินงานระดับชาติในแต่ละประเทศภาคีทั้ง 5 ประเทศ
ไฮนริค กูเดนุส
ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act
อีเมล: heinrich.gudenus@giz.de