ข่าว

แก้ที่ต้นเหตุ! ฝ่าวิกฤติมลพิษพลาสติกในไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

10 พ.ค. 2564

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2493-2558 โลกของเราได้สร้างขยะพลาสติกจำนวน 6.3 พันล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 9 ถูกนำไปรีไซเคิล และร้อยละ12 ถูกนำไปเผาทิ้ง และอีกร้อยละ 80 ที่จะถูกสะสมในหลุมฝังกลบหรือในธรรมชาติ ซึ่งบ่อยครั้งก็จะถูกทิ้งอยู่ในมหาสมุทร ปัจจุบันขยะพลาสติกประมาณ 8-12 ล้านตันถูกทิ้งในมหาสมุทรทุกปี ซึ่งทำให้พลาสติกครองอันดับ 1 ในการสร้างมลพิษในทะเลและมหาสมุทร

ครึ่งหนึ่งของขยะพลาสติกบนบกมาจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย มลพิษจากพลาสติกในทะเลเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าทะเลด้วย นอกจากนี้ มลพิษจากพลาสติกยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ เนื่องจากบางครั้งเราบริโภคอาหารทะเล เช่น ปลาหรือหอย และพบว่ามีพลาสติกปะปน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสะสมสารเคมีในร่างกายได้ การวิจัยพบว่ามีการปนเปื้อนไมโครพลาสติกในน้ำประปาและน้ำขวดในหลายภูมิภาค ซึ่งรวมถึงยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย [1]

แล้วเราทำอะไรได้บ้างเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

เมื่อพิจารณาแล้วว่าพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของวงจรของเสีย แนวทางการแก้ปัญหาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการรวบรวมขยะ การคัดแยก และการรีไซเคิล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การรีไซเคิลพลาสติกไม่สามารถทำได้เพียงพอกับความต้องการในการผลิตพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเลย ขณะที่การปรับปรุงการจัดการขยะและการเพิ่มอัตราการรีไซเคิลนั้นยังคงมีความสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาเท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือ การนำวิธีการนี้มาใช้ร่วมกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

“มาตรการการแก้ที่ต้นเหตุ มุ่งเป้าไปที่การลดปริมาณขยะ ในขณะที่ที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหากับขยะที่มีอยู่ ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงมีการระบุขั้นตอนของวงจรวัสดุและลำดับชั้นของเสียที่แตกต่างกัน”Clara Loew นักวิจัยจาก Öko Institute ซึ่งเป็นคลังความคิด (think tank) ในการนำนิเวศวิทยามาประยุกต์ใช้กับโครงการการทำงานร่วมกันเพื่อการลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CAP SEA) กล่าว

ทำไมมาตรการการแก้ที่ต้นเหตุจึงสำคัญ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดนี้อยู่บ่อยครั้ง “เมื่อบ้านของคุณน้ำท่วม มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะใช้ไม้ถูพื้น ถ้าคุณไม่ปิดก๊อกน้ำเสียก่อน” แล้วเราจะปิด “ก๊อกน้ำ” ได้อย่างไร ประเด็นของขยะพลาสติกก็เช่นเดียวกัน แล้วเราจะลดปริมาณพลาสติกที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดได้อย่างไร คำตอบ คือ มีแนวทางที่แตกต่างกันมากมาย และขณะนี้โครงการ CAP SEA กำลังสนับสนุนให้ประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียดำเนินมาตรการการแก้ที่ต้นเหตุ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

  1. การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล: แนวทางหนึ่ง คือ ควรตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าพลาสติกที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ (เช่น ขวดน้ำดื่มพลาสติก) ง่ายต่อการรีไซเคิลหรือไม่ เพื่อให้พลาสติกรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการหมุนเวียน นำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น แล้วอะไรที่ทำให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกง่ายต่อการรีไซเคิล โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยโพลิเมอร์หนึ่งชนิดสามารถรีไซเคิลได้ง่ายกว่าการมีวัสดุอื่นๆ มาผสม (เช่น ซอง) แต่เมื่อรวมกับข้อกำหนดของวัสดุรีไซเคิล (ในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ขวดพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) จำเป็นที่จะต้องมีพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลตรีไซเคิลอย่างน้อยร้อยละ 25 และภายในปี 2573 ที่ร้อยละ 30) จะช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไปได้ระดับหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้มากขึ้น โครงการ CAP SEA จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนจากโรงงานอุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องอื่นๆ พัฒนาการออกแบบเพื่อสร้างมาตรฐานการรีไซเคิลในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยโครงการมุ่งเน้นให้มีการหารือกับคณะทำงานด้านเทคนิคและการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากลจากยุโรปผ่านการศึกษา การให้คำแนะนำทางเทคนิค และการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีแผนที่จะแนะนำมาตรฐานสำหรับการรีไซเคิลและการออกแบบสำหรับการรีไซเคิลเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่การแนะนำมาตรฐานของฉลากเขียวที่ดำเนินงานโดยความสมัครใจในประเทศไทยและมาเลเซีย
  1. การใช้ซ้ำ: ขยะบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดขยะในทะเลในรูปของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สามารถลดลงได้โดยการหันมาใช้เครื่องดื่มและภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ซ้ำ และการใช้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เช่น แชมพู ผงซักฟอกแบบเติม (รีฟิล) ก็จะเป็นการลดปริมาณขยะพลาสติกได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันตลาดหรือร้านค้าที่ให้บริการเติม (รีฟิล) ก็เริ่มมีแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาใช้วิธีนี้แทนการซื้อบรรจุภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องการบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ที่นำเสนอทางเลือกอื่นแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ โครงการ CAP SEA จึงร่วมกับ ENVIU ทำธุรกิจสตาร์ทอัพ 2 แห่งในประเทศมาเลเซียที่จะให้บริการด้านแอปพลิเคชั่นการใช้ซ้ำ และยังให้การสนับสนุนเทศบาลชาห์อาลัม (Shah Alam) ในประเทศมาเลเซีย และเทศบาลนครภูเก็ตในประเทศไทยในการพัฒนาแผนการดำเนินงานและนโยบายเกี่ยวกับการใช้ซ้ำและลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สำหรับประเทศอินโดนิเซีย โครงการ CAP SEA ได้ช่วยกำหนดกรอบเงื่อนไขสำหรับภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ซ้ำสำหรับภาคบริการการจัดส่งอาหารแห่งแรกของอินโดนีเซีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการนำร่องในกรุงจาการ์ตา โดยบริษัทที่ให้บริการด้านการจัดส่งอาหารและ ENVIU ได้ร่วมมือกับโครงการพัฒนาภาชนะบรรจุอาหารและสนับสนุนการให้บริการด้านการจัดส่งอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Blue Angel สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ส่งคืนได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพื่อจัดการกับวิกฤติพลาสติกและก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง “โครงการ CAP SEA มาในช่วงจังหวะที่ดีที่รัฐบาลไทยกำลังให้ความสำคัญกับหัวข้อนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโมเดล BCG ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล” ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกล่าว

โครงการ CAP SEA จะมุ่งมั่นแก้ไขวิกฤติพลาสติกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ตลอดจนรวบรวมแนวทางและกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

[1] SYNTHETIC POLYMER CONTAMINATION IN GLOBAL DRINKING WATER – Multimedia | Orb (orbmedia.org)

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

Christoffer Brick
Project Leader
Email:christoffer.brick@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)