ข่าว

เปิดตัวโครงการคอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัส (Coffee++) ในประเทศไทย เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การปลูกกาแฟต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร

24 พ.ค. 2566

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันมีความรุนแรงจนส่งผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม โดยระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมยังทำให้ผลผลิตกาแฟและรายได้ของเกษตรกรลดลง เพื่อช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ “ความยั่งยืนและการเพิ่มมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานการเกษตร” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือพันธมิตรระดับโลก ในการกำกับดูแลของกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (BMZ) ได้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน คือ บริษัท เนสท์เล่ ในการพัฒนาโครงการฯ โดยใช้หลักพหุวิทยาการ ทั้งแนวทางการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งพันธมิตรทั้งหมดเล็งเห็นถึงศักยภาพของโครงการฯ ในการช่วยพัฒนาระบบนิเวศแวดล้อมและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น

ด้วยความพยายามที่จะสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2565 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมันและบริษัท เนสท์เล่ ได้ตกลงที่จะดำเนินโครงการ “ยกระดับคุณภาพชีวิตและความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของผู้ผลิตกาแฟรายย่อยด้วยระบบการผลิตแบบเกษตรกรรมฟื้นฟู” หรือ “คอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัส (Coffee++)” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ “พัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หรือ “คอฟฟี่พลัส (Coffee+)” ที่เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. 2561 เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยในไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ปรับกระบวนการคิดให้มองการทำการเกษตรว่าเป็นการประกอบธุรกิจอย่างหนึ่งซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบการจัดการสวนกาแฟให้มีผลผลิตและรายได้มากขึ้น โดยโครงการคอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัสขยายพื้นที่เป้าหมายไปยังเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยในประเทศโกตดิวัวร์ (ไอวอรี่ โคสต์) ทวีปแอฟริกา และนำนวัตกรรมเชิงพหุวิทยาการเข้ามาใช้ในการดำเนินโครงการ โดยโครงการใหม่นี้มีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยในพื้นที่เป้าหมายในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และโกตดิวัวร์ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการนำหลักเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูไปปฏิบัติ

กาแฟโรบัสตาตั้งแต่ระยะออกดอกถึงระยะเก็บเกี่ยว

นอกจากนั้น มาตรการใหม่ที่นำมาใช้ในโครงการคอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัสยังรวมไปถึงการดำเนินงานด้านวนเกษตรในสวนกาแฟ การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมและภูมิทัศน์ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการดำเนินกิจกรรมของโครงการฯ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานไปอีกขั้นจากมาตรการเดิมที่เน้นให้การอบรมในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเกษตรกร การสร้างรายได้เพิ่มจากการปลูกพืชร่วมกับกาแฟ และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ดียิ่งขึ้น

โครงการฯ นี้มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่ดำเนินโครงการฯ ในสองจังหวัดคือชุมพรและระนอง สำหรับในปีแรกนี้ประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการด้านวนเกษตรควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการดำเนินงาน อาทิ แอปพลิเคชันการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ พร้อมทั้งการทำเกษตรเชิงฟื้นฟูเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยเพิ่มคาร์บอนในดิน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรสร้างรายได้จากสวนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเอื้อประโยชน์ต่อระบบนิเวศและสภาพภูมิอากาศ โดยแนวปฏิบัติการเกษตรเชิงฟื้นฟูที่โครงการฯ นำมาใช้ ได้แก่ การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่อลดการใส่ปุ๋ยเกินความต้องการ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน การลดและควบคุมการชะล้างพังทลายของดิน การผลิตปุ๋ยหมักเพื่อใช้เอง รวมถึงการฟื้นฟูต้นพันธุ์กาแฟตามหลักปฏิบัติมาตรฐาน 4C ของประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้โครงการฯ ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ร่วมกันทำงานเพื่อสนับสนุนเกษตรกรมาตั้งแต่เริ่มต้น รวมไปถึงพันธมิตรใหม่อย่างกรมพัฒนาที่ดิน ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและดำรงชีพด้วยการทำเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมหน่วยงานพันธมิตรให้ร่วมสานต่องานที่โครงการฯ ทำไว้ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

วัลนิภา โสดา
ผู้จัดการโครงการคอฟฟี่ดับเบิ้ลพลัส (ฝ่ายความร่วมมือพันธมิตรและความยั่งยืน)
อีเมล: wannipa.soda(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)