ข่าว

ไทยเปิดตัวใบรับรอง ePhyto พร้อมใช้รับรองสินค้าส่งออกทุกประเทศ เริ่ม 1 ก.ค.นี้

03 พ.ค. 2565
เขียนโดย: มัชฌิมา ทองเดชศรี
ภาพโดย: ePhyto Hub

(จากซ้ายไปขวา) นางพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการของ GIZ นางสาวเสาวลักษณ์ ศุภกมลเสนีย์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ก้าวสำคัญของประเทศไทยในการประยุกต์ใช้ข้อมูลดิจิทัลในภาคการเกษตรได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสามารถขอใบรับรองสุขอนามัยพืชผ่านระบบออนไลน์ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นคำขอด้วยตนเอง

กลุ่มพันธมิตรโลกด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Global Alliance for Trade Facilitation) ซึ่งดำเนินงานหลักโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้สนับสนุนกรมวิชาการเกษตรในการพัฒนาใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ePhyto กับประเทศคู่ค้าผ่านอนุสัญญาอารักขาพืชระหว่างประเทศ (IPPC) Hub โดยเชื่อมระบบผ่านทาง National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจสำหรับการนำเข้า ส่งออกสินค้า ส่งผลให้การค้าส่งออกมีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลง

ผู้ส่งออกสินค้าพืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ต้องใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืช เพื่อนำไปสำแดงต่อประเทศผู้นำเข้าว่าสินค้าได้ผ่านการตรวจสอบรับรองด้านสุขอนามัยพืชตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้า และเป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยพืช โดยเมื่อวันที่ 1กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้นำร่องเปิดการใช้งานระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์กับการส่งออกผลไม้ 22 ชนิดไปสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยผู้ค้าสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์

การพัฒนาและประยุกต์การใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ePhyto จะช่วยให้ผู้ส่งออกสินค้าในประเทศไทยเผชิญกับความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาด การสูญหาย หรือการเสียหายของใบรับรองฯ ในรูปแบบเอกสาร ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้า นำมาซึ่งความเสียหายและการเน่าเสียของสินค้าได้ลดลง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรโลกด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า จัดงานเปิดตัวการใช้งานระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชนจากสมาคมและบริษัทต่างๆ ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ โดยมีผู้ร่วมงานทั้งหมด 151 ท่าน ซึ่งเป็นผู้แทนจากองค์กรในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติจากประเทศคู่ค้าสำคัญ

ในปี พ.ศ. 2564 กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช จำนวน 409,279 ฉบับ คิดเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 784,259 ล้านบาท การออกแบบและพัฒนาระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ของกรมวิชาการเกษตรจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการส่งออก ลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นผ่านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดการใช้กระดาษ และสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ตั้งแต่ประเทศปลายทางจนถึงเกษตรกรผู้ผลิตนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

นอกจากนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ สามารถนำข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ในระบบมาใช้ประโยชน์ในการเจรจาต่อรองทางการค้า หรือกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืช หรือนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยนายระพีภัทร์ กล่าวเสริม

ภาคการเกษตรมีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 8 ของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) มีแรงงานประมาณ 6.4 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 1 ส่วน 3 ของอัตราแรงงานทั้งหมด และประกอบด้วยภาคธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการค้าขายกับประเทศสมาชิกอาเชียนและประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้มีการดำเนินการงานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจะเชื่อมต่อระบบ Single Window กับระบบ ePhyto Hub ของอนุสัญญาอารักขาพืชระหว่างประเทศ (IPPC) เพื่อที่จะสามารถแลกเปลี่ยน ePhyto ระหว่างประเทศที่มีการเชื่อมต่อกับระบบ ePhyto Hub ของ IPPC ได้ นอกจากนี้โครงการฯ ได้ยังมีการสนับสนุนในการจัดฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการใช้งาน ePhyto อีกทั้งยังรณรงค์สร้างความตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้งาน ePhyto ให้แก่ภาคเอกชน

การเปิดใช้งานของระบบนี้ได้สื่อถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการปฏิรูปทางการการค้าอย่างเป็นระบบนายฟิลลิปป์ ไอซเลอร์ ผู้อำนวยการกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าว “การใช้งานของ ePhyto นั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

อัลบั้มภาพ

เกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ

กลุ่มพันธมิตรระดับโลกเพื่อการอำนวยความสะดวกทางการค้า เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อการเติบโตทางการค้า โดยสนับสนุนรัฐบาลในประเทศกำลังพัฒนาในการดำเนินการตามข้อตกลงการอำนวยความสะดวกทางการค้าขององค์การการค้าโลก

โครงการของกลุ่มพันธมิตรฯ ดำเนินการโดยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกระดับได้ร่วมกันดำเนินการปฏิรูปทางการค้าเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า โดยการลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการค้าผ่านพรมแดน

ในส่วนของการให้ความสำคัญด้านระบบดิจิทัลและการนำตัวอย่างที่ดีไปปฏิบัติ โครงการของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ผลักดันให้ภาคธุรกิจมีการค้าขายที่สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านกระบวนการและขั้นตอนการค้าที่คล่องตัวและสามารถคาดการณ์ได้ ทางภาครัฐเองยังได้ลดเวลาและทรัพยากรผ่านกระบวนการทางการค้าที่ทันสมัยยิ่งขึ้นและคงความปลอดภัย ท้ายที่สุดนั้น โครงการของพันธมิตรฯ มุ่งเป้าการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและธุรกิจ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นอย่างทั่วถึง และลดความยากจน

กลุ่มพันธมิตรฯ นำโดย Center for International Private Enterprise (CIPE)  หอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce: ICC ) และ World Economic Forum โดยร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี และเดนมาร์ก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

พจมาน วงษ์สง่า
หัวหน้าโครงการระดับภูมิภาค
อีเมล: pouchamarn.wongsanga@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)