- การประชุมเพื่อการพัฒนาเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกปิดฉากลงด้วย “Cairo Call to Action” หลังการหารืออย่างเข้มข้นเกี่ยวกับวิกฤตที่อยู่อาศัยระดับโลกและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาเมือง
การประชุม World Urban Forum ครั้งที่ 12 (WUF12) ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 4–8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ภายใต้แนวคิด ‘ทุกอย่างเริ่มต้นที่บ้าน: การดำเนินการในท้องถิ่นเพื่อเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (It All Starts at Home: Local actions for sustainable cities and communities)’ โดยโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlements Programme: UN-Habitat) ร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอาหรับแห่งอียิปต์ การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 24,000 คน จาก 182 ประเทศ นับเป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้ร่วมประชุม ณ ที่จัดงานสูงถึง 92% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด
WUF12 เป็นเวทีสำคัญสำหรับแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการดำเนินงานตาม วาระการพัฒนาเมืองใหม่ (New Urban Agenda: NUA) โดยตลอดงานผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนได้ร่วมอภิปรายและเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและเท่าเทียม
ตลอด 5 วันของการประชุมได้มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น วงเสวนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้บรรยายรวม 407 คน ซึ่งรวมถึงประมุขแห่งรัฐ 4 คน รัฐมนตรี 60 คน และนายกเทศมนตรี 96 คน โดยเวทีหารือระดับสูงนี้ได้ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในหลายระดับเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับเมืองทั่วโลก
การประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหาที่ท้าทายต่างๆ ในเขตเมือง เช่น วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การจัดหาเงินทุน และการเข้าถึงด้านการเงินในระดับท้องถิ่น รวมถึงแนวทางการจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับอนาคต โดยให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเมือง
ไทยร่วมสร้างเมืองที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและยั่งยืนผ่านการพัฒนาในระดับท้องถิ่น
คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในที่ประชุม WUF12 โดยเน้นย้ำถึงแนวทางเชิงรุกของประเทศไทยในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเมืองผ่านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า “ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาเมืองโดยการวางผังเมืองในทุกระดับ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น”
ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่มีคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon & Resilient Cities: Urban-Act) ซึ่งเป็นโครงการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำและสามารถฟื้นตัวได้จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเมือง โดยจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ตได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวอย่างของแนวปฏิบัติที่ดี ซึ่งสามารถขยายผลและนำไปปรับใช้ในชุมชนท้องถิ่นอื่นๆ ได้ต่อไป
โครงการ Urban-Act มุ่งลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกลไกเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่น โดยใช้เมืองนำร่องของโครงการเป็นตัวอย่างในการพัฒนา สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ โครงการฯ เน้นการวางแผนการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน และสำหรับจังหวัดขอนแก่นจะเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการบริหารจัดการน้ำ โดยบูรณาการแนวทางที่อิงธรรมชาติ รวมถึงการพิจารณาแนวคิดเมืองฟองน้ำ (Sponge City) ส่วนจังหวัดภูเก็ตจะเน้นเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรับมือกับสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์ธรรมชาติและการปรับตัวต่อความเสี่ยงทางภูมิอากาศที่นำโดยท้องถิ่น
ความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกับรักษาสมดุลระหว่างธรรมชาติกับสังคมภายในเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป
การฝึกอบรม Urban-Act ระดับภูมิภาค ช่วยพัฒนาโครงการสภาพภูมิอากาศของเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ระหว่างงานประชุม WUF12 โครงการ Urban-Act ได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคหัวข้อ “การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศแบบบูรณาการเพื่อเมืองคาร์บอนต่ำและพร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์การฝึกอบรมระดับภูมิภาคของโครงการในปี พ.ศ. 2567 (Integrated Climate Action for Low-Carbon and Resilient Cities in the Asia-Pacific Regional Training Synthesis 2024)
คณะผู้แทนจากประเทศไทย ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และตัวแทนจาก 3 เมืองนำร่อง ได้นำเสนอ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ “เครือข่ายการอพยพและขนส่งที่ยืดหยุ่นต่ออุทกภัยในเชียงใหม่” และ “แนวคิดเมืองฟองน้ำเพื่อการจัดการน้ำในเมืองขอนแก่น” พร้อมทั้งแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Urban-Act เสนอแนวทางใหม่เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การแลกเปลี่ยนระหว่างเมืองครั้งนี้ได้ชูแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดจากเมืองต่างๆ เช่น คออิมบาทอร์ (อินเดีย) อันตีโปโลซิตี (ฟิลิปปินส์) เมรีดา (เม็กซิโก) ฟอร์ตาเลซา (บราซิล) และอิตาเปกูรู-มีริม (บราซิล)
ผู้นำเมืองแต่ละแห่งได้แบ่งปันกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมในการผนวกข้อพิจารณาด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการวางผังเมือง พร้อมทั้งคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางเพศและผู้ด้อยโอกาส การอภิปรายช่วยส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเมืองที่ยั่งยืนต่อไป
ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการสร้างเครือข่าย การเสวนานี้ได้เชื่อมโยงตัวแทนจากเมืองต่างๆ รวมถึงผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผู้เข้าร่วมใหม่ เพื่อปูทางสู่ความร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกัน
ความพยายามระดับโลกสู่เมืองที่ยั่งยืน
เมื่อเมืองต่างๆ เผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมือง การอภิปรายในงาน WUF12 ได้ทำให้เกิดพันธสัญญาที่สำคัญที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อสร้างเมืองที่มีความหยืดหยุ่นและเป็นธรรม หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ การรับรองคำประกาศไคโร (Cairo Call to Action) ซึ่งเป็นผลลัพธ์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ เป็นการร่วมกันให้คำมั่นที่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยทั่วโลก รวมถึงการใช้การดำเนินการในระดับท้องถิ่นเพื่อบรรลุเป้าหมายและเป้าประสงค์ในระดับโลก ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนผ่านวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda) วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) และข้อตกลงเพื่ออนาคต (Pact for the Future) ซึ่งเป็นเอกสารข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาลที่กำหนดเส้นทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับมือกับความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ความพยายามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการจัดการกับความท้าทายด้านมนุษยธรรม และได้ระบุความท้าทายที่สำคัญ 10 ลำดับ เช่น การแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัย การส่งเสริมการวางแผนที่ครอบคลุม การสร้างความเท่าเทียม และการยกระดับการดำเนินงานในระดับท้องถิ่น
นอกจากนี้ UN-Habitat ยังได้เปิดตัว รายงานเมืองโลก 2024: เมืองและการรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (World Cities Report 2024) ภายในงานประชุมอีกด้วย
ไฮน์ริช กูเดนุส
ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act
อีเมล: heinrich.gudenus(at)giz.de