ข่าว

ไทย-เยอรมันประกาศความพร้อมเดินหน้านโยบายความยั่งยืนทางสภาพภูมิอากาศ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

08 ธ.ค. 2565

สรุปผลความสำเร็จการดำเนินแผนงานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไทย – เยอรมัน ตลอดระยะเวลา 5 ปี ช่วยสร้างศักยภาพไทยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศและนานาชาติเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนในทุกมิติ ทั้งภาคพลังงาน ขนส่ง อุตสาหกรรม การกำจัดของเสียและภาคการเกษตร

วันที่ ธันวาคม พ.ศ. 2565 – ผู้แทนจากรัฐบาลไทยและเยอรมันร่วมประกาศความสำเร็จในการสนับสนุนประเทศไทยรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดในพิธีปิดและนิทรรศการโครงการแผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Thai – German Climate Programme – TGCP) ภายใต้การทำงานในแผนงานฯ นี้ประเทศไทยได้พัฒนายุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) อาทิ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการเกษตร (2560 – 2564) แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศสาขาการจัดการของเสียชุมชน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องการบูรณาการประเด็นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการจัดการน้ำ และคู่มือแนวปฏิบัติการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ และการใช้ระบบนิเวศ (EbA) สำหรับภาคส่วนน้ำของไทย

โครงการ TGCP ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานหลักภายใต้กระทรวงต่างๆ เพื่อให้การสนับสนุนอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับแผนและยุทธศาสตร์ต่างๆ ของประเทศมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2561 ผ่านการสนับสนุนเงินทุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากลแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (IKI) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนประเทศไทยพัฒนานโยบายสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับชาติและระดับสาขาได้แก่ (1) สาขานโยบายสภาพภูมิอากาศ (2) สาขาเกษตร (3) สาขาพลังงาน (4) สาขาการจัดการขยะและของเสีย และ (5) สาขาการจัดการน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ มีการตรวจวัด ติดตาม ทวนสอบ ติดตามผลกิจกรรม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ผลจากความร่วมมือตลอดระยะเวลา 5 ปี ทำให้ประเทศไทยพัฒนายุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะยาวในภาคต่าง ๆ ทั้งภาคพลังงาน ขนส่ง อุตสาหกรรม การกำจัดของเสียและภาคเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอน มีการตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี พ.ศ. 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2608

ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ สรุปผลงานของโครงการว่า “ผลของการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้โครงการ TGCP ตลอดระยะเวลา 5 ปี ทำให้ประเทศไทยสามารถนำข้อตกลงจากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาสู่การพัฒนานโยบายระดับประเทศและนำไปสู่การปฏิบัติ และส่งเสริมประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำเร็จของโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ TGCP ในการเสริมสร้างศักยภาพและการพัฒนาความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง “ปี พ.ศ.2565 มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นปีครบรอบ 160 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมถึงความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน การเติบโตด้านเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยิ่งสร้างแรงกดดันไม่แต่เฉพาะประเทศเยอรมนีเท่านั้นแต่ประเทศไทยก็จะต้องมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนงาน TGCP จึงเป็นรากฐานให้ประเทศไทยเน้นการปฏิบัติเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งประเทศไทยและเยอรมนีจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันเพื่อร่วมกันดำเนินโครงการให้มีการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่วางไว้ เราจะร่วมมือกันเพื่อให้ทุกคนได้เห็น ความสำคัญของปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสร้างอนาคตที่ดีสำหรับประเทศทั้งสอง”

ดร.ฟิลิป เบห์เรนส์ หัวหน้าแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) กล่าวผ่านประชุมทางไกล ชื่นชมกับความสำเร็จของประเทศไทยในการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDs) ฉบับปรับปรุง พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือที่ดีอย่างต่อเนื่องกับประเทศไทย โดยกล่าวถึงตัวอย่างโครงการที่ร่วมดำเนินในปัจจุบันและในอนาคต เช่น Thai-German Cooperation-Energy, Mobility and Climate (TGC-EMC) ที่จะดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในด้านพลังงาน ขนส่ง และเกษตร เพิ่มเติมด้วยโครงการ Clean, Affordable and Secure Energy for Southeast Asia (CASE) ซึ่งเป็นโครงการระดับภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่าน Urban Resilience Building and Nature (URBAN) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเมือง เพิ่มเติมด้วยโครงการ Urban Act ซึ่งเป็นโครงการระดับภูมิภาค และโครงการ Nitric Acid Climate Action Group (NACAG)  ในขณะที่กล่าวชื่นขมโครงการ TGCP ที่กำลังจะจบลงและความสำเร็จของโครงการตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ดร. ฟิลิป เบห์เรนส์ ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือกับประเทศไทยผ่านโครงการ Climate, Coastal, and Marine Biodiversity (CCMB) ซึ่งจะเป็นโครงการหลักของความร่วมมือไทย-เยอรมันในการดำเนินงานเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้โครงการ CCMB ยังเป็นโครงการความร่วมมือแรกที่จะเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนาโดยผู้แทนจากภาคพลังงาน ภาคของเสีย ภาคการเกษตรและภาคการจัดการน้ำ เข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสรุปบทเรียนของโครงการ TGCP ร่วมกัน

นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมาเลเซียได้แสดงความยินดีกับประเทศไทยที่ได้มีเครือข่ายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็งซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านในระดับประเทศได้ “แผนงาน TGCP ถูกวางแผนมาเพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้มีนโยบายที่แข็งแกร่งเพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสังคมที่มีความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ                     และมีความเป็นกลางทางคาร์บอน เราภาคภูมิใจที่ประเทศไทยจริงจังกับการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนมากกว่าที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อทุกภาคส่วนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม GIZ จะยังคงสนับสนุนประเทศไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อไป

นิทรรศการ

แผนงาน IKI
แผนงานความร่วมมือไทย – เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเกษตร
พลังงาน
ด้านนโยบาย
การจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน
การจัดการทรัพยากรน้ำ

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล
อีเมล: apiradee.treerutkuarkul(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)