กรุงเทพมหานครมีค่าดัชนีความร้อนสูงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังเผชิญปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน โดยคาดการณ์ว่าในอีก 30 ปีอุณหภูมิเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส แม้ว่า กทม. จะตระหนักดีถึงปัญหาภัยร้อนสุดขั้ว (Extreme Heat) และปรากฏการณ์เกาะความร้อน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิในเขตเมืองสูงกว่าเขตชนบทโดยรอบอย่างชัดเจน แต่ก็ยังขาดพื้นที่ต้นแบบในการนำร่องแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
กองทุน ThaiCI ซึ่งดำเนินงานโดย GIZ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จึงมอบทุนสนับสนุนโครงการการลดความเปราะบางต่อความร้อนและศักยภาพการปรับตัว: กรอบแนวทางบรรเทาความเสี่ยงของชุมชนต่อความร้อนสุดขั้ว หรือ “สู้ร้อนประเทศไทย (Heat Ready Thailand)” จากคณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนในพื้นที่นำร่องย่านภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สามารถปรับตัวต่อภัยร้อนได้ โดยดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 จนถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2570
โครงการสู้ร้อนประเทศไทย นำโดย รศ.ดร.มานัส ศรีวาณิช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและจัดการองค์ความรู้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วาง 3 แนวทางในการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่เพื่อให้ชุมชนในเขตภาษีเจริญสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่
กิจกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่โรงเรียนวัดประดู่บางจาก (พ่วงอุทิศ) โดยมี ผศ.ดร.ชมพูนุท คงพุนพิน จากคณะสถาปัตยกกรมศาสตร์และผังเมือง มธ. ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอุณหภูมิและภัยร้อนในเมือง
1. พัฒนากระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ณ โรงเรียนวัดประดู่บางจาก (พ่วงอุทิศ) ที่เป็นศูนย์กลางชุมชน โดยถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนผ่านการจำลองสถานการณ์โลกร้อนในบ้านร้อน (Hot House) ซึ่งจะใช้ฮีทเตอร์ปรับอุณหภูมิให้ร้อนและคลุมด้วยผ้าใบใสซึ่งจะทำให้อากาศไม่ถ่ายเท จำลองให้เหมือนสภาวะตอนที่โลกร้อนกว่าปัจจุบันและสำรวจระดับอุณหภูมิภายในโรงเรียนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Camera) เพื่อแสดงระดับความร้อนของวัสดุต่าง ๆ
เรียนรู้ระดับความรู้สึกทางความร้อนเมื่ออยู่ในสภาวะโลกร้อนด้วยกิจกรรม “บ้านร้อน (Hot House)”
2. สร้างพื้นที่ต้นแบบชุมชน ณ ชุมชนราชมนตรีร่วมใจ ด้วยการจัดเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาแผนที่ความเสี่ยงด้านภัยร้อนของชุมชนที่มีทั้ง “จุดร้อน” หรือพื้นที่ในชุมชนที่มีอุณหูมิสูง เช่น พื้นคอนกรีต และ “จุดพักร้อน” หรือพื้นที่ในชุมชนที่มีอุณหภูมิไม่สูงและสามารถนั่งพักได้ เช่น สวนสาธารณะ และใต้ต้นไม่ใหญ่ โดยใช้อุปกรณ์วัดค่าความร้อนและกล้องถ่ายภาพความร้อน พร้อมให้ความรู้ถึงประโยชน์ของพื้นที่สีเขียว เพื่อกระตุ้นให้ร่วมกันพัฒนาจุดพักร้อนภายในชุมชน
ชาวบ้านร่วมทำแผนที่อุณหภูมิของบริเวณต่าง ๆ และสำรวจระดับความร้อนของวัสดุในชุมชนด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (ภาพโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
3. พัฒนาคู่มือและเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อรวบรวมความรู้ ผลิตชุดสื่อการเรียนรู้ รวมถึงจัดทำคู่มือแนะนำกลยุทธ์การบรรเทาความเสี่ยงต่อความร้อนสุดขั้วสำหรับโรงเรียนและชุมชน
กิจกรรมของโครงการนี้ไม่เพียงสร้างพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมให้ชุมชนปรับตัวต่อภัยความร้อนเมืองด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนให้นักเรียนและคนในชุมชนตระหนักรู้ถึงภัยจากความร้อน ปัจจัยเสี่ยง และผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้คนเข้าใจสถานการณ์ความร้อนสุดขั้วที่กำลังเผชิญได้อย่างเท่าทัน ซึ่งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยความร้อนในเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อไป
ติดตามเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจจากโครงการสู้ร้อนประเทศไทยได้ทางเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/HeatReadyThailand
ThaiCI เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 เพื่อจัดตั้งกองทุน ThaiCI ภายใต้การดำเนินการของกองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกการเงินในประเทศที่ให้การสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาและบริหารโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ