ข่าว

นักผังเมืองไทยศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาโลกร้อนสุดล้ำที่สิงคโปร์และปีนัง

21 ก.ค. 2568
เขียนโดย:อิสรีย์ จิตรปฏิมา, ธูปทอง เลี่ยมสุวรรณ
ภาพโดย: อิสรีย์ จิตรปฏิมา, ธูปทอง เลี่ยมสุวรรณ

From centuries-old heritage to AI-driven districts, Thai urban planners return from Singapore and Penang inspired with bold ideas for climate action
จากมรดกเก่าแก่หลายร้อยปีถึงย่านดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI นักผังเมืองไทยกลับมาจากสิงคโปร์และปีนัง พร้อมแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปีนังและสิงคโปร์, 21–25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 — ทางออกของวิกฤตสภาพภูมิอากาศอาจแฝงตัวอยู่กับสิ่งที่เราคุ้นชินตรงหน้า เช่น ในอาคารเก่า ท่อระบายน้ำ และสวนบนดาดฟ้า แนวทางที่สิงคโปร์และเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย นำมาปรับใช้ได้พิสูจน์ว่าแนวทางปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศมีหลากหลายวิธีและพบเห็นได้โดยทั่วไป
คณะผู้แทนไทยซึ่งประกอบด้วยนักผังเมือง วิศวกร และสถาปนิกอาวุโสจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับ GIZ ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการ Urban-Act ศึกษาแนวทางที่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน

อนุรักษ์มรดก สู้วิกฤตภูมิอากาศ

Delegates at Fort Cornwallis cultural preservation site
คณะผู้แทนเยี่ยมชมป้อมคอร์นวอลลิส

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือการผสาน “การอนุรักษ์วัฒนธรรม” เข้ากับ “ความยั่งยืน” ได้อย่างกลมกลืนของจอร์จทาวน์ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมืองได้บูรณะอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ โดยใช้วัสดุดั้งเดิมควบคู่ไปกับเทคนิคทางสถาปัตยกรรมแบบพาสซีฟ ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่อาศัยองค์ประกอบธรรมชาติในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร เพื่อลดปัญหาความร้อน ในการบูรณะพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น ป้อมคอร์นวอลลิส

นอกจากนี้ อาคารเก่าในจอร์จทาวน์ยังออกแบบให้ทางเดินมีหลังคาคลุม (arcades) และทางเดินสีเขียว (green corridors) ซึ่งช่วยทำให้บริเวณนั้นมีอากาศเย็นสบายกว่าพื้นที่โดยรอบ เกิดเป็นสภาพอากาศเล็กๆ ของตัวเอง (Microclimate) โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าแม้แต่วัตต์เดียว องค์ประกอบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพด้านพลังงาน แต่ยังช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์ของเมือง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองอีกด้วย
Thermal imagery of George Town streets: The images highlight the impact of materials and shading on surface temperatures. There is a marked difference in temperatures in shaded areas and bitumen road surfaces. Source: Produced by Think City with Perfect Prime IR0006 Thermal Imager Camera
ภาพถ่ายความร้อนของถนนในจอร์จทาวน์ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของวัสดุและเงาร่มต่ออุณหภูมิพื้นผิว โดยสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างของอุณหภูมิได้อย่างชัดเจนระหว่างบริเวณที่มีเงาร่มและพื้นผิวถนนยางมะตอย ที่มา: จัดทำโดย Think City โดยใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน Perfect Prime IR0006 Thermal Imager Camera
ศิลปะของการเปลี่ยนแปลงเมือง
Dr Matt Benson from Think City illustrates how the use of local materials at Fort Cornwallis helps lower indoor temperatures naturally
ดร.แมต เบนสัน จากองค์กร Think City อธิบายให้เห็นว่า การใช้วัสดุท้องถิ่นในการบูรณะป้อมคอร์นวอลลิสมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ตามธรรมชาติ

เบื้องหลังการปรับโฉมเมืองของปีนังคือ Think City องค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ที่ริเริ่มการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ตั้งแต่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง เช่น สวนบนดาดฟ้า ซอยสีเขียว ไปจนถึงการพัฒนาพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า ระบบทำความเย็น และการจัดการน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการระดมการลงทุนและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันให้กับเมืองและชุมชน

โมเดลนี้เปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาเมืองที่สามารถรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณของรัฐเพียงฝ่ายเดียว

ห้องเรียนพลังประชาชนแห่งสิงคโปร์

Introduction of URA by Caroline Seah, Director, Professional Development Group
การแนะนำองค์การพัฒนาเมือง (URA) โดยคุณแครอลไลน์ เซียห์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาวิชาชีพ

การศึกษาดูงานที่องค์การพัฒนาเมือง (Urban Redevelopment Authority-URA) ของสิงคโปร์ คณะได้มีโอกาสเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองสิงคโปร์ (Singapore City Gallery) ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับกิจกรรมอินเตอร์แอ็กทีฟ เพื่อให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่จัดแสดงอย่างเจาะลึก ไม่ใช่เพียงแค่รับชมอย่างเดียว โดยนิทรรศการนี้นำเสนอวิวัฒนาการของสิงคโปร์จากเกาะขนาดเล็กสู่ต้นแบบเมืองยั่งยืน เน้นเสาหลักสำคัญด้านการวางผังเมือง เช่น โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ ที่อยู่อาศัย และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม พร้อมแสดงให้เห็นว่าทั้งหมดสามารถทำงานประสานกันอย่างไร้รอยต่อ

Singapore City Gallery at the URA Center
พิพิธภัณฑ์เมืองสิงคโปร์ที่ URA

นอกจากการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสื่อสารกับผู้ชม นิทรรศการแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของสิงคโปร์คือการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และความมุ่งมั่นในการดึงประชาชนเข้าร่วมผ่านการประชุมกับชุมชนและการเล่าเรื่องด้วยภาพ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งทุกเมืองสามารถเรียนรู้ได้

น้ำทุกหยดล้วนมีความหมาย
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของไทยคือ ถ้ามีน้ำมากเกินไปก็เกิดน้ำท่วม แต่ถ้าน้ำน้อยเกินไปก็เกิดภัยแล้ง แต่สิงคโปร์มีแนวทางจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด เพื่อให้น้ำทุกหยดมีค่าและสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งไปได้พร้อมกัน

Thai delegates visit Marina Barrage
คณะผู้แทนไทยเยี่ยมชมมาริน่า บาร์ราจ

มาริน่า บาร์ราจ (Marina Barrage) เขื่อนกั้นน้ำที่เชื่อมต่อกับมาริน่า การ์เด้นส์ (Marina Gardens) สวนชื่อดังระดับโลกของสิงคโปร์ เป็นตัวอย่างของงานวิศวกรรมล้ำสมัยที่ทำหน้าที่พร้อมกันถึงสามประการ ได้แก่ การควบคุมน้ำท่วม การกักเก็บน้ำจืด และการเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ

Kampung Admiralty(left); Bidadari Park(right)
กัมปุง แอดมิรัลตี(ซ้าย) สวนบิดาดารี (ขวา)

ส่วนที่ กัมปุง แอดมิรัลตี (Kampung Admiralty) โครงการคอมเพล็กซ์ที่อยู่อาศัยและชุมชนแบบบูรณาการแห่งแรกของสิงคโปร์ ที่พลิกสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแนวดิ่ง โดยออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยในสิงคโปร์ ขณะที่สวนบิดาดารี (Bidadari Park) สวนนิเวศน์ที่มอบพื้นที่สีเขียวร่มรื่นและทิวทัศน์รอบสระน้ำภายใต้แนวคิด “การอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ” ส่วนสวนบิชาน อังโมเกียว (Bishan–Ang Mo Kio Park) ซึ่งเดิมเป็นคลองคอนกรีต ปัจจุบันแปลงโฉมเป็นแม่น้ำคดเคี้ยวยาว 3 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิด

Bishan–Ang Mo Kio Park’s water elastic area, designed to restore natural ecosystems and create a nature-centric urban environment
พื้นที่กักเก็บน้ำปรับตัวตามปริมาณน้ำได้ของสวนบิชาน อังโมเกียว ถูกออกแบบเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติและสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่เน้นธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง

ทั้งสามพื้นที่สะท้อนแนวทางจัดการน้ำด้วยสวนพิรุณ (rain gardens) และบ่อซับน้ำ (bioswale) ที่ช่วยชะลอและซึมซับน้ำฝนตามธรรมชาติ ลดความร้อนในเมือง ป้องกันน้ำท่วม และสร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับชุมชน ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงนโยบายของสิงคโปร์ที่ไม่ได้สร้างสวนเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้สวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและความผูกพันทางใจของผู้คน

One side of the bridge at Bishan-Ang Mo Kio Park has been redesigned into a lush green space, benefiting both people and wildlife(left); Another side of Bishan-Ang Mo Kio Park, where the designers have preserved the original grey infrastructure to create a striking contrast, highlighting the transformation from what it is to what it can be, inspiring a shift in the public mindset(right)
ด้านหนึ่งของสะพานในสวนบิชาน อังโมเกียวได้รับการปรับโฉมให้เป็นพื้นที่สีเขียวชอุ่ม เป็นมิตรกับทั้งผู้คนและสัตว์ป่า(ซ้าย)
อีกด้านหนึ่งของสวนบิชาน อังโมเกียวที่นักออกแบบอนุรักษ์โครงสร้างสีเทาเดิมไว้ เพื่อสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นอยู่สู่สิ่งที่เป็นไปได้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปลี่ยนมุมมอง(ขวา)

ปล่อยให้ธรรมชาติทำงานแทนเรา
ทั้งสองเมืองแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาโดยอาศัยพลังจากธรรมชาติ (NbS) สามารถเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานสีเทาให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศได้

Sungai Ara Linear Park in Bayan Lepas, Penang has proven to be a successful pilot project for a blue-green corridor due to the involvement of the local community (Image Courtesy of Think City)
สวนแนวยาวซุงไก อารา เป็นโครงการนำร่องเส้นทางสีน้ำเงิน-สีเขียวที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น (ภาพจาก Think City)

ในปีนัง โครงการ Drains-as-Parks (DaP) ที่สวนแนวยาวซุงไก อารา (Sungai Ara) ย่านที่อยู่อาศัยในเมืองเก่าจอร์จทาวน์ เปลี่ยนท่อระบายน้ำคอนกรีตเดิมให้กลายเป็นเส้นทางกรองน้ำชีวภาพที่เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งผู้คนสามารถมาปิกนิกและเด็กๆ สามารถมาเล่นได้

ในสิงคโปร์ บ่อซับน้ำ สระน้ำเชิงนิเวศ และหลังคาเขียว สร้างเครือข่ายมาตรการธรรมชาติด้านสภาพภูมิอากาศ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เมืองเย็นและปลอดภัยจากน้ำท่วม

ทั้งสองเมืองได้ยกระดับระบบทำความเย็นในเขตเมือง การสร้างร่มเงาอย่างมีกลยุทธ์ ด้วยหลังคาสีเขียว จากสิ่งที่เคยเป็น “ทางเลือกเสริม” ให้กลายเป็น “สิ่งที่ต้องทำ” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต แนวทางเหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรหลายล้านคน

มองอนาคต

Singapore’s Punggol Digital District, hailed as ‘Singapore’s Silicon Valley’
ย่านดิจิทัลพังกอล (Punggol Digital District) ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งสิงคโปร์

ย่านดิจิทัลพังกอล ที่สิงคโปร์ คือเมืองอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการออกแบบอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและธรรมชาติสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การจัดการพลังงานอัจฉริยะไปจนถึงระบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ พังกอลแสดงให้เห็นว่าเมืองอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างพื้นที่สีเขียวกับนวัตกรรมดิจิทัล เพราะเมืองสามารถมีทั้งสองอย่างควบคู่กันได้

The transit-oriented development (TOD) of Punggol Digital District has been designed to provide seamless access to public transport, while integrating green spaces and smart infrastructure alongside mixed-use development creating a modern and sustainable urban hub
การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ของย่านดิจิทัลพังกอล ถูกออกแบบให้เข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมกับพื้นที่สีเขียว โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และการพัฒนาพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างในที่เดียว กลายเป็นศูนย์กลางเมืองที่ทันสมัยและยั่งยืน
The Singapore Institute of Technology (SIT) campus, and smart working hubs for digital innovation, sustainability and liveability
วิทยาเขตสถาบันเทคโนโลยีสิงคโปร์ (SIT) และศูนย์ทำงานอัจฉริยะสำหรับนวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน และการอยู่อาศัยที่ดี

นำแนวทางกลับสู่ไทย

การศึกษาดูงานภายใต้โครงการ Urban-Act ครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การเดินทางเพื่อเรียนรู้ แต่ยังเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คณะฯ ในการเปลี่ยนแปลงเมืองให้มีความพร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศ คณะผู้แทนมุ่งมั่นที่จะนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดมาปรับใช้กับความท้าทายของไทย โดยสอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม ธรรมชาติ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยอย่างลงตัว

ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุ่นแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขยายตัวของเมืองยังคงดำเนินต่อไปทั่วประเทศ คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเมืองไทยสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้ได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะเริ่มลงมือได้เร็วแค่ไหน

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)