พลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนกิจกรรมภายในบ้าน สำนักงาน และพื้นที่สาธารณะ ช่วยทำให้ผู้คนสะดวกสบายเชื่อมโยงกัน และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราพยายามก้าวสู่อนาคตสีเขียวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น วิธีการที่อาคารของเราใช้พลังงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
GIZ ผ่านโครงการเวทีหารือด้านพลังงานไทย-เยอรมัน (Thai-German Energy Dialogue: TGED) ร่วมกับอีจีเอส แพลน (EGS-plan) บริษัทสัญชาติเยอรมันชั้นนำที่ให้คำแนะนำด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จัดเวทีสัมมนาในหัวข้อ ประสิทธิภาพการใช้พลังงานในตัวอาคารให้กับกลุ่มอาคารประเภทต่างๆในปี พ.ศ. 2568 ได้แก่
- โรงแรมและรีสอร์ทยั่งยืน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่จังหวัดภูเก็ต
- อาคารอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมยั่งยืน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่จังหวัดระยอง
- อาคารที่อยู่อาศัยยั่งยืน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่จังหวัดเชียงใหม่
เวทีหารือเหล่านี้ทำให้ทีมโครงการได้พบปะกับผู้แทนจากภาคส่วนโรงแรม อุตสาหกรรม และอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ลึกซึ้งว่าควรบริหารจัดการพลังงานในตัวอาคารแต่ละภาคส่วนอย่างไร จึงเกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองและตั้งคำถามตามจากประสบการณ์จริงถึงวิธีที่จะผนวกนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในตัวอาคาร
สาระสำคัญที่ได้จากงานสัมมนาของโครงการ TGED สรุปได้ดังนี้
แนวคิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอาคาร: นวัตกรรม มาตรฐาน และกลไกที่เกี่ยวข้อง
คุณโรเบิร์ต ฮิมม์เลอร์ ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการบริหารบริษัทอีจีเอส แพลน ร่วมกับรองศาสตราจารย์ ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร ผู้บริหารบริษัทอีจีเอส แพลน บรรยายในหัวข้อประสิทธิภาพการใช้พลังงานในตัวอาคาร โดยเริ่มจากการแนะนำแนวคิดประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ตั้งแต่กฏเกณฑ์ กรอบนโยบาย มาตรการ ไปจนถึงเทคโนโลยีต่างๆ
เนื้อหาครอบคลุมประเด็นต่างๆ ตั้งแต่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Taxonomy) มาตรฐานอาคารด้านพลังงานของไทย (Thai Building Energy Code: BEC) ไปจนถึงภาพรวมของการรับรองอาคารเขียวและการแนะนำระบบการรับรองอาคารเขียวระดับสากล ได้แก่ มาตรฐานความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (LEED), มาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES) มาตรฐานสภาอาคารยั่งยืนของเยอรมนี(DGNB) และความเป็นเลิศในการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า (EDGE) นอกจากนี้ การสัมมนายังได้นำเสนอเรื่องการตรวจประเมินการใช้พลังงาน และกลไกการเงินสีเขียว ในฐานะปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนสามารถปรับปรุงโรงงาน อาคารสำนักงานและที่พักอาศัย ให้เปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ตลอดการจัดสัมมนาชุดนี้ โครงการ TGED ได้เชิญวิทยากรจากบริษัทนวัตกรรมนานาชาติชั้นนำมาร่วมนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานในตัวอาคาร เช่น บริษัท ชือโค่ จำกัด(Schüco) ที่นำเสนอแนวทางแบบองค์รวมตลอดวงจรชีวิตของอาคารสำหรับจัดวางระบบเปลือกอาคาร (building envelope) สำหรับอนาคต ขณะที่บริษัท บี.กริมม์ เทคโนโลยี จำกัด (B.Grimm Technologies)และบริษัท ซีเมนส์ จำกัด (Siemens Limited) ได้นำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ (HVAC) ประสิทธิภาพสูง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things: IoT) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน บริษัทคนอฟ จำกัด (Knauf) ได้นำเสนอการใช้ระบบผนังยิปซัมบอร์ด (drywall) ที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายโครงการก่อสร้างอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้วัสดุสีเขียวที่มีความเป็นพิษต่ำ ขณะที่บริษัท โรบาเธอร์ม จำกัด (Robatherm) ร่วมแบ่งปันแนวทางในการเลือกใช้ระบบจัดการอากาศ (Air Handling Unit: AHU) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มสมรรถนะและยืดอายุการใช้งานของระบบ บริษัท เคเอสบี (KSB) ได้นำเสนอเทคโนโลยีปั๊มประสิทธิภาพสูงที่มีต้นทุนตลอดอายุการใช้งานต่ำ ปิดท้ายด้วยบริษัท เอชทูพาวเวอร์เซลล์ (H2powercell) ที่ร่วมนำเสนอแนวทางการใช้ไฮโดรเจนสีเขียวเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย
ภาพสะท้อนอนาคตของอาคารที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในประเทศไทย
ในเชิงนโยบาย ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการสร้างความตระหนักรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาอาคารที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การพัฒนามาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code) ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ครอบคลุมประเภทอาคารที่หลากหลายมากขึ้น และมีการบังคับใช้ทั่วประเทศ จะช่วยผลักดันการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกัน นอกจากนี้ การกำหนดแรงจูงใจทางการเงินที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางมาตรฐานระดับชาติ เช่น การตรวจประเมินการใช้พลังงาน ก็จะช่วยสร้างความสอดคล้องและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ในเชิงเทคนิค การออกแบบอาคารที่มีความอัจฉริยะมากขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียน และการประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัล ล้วนมีความสำคัญต่อการปรับปรุงการบริหารจัดการพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นอกจากนี้ ประเทศไทยควรส่งเสริมกรอบการรับรองอาคารเขียว เพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา และการรักษามาตรฐานคุณภาพและสมรรถนะของอาคารเขียวในระยะยาว