ข่าว

TGED จัดประชุมโครงการนำร่องเครือข่ายประสิทธิภาพพลังงาน ครั้งที่ 2 เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานภาคอุตสาหกรรม

10 ก.พ. 2569
เขียนโดย: ชัญญานุช บุษยาตรัจ
ภาพโดย: นพนันท์ สุขพิงค์

ผู้เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (EEN) ครั้งที่ 2
  • โครงการ TGED จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (EEN) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยและเยอรมัน โดยเน้นการนำเทคโนโลยีและการบริหารจัดการพลังงานสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • นวัตกรรมการแก้ปัญหาด้านระบบให้ความร้อน ระบบทำความเย็น และระบบอัดอากาศ สามารถลดการใช้พลังงานและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพ การติดตามผลแบบดิจิทัล และการนำความร้อนหรือความเย็นทิ้งกลับมาใช้ใหม่
  • การใช้ข้อมูลและระบบดิจิทัลในการบริหารจัดการพลังงานถือเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการประหยัดพลังงานเป็นครั้งคราว โดยแนวทางตามมาตรฐาน ISO 50001 ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามผล วัดผล และปรับปรุงการใช้พลังงานได้อย่างเป็นระบบ

วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โครงการเวทีหารือด้านพลังงานระหว่างไทยและเยอรมนี (Thai-German Energy Dialogue: TGED) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency Network: EEN) ครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากความก้าวหน้าของโครงการนำร่องเครือข่ายประสิทธิภาพพลังงานของประเทศไทยที่ผ่านมา

การประชุมนี้รวบรวมสมาชิก EEN และผู้ให้บริการแนวทางการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนี โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเครือข่าย EEN เป็นเวทีความร่วมมือตามความสมัครใจ ที่มุ่งสนับสนุนให้บริษัทที่เข้าร่วมสามารถกำหนดเป้าหมายร่วมกัน วางแผน และดำเนินมาตรการด้านประสิทธิภาพพลังงานบนพื้นฐานของข้อมูลจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายในรูปแบบดังกล่าวเริ่มต้นและขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบในประเทศเยอรมนี ซึ่งมีการจัดตั้งเครือข่าย EEN แล้วหลายร้อยเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และมีบริษัทเข้าร่วมนับพันแห่ง

ผู้แทนบริษัทแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือถึงการนำบทเรียนที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินงาน

การประชุมเริ่มด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีโดยผู้ให้บริการจากเยอรมนี ได้แก่ บ๊อช (Bosch), เกีย (GEA)และ เฟสโต้ (FESTO) โดยเน้น 3 ระบบหลักที่ใช้พลังงานสูงในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ระบบให้ความร้อนและไอน้ำ ระบบทำความเย็น และระบบลมอัด วิทยากรได้นำเสนอตัวอย่างจากการใช้งานจริงที่แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ การติดตามผลแบบดิจิทัล และการควบคุมระบบที่ดีขึ้น ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้หม้อไอน้ำประสิทธิภาพสูง ระบบกู้คืนความร้อน เทคโนโลยีทำความเย็นขั้นสูง ไปจนถึงการจัดการระบบลมอัดอัจฉริยะด้วยเซนเซอร์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้บริษัทที่เข้าร่วมสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานได้

ริษัท เกีย (GEA) และผู้ให้บริการการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีรายอื่นให้คำปรึกษาแก่ผู้แทนบริษัทในกลุ่มย่อย

การสัมมนาออนไลน์ ดำเนินรายการโดย คุณฟิลิปป์ โพแฟร์ล จากอาร์คุม เกเอ็มเบฮา (Arqum GmbH)เน้นการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดการพลังงานตามมาตรฐาน ISO 50001 โดยอธิบายว่าระบบการจัดการพลังงานจะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับการตรวจวัดพลังงานแบบครั้งคราว ผู้ร่วมสัมมนายังได้ความรู้เกี่ยวกับการระบุส่วนที่มีการใช้พลังงานมาก การกำหนดตัวชี้วัดสมรรถนะพลังงานที่เหมาะสม และการปรับข้อมูลให้สอดคล้องกับปัจจัยที่มีผล เช่น ระดับการผลิตและอุณหภูมิ โดยคุณฟิลิปป์ส่งเสริมให้องค์กรใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มผลการดำเนินงาน ตรวจจับความผิดปกติ และวัดผลการประหยัดพลังงานที่แท้จริง แทนที่จะพิจารณาเพียงปริมาณการใช้พลังงานรวม

ในช่วงบ่ายเป็นการระดมความคิดเห็นในเครือข่าย โดยผู้ร่วมงานได้พูดคุยถึงการนำองค์ความรู้และเทคนิคจากการประชุมเชิงปฏิบัติการไปใช้จริง รวมถึงการนำไปพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการเฉพาะของแต่ละองค์กร การตั้งเป้าหมายการประหยัดพลังงานที่วัดผลได้ และการดำเนินโครงการร่วมกันภายในองค์กร ด้วยรูปแบบการประชุมแบบอินเตอร์แอคทีฟทำให้ทุกคนสามารถร่วมกันระบุทั้งมาตรการที่เห็นผลรวดเร็วและกลยุทธ์การปรับปรุงระยะยาว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ได้ปรึกษาบริษัทผู้ให้บริการการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีโดยตรง

บริษัท เฟสโต้ (FESTO) ให้คำแนะนำแก่บริษัทที่เข้าร่วมเกี่ยวกับการติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพระบบลมอัด

การประชุมครั้งนี้ยังตอกย้ำความสำคัญของการประเมินต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO) ในการตัดสินใจลงทุน สำหรับโครงการก่อสร้างใหม่ (Greenfield) แม้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีต้นทุนเริ่มต้น (Initial Cost) สูงกว่า แต่สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนในระยะยาวได้ดีกว่า ขณะที่โครงการปรับปรุงระบบเดิม (Brownfield) สามารถช่วยประหยัดพลังงานอย่างรวดเร็วผ่านมาตรการต้นทุนต่ำ เช่น การซ่อมแซมการรั่วไหล การลดการสูญเสียของระบบ การนำความร้อนและความเย็นเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์

โครงการความร่วมมือด้านพลังงานไทย-เยอรมัน (TGED) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) และดำเนินงานโดย GIZ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลเยอรมนีในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในระดับนานาชาติ ความร่วมมือดังกล่าวผสานการเจรจาระดับนโยบายเข้ากับการแลกเปลี่ยนทางเทคนิค เพื่อสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ทิม นีส์
ผู้จัดการโครงการ TGED
อีเมล:tim.nees@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)