- การประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (EEN) ครั้งที่ 3 ช่วยให้บริษัทที่เข้าร่วมสามารถนำเอาจุดประหยัดพลังงานที่ระบุไว้มาพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการจริงที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร ผ่านการเรียนรู้เครื่องมือทางเทคนิคและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกกลุ่ม EEN
- ผู้เข้าร่วมเครือข่าย EEN ได้ฝึกปฏิบัติจริงด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการประเมินความคุ้มค่าทางด้านการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการประหยัดพลังงานมีความเป็นไปได้ทั้งในเชิงเทคนิคและการลงทุน
- การเยี่ยมชมสถานประกอบการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสนับสนุนจากพันธมิตร เช่น TGED, Arqum และ ส.อ.ท. ช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในการบรรลุเป้าหมายด้านการประหยัดพลังงานที่วัดผลได้และการลดการปล่อยคาร์บอน
วันที่ 9-13 มีนาคม พ.ศ. 2569 โครงการเวทีหารือด้านพลังงานระหว่างไทยและเยอรมนี (Thai-German Energy Dialogue: TGED) ร่วมกับอาร์คุม เกเอ็มเบฮา (Arqum GmbH) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยกระดับเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency Network: EEN) ด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ EEN ครั้งที่ 3 พร้อมเยี่ยมชมผู้ประกอบการตัวอย่าง เพื่อสนับสนุนบริษัทที่เข้าร่วมในการระบุโอกาสที่สามารถประหยัดพลังงานได้และนำเอาจุดเหล่านั้นไปพัฒนาเพื่อสู่การดำเนินการที่สามารถปฏิบัติได้จริง
การประชุม EEN ครั้งที่ 3 ร่วมผลักดันให้นำผลประเมินมาปฏิบัติจริง
โครงการนำร่องเครือข่ายประสิทธิภาพพลังงาน EEN ครั้งที่ 3 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ โดยเน้นการนำองค์ความรู้และการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคที่ได้จากการประชุมครั้งก่อน มาต่อยอดสู่การดำเนินการจริงในระดับองค์กร
หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของงานนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกเครือข่าย โดยครั้งนี้ บริษัทโรเบิร์ต บ๊อช ออโตโมทีฟ เทคโนโลยีส์-เหมราช ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและแนวทางสู่โรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมยกตัวอย่างหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่มาตรการที่ดำเนินการได้ง่าย เช่น การจัดการการรั่วไหล ไปจนถึงโครงการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับความร่วมมือภายในองค์กร นวัตกรรม และการสนับสนุนด้านการลงทุน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระยะยาว
หลังจากนั้น คุณฟิลิปป์ โพแฟร์ล ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมอาวุโสจาก อาร์คุม เกเอ็มเบฮา (Arqum GmbH) ได้บรรยายเชิงเทคนิค พร้อมนำเสนอเครื่องมือและแนวทางในการส่งเสริมการจัดการพลังงานและการดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในหัวข้อการประเมินความคุ้มค่าทางการลงทุนของโครงการประหยัดพลังงาน ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินทั้งความเป็นไปได้ทางเทคนิคและการเงินของมาตรการที่ได้นำเสนอมาก่อนหน้า
นอกจากนี้ การประชุมยังครอบคลุมถึงปัจจัยสนับสนุนด้านนโยบายและการเงิน โดยคุณเฉลิม สัมพันธ์ธนรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนและแรงจูงใจสำหรับการใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพทางพลังงานสูง รวมถึงกลไกสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน ขณะที่คุณจุฬเชษฐ์ วุฒิวโรภาส จาก ส.อ.ท. ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคำนวณและการรายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร การจัดการส่วนนี้นับเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดสากล
การเยี่ยมชมสถานประกอบการช่วยชี้โอกาสในการประหยัดพลังงาน
เพื่อให้ประชุม EEN ครั้งที่ 3 ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทีมที่ปรึกษาจาก Arqum และ ส.อ.ท. ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินพลังงานเบื้องต้นระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม พ.ศ. 2569 เพื่อประเมินรูปแบบการใช้พลังงานในปัจจุบันและระบุแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร
การลงพื้นที่เริ่มต้นที่อุตสาหกรรมหลอมโลหะไทยในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับประสิทธิภาพของเตาหลอมและกระบวนการเผาไหม้ ก่อนเดินทางต่อไปยังทีพีเอ็น แพคเกจจิ้ง (TPN Packaging) จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานผ่านการปรับปรุงระบบลมอัด ระบบทำความเย็น และประสิทธิภาพเครื่องจักร สำหรับเบเยอร์ (Beger) ในจังหวัดสมุทรปราการ มีการพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นและหม้อต้มน้ำมันร้อนที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ส่วนการเยี่ยมชมโรเบิร์ต บ๊อช ออโตโมทีฟ เทคโนโลยีส์ ที่จังหวัดระยอง (เหมราช) สะท้อนให้เห็นแนวทางการทำงานด้านประสิทธิภาพพลังงานในระดับโลกของบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างโรงงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนด้านการลงทุนและกลไกการดำเนินงานภายในองค์กร
โครงการความร่วมมือด้านพลังงานไทย-เยอรมัน (TGED) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) และดำเนินงานโดย GIZ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลเยอรมนีในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในระดับนานาชาติ ความร่วมมือดังกล่าวผสานการเจรจาระดับนโยบายเข้ากับการแลกเปลี่ยนทางเทคนิค เพื่อสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม