ข่าว

ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้เมื่อพันธมิตรภาคียอมรับ

09 พ.ย. 2565
เขียนโดย: วัลนิภา โสดา, ผู้จัดการฝ่ายประสานงานภาครัฐและผลผลิตกาแฟ, โครงการคอฟฟีพลัส ประเทศไทย

องค์ความรู้ เครื่องมือและวิธีการทำงาน ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยโครงการคอฟฟีพลัสมีความยั่งยืนได้ด้วยการทำให้พันธมิตรภาคีและเกษตรกร จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน

โครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โครงการคอฟฟีพลัส) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับภูมิภาค ที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง GIZ (จีไอแซด) และบริษัท เนสเล่ ซึ่งดำเนินโครงการใน 3 ประเทศ คือ อินโนนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อย จำนวน 10,500 ราย ใน 3 ประเทศ แบ่งเป็น ในประเทศอินโดนีเซีย 7,000 ราย ในประเทศฟิลิปปินส์ 1,500 ราย และ ในประเทศไทย 2,000 ราย  ด้วยการเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติทางในการจัดการฟาร์มที่ดี ประหยัด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ วิธีการทำงาน เครื่องมือและองค์ความรู้ของโครงการคอฟฟีพลัสได้ถูกดำเนินงานผ่านกระบวนการ การให้พันธมิตรภาคียอมรับและนำไปใช้ในองค์กร ผ่านความร่วมมือและการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ประกอบด้วย

  • กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ข้อคิดเห็นและคำแนะนำต่อการปรับยุทธศาสตร์กาแฟแห่งชาติ การสนับสนุนและร่วมดำเนินงานภายใต้นโยบายกาแฟแห่งชาติการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาแผนที่นำทางกาแฟโรบัสตา จังหวัดชุมพร (ฉบับแรก) การสนับสนุนการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์กาแฟโรบัสตา จังหวัดชุมพร
  • คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้จัดการอบรมหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร แบบลงพื้นที่จริงและทางออนไลน์ให้กับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานของกรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพรจัดสอนอบรมระยะสั้นในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร และจัดทำแปลงสาธิตที่มีระบบการปลูกพืชร่วมในสวนกาแฟ

นอกจากนี้โครงการฯได้สนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรทั้งแบบรายบุคคลและกลุ่มเกษตรกร ร่วมถึงการหารือเจรจาเชิงนโยบายกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของโครงการฯด้วยวิธีการและสื่อต่างๆ เช่น การสร้างศักยภาพให้กับวิทยากร เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรด้วยการให้การอบรมในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร

เพื่อความยั่งยืนในการใช้ผลผลิตขององค์ความรู้ โครงการฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้และทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆได้เข้าร่วมการอบรมในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัยเกษตรชุมพร สมาคมกาแฟแห่งประเทศไทย และกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ความสัมฤทธิ์ผลของโครงการเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาในแต่ละบทที่ใช้ในการอบรมหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร ร่วมถึงวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆที่ใช้ประกอบการอบรมได้รับการยอมรับและนำไปใช้โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนงานด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรในประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินงานของโครงการคอฟฟีพลัสได้สร้างพื้นที่การเรียนรู้และสาธิตการนำนโยบายภาครัฐไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินการตามแผนงานทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค โครงการฯสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์กาแฟแห่งชาติ และแผนพัฒนาแห่งชาติทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด โดยทำงานร่วมกับสำนักงานจังหวัดในการนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เกี่ยวข้องกับพืชกาแฟโรบัสตา

เพื่อสนับสนุนให้งพันธมิตรภาคีและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ทางโครงการฯได้มีการจัดทำผลผลิตขององค์ความรู้ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ได้แก่

  • คู่มือสำหรับวิทยากรในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร
  • คู่มือสำหรับเกษตรกรในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร
  • เอกสารการปฏิบัติและเทคนิคทางการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน
  • เอกสารการปลูกพืชร่วม (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)
  • หลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตรในรูปแบบวีดีโอแอนนิเมชั่น 2 มิติ
  • หลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตรในรูปแบบหนังสือการ์ตูน (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)

ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทางโครงการฯได้นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน โดยแปลงข้อมูลองค์ความรู้ในเอกสารไปอยู่ในรูปแบบดิจิตอลทำให้สามารถทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกรในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิตอลและแอพพลิเคชั่น ไปยังศูนย์การเรียนรู้ในระดับอำเภอที่มีอยู่ 800 ศูนย์ทั่วประเทศ ผ่านทางพันธมิตรเครือข่ายการเรียนรู้กรมวิชาการเกษตร ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

  • กล่องความรู้สมาร์ทบ๊อกของรัฐบาล
  • แอฟพลิเคชั่น “รู้จริงเรื่องพืชกับกรมวิชาการเกษตร”
  • ช่องยูทูปกรมวิชาการเกษตร ในชื่อ “กรมวิชาการเกษตร DOA”

https://www.youtube.com/playlist?list=PLkNKLHFrVE9zcNfJTv-FbmoCmL1RD_AdH

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำงานของโครงการประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย

  • เชื่อมโยงพันธมิตรภาคีที่มีเป้าหมายเดียวกัน
  • สร้างความร่วมมือและการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรภาคีด้วยกรอบการทำงานที่ออกแบบไว้เป็นอย่างดีทั้งในส่วนกลางและพื้นที่
  • พัฒนากลุ่มเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมทั้งวางเป้าหมายและโปรแกรมการทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคี
  • มีการติดต่อสื่อสารการอย่างต่อเนื่อง
  • ทำให้พันธมิตรภาคียอมรับโดยแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของงานในโครงการ ทำให้พันธมิตรภาคีสามารถทำงานร่วมกับโครงการได้อย่างใกล้ชิดด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของพันธมิตรภาคี จัดหาองค์ความรู้และทรัพยากรต่างๆที่เกี่ยวข้องให้กับพันธมิตรภาคีใช้ประโยชน์ มีการติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

สารจากพันธมิตรภาคี:

ศันสนีย์ นิติธรรมยง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมไม้ยืนต้น กรมส่งเริมการเกษตร

ศันสนีย์ นิติธรรมยง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมไม้ยืนต้น กรมส่งเริมการเกษตรได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565 ในขณะลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จของสวนกาแฟของเกษตรกรในโครงการคอฟฟีพลัส ณ จ. ชุมพร ว่า “วัตถุประสงค์ของโครงการคอฟฟีพลัสคือ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมีรายได้ตลอดทั้งปี และเราสามารถนำความรู้จากหลักสูตรธุรกิจเกษตรไปต่อยอดและขยายผลให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดอื่นนอกเหนือจากพื้นที่จังหวัดชุมพรระนอง”

สุระพงษ์ ปฏิวัฒนเสรี ผู้อำนวยการกลุ่มสาระสนเทศการเกษตร สังกัดศูนย์เทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร กรมวิชาการเกษตร

สุระพงษ์ ปฏิวัฒนเสรี ผู้อำนวยการกลุ่มสาระสนเทศการเกษตร สังกัดศูนย์เทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร กรมวิชาการเกษตร ได้ให้สัมภาษณ์ ไว้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ว่า “กรมวิชาการเกษตรมีความยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับโครงการคอฟฟีพลัส (Coffee+) ของ GIZ โดยได้นำองค์ความรู้ที่ทาง GIZ ได้ทำขึ้น คือ หลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร ไปเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อมีเดียของกรมวิชาการเกษตร 3 ช่องทาง ได้แก่

  1. ช่องทาง SmartBox โดยในตัว SmartBox นี้ก็จะมีตัวแอปพลิเคชั่น “Pant for U” หรือ ”รู้จริงเรื่องพืชกับกรมวิชาการเกษตร” ซึ่ง แอปพลิเคชั่นตัวนี้สามารถดูได้ผ่านกล่อง SmartBox กับ Smart Phone ทั้งระบบ IOS & Andriod เมื่อเข้าไปจะพบ ไอคอน ที่รวมเรื่องเกี่ยวกับหลักสูตรธุรกิจเกษตรเอาไว้
  2. ช่องทางที่ 2 ทางกรมฯได้บรรจุหลักสูตรโรงเรียรธุรกิจสำหรับเกษตรกรไว้ในช่องยูทูปของกรม ภายใต้ชื่อช่อง “กรมวิชาการเกษตร DOA” เมื่อคลิกเข้าไปก็จะพบหลักสูตรทั้ง 13 บท ในหลักสูตร
  3. ช่องทางที่ 3 ทางเว็ปไซต์ของกรมวิชาการเกษตร บนหน้าเว็ปกรมวิชาการเกษตร ในส่วนของคลังคลิปความรู้กรมวิชาการเกษตร ภายใต้ “คลิปความรู้ Smart Box ปี 2564”

วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้กล่าวไว้ในโอกาสที่มาเป็นประธานเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 20 พฤษจิกายน พ.ศ. 2563 ว่า ”การจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนากาแฟโรบัสตาอย่างยั่งยืนของจังหวัดชุมพรครั้งนี้จะเป็นการกำหนดทิศทางและการพัฒนากาแฟโรบัสตาของจังหวัดชุมพรทั้งระบบแบบเชิงรุกเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนทั้งภาคการผลิต การแปรรูป และ การตลาดกาแฟโรบัสตาของจังหวัดชุมพรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กาแฟแห่งชาติ โดยแผนยุทธศาสตร์ที่จะจัดทำขึ้นจะเป็นโอกาสและปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันหารือและมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ โดยมุ่งหมายตามภารกิจและสัมฤทธิผลตามเป้าประสงค์ สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

ฐิติมา จรูญรัตน์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กล่าวเมื่อ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564 หลังเข้ารับการอบรมในหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกรผ่านระบบออนไลน์ ว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมอบรมกับโครงการและเห็นว่าความรู้ที่ได้จากโครงการเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่เกษตร สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกับเกษตรกรเวลาลงพื้นที่ได้ทุกครั้ง นอกจากนี้ยังเห็นว่าควรมีการจัดอบรมหลักสูตรธุรกิจการเกษตรรูปแบบออนไลน์ให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคตเพื่อที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะการจัดการเกษตรที่เป็นประโยชน์ ช่วยนำไปสู่การปฎิบัติจริงและรับช่วงวิถีเกษตรจากครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว” 

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

พจมาน วงษ์สง่า
อีเมล:pouchamarn.wongsanga(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)