ข่าว

GIZ ประสานภาครัฐ-วิชาการ-เอกชน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรมภาคเหนือ

07 ก.ค. 2566
เขียนโดย: โทเบียส บรอยนิก (แปลโดย ศิวพร แก้วชุ่มชื่น) ภาพโดย: กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร GIZ ประเทศไทย

  • จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงทางภาคเหนือตอนบนต้องเผชิญกับภาวะหมอกควันรุนแรงและฝุ่นพิษ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน
  • เกษตรกรแสดงความคิดเห็นสะท้อนถึงสาเหตุของการเผาในพื้นที่การเกษตรกรรม
  • GIZ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกร หาทางออกให้กับปัญหาการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช

GIZ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการในจังหวัดเชียงรายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและป้องกันปัญหาการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในภาคเหนือของประเทศไทย และเพื่อส่งเสริมการจัดการฟางข้าวอย่างยั่งยืน

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการการนำร่องการใช้ประโยชน์ฟางข้าวอย่างยั่งยืน” และได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมการข้าว สำนักงานจังหวัดเชียงราย สำนักงานส่วนภูมิภาคและจังหวัดจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ธนาคารเพื่อการเกษตรและการเกษตรสหกรณ์ (ธกส.) มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท อูรมัต จำกัด บริษัทเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จํากัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ทั้งหมด 66 ท่านเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

ในหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงทางภาคเหนือตอนบน ต้องเผชิญกับภาวะหมอกควันรุนแรงและฝุ่นพิษ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เมื่อต้นปี พ.ศ. 2566 ค่าฝุ่นมลพิษทั้งสองจังหวัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลกที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุดและส่งผลต่อภาวะสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ว่าที่ร้อยตรีดุจเดี่ยว วงศ์ภักดิ์ หัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมเปิดการประชุมและกล่าวว่า “ปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายต้องเผชิญตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายจึงให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดการเผา โดยได้ผลักดันนโยบายงดการเผาในพื้นที่การเกษตรผ่านโครงการต้นแบบ “เกษตรปลอดการเผา” เพื่อลดปัญหาการเผาและสนับสนุนเกษตรกรในการจัดการฟางข้าว”

นางพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการ GIZ กล่าวว่า “โครงการการนำร่องการใช้ประโยชน์ฟางข้าวอย่างยั่งยืน” มีจุดเริ่มต้นจากสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อส่งเสริมวิธีการแปรรูปฟางข้าวและเศษชีวมวล เช่น การทำปุ๋ยหมักทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาแพง ช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาและการใช้ปุ๋ยเคมี และยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มแก่เกษตรกร”

“หลังการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว เกษตรกรมักเผาฟางข้าวและตอซัง เนื่องจากไม่มีทางเลือกในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ดังนั้นการสาธิตและส่งเสริมวิธีการเปลี่ยนฟางข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า จะสามารถช่วยลดการเผาได้ในที่สุดและมีส่วนช่วยให้คุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงรายดีขึ้น” นางพจมานกล่าว

สำหรับช่วงกิจกรรม ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแนวทางแก้ไขปัญหาการเผาเศษวัสดุจากการเกษตร โดยกลุ่มตัวแทนเกษตรกรให้ข้อมูลว่าปัญหาเรื่องการเผายังไม่หมดไป เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวด เกษตรกรบางกลุ่มขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการฟางข้าวที่ถูกต้อง ขาดการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อไถกลบและแปรรูปฟางข้าว รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเชื่อเรื่องการเผาป่ามีความเชื่อมโยงกับการเตรียมพื้นที่เพื่อเพาะปลูก การเผาด้วยความคึกคะนองหรือต้องการกลั่นแกล้งกัน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการวางแผนพื้นที่การเกษตรแบบองค์รวม และส่งเสริมการหยุดเผาด้วยการประยุกต์ใช้วิธีการจัดการฟางข้าวที่เหมาะสม

ดร.อรทัย ใจตุ้ย ผู้อำนวยการกลุ่มวิเทศสัมพันธ์และโครงการพิเศษ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว กรมการข้าว ให้เกียรติกล่าวปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ได้กล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของภาครัฐบาล ภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกร ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการเผาเศษวัสดุจากการเกษตรและขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานร่วมทำงานและทำกิจกรรมร่วมกันต่อไป

โครงการนำร่องการใช้ประโยชน์ฟางข้าวอย่างยั่งยืนได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และอาเซียน โดยร่วมมือกับบริษัท อูรมัต จำกัด ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคม ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้าวที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว และยังมีหน่วยงานวิจัยในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายให้ความร่วมมือด้านงานวิจัย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรนำร่องในการพัฒนาธุรกิจต้นแบบจากการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวอย่างยั่งยืน เช่น การนำฟางข้าวมาผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ การหมักปุ๋ยชีวภาพจากฟางข้าว นับเป็นกิจกรรมถ่ายทอดความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่ผลงานระหว่างประเทศภายในภูมิภาคอาเซียนได้เป็นอย่างดี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

โทเบียส บรอยนิก
ผู้อำนวยการโครงการ “การนำร่องการใช้ประโยชน์ฟางข้าวอย่างยั่งยืน”
อีเมล:tobias.breunig(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)