ข่าว

ไทยร่วมนำเสนอผลงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในงานประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนโลกที่เบลเยียม

15 เม.ย. 2567
เขียนโดย: ประพิมพ์พรรณ เงินทิพย์, ฐิตวันต์ เกษรสมบัติ
ภาพโดย: © Sitra

  • GIZ เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการในการจัดงานประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนโลกปีนี้ พร้อมร่วมจัดอภิปรายกลุ่ม โดย GIZ ประจำประเทศไทย สนับสนุนสองผู้แทนไทยร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก
  • ผู้แทนจากกรุงเทพมหานครนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ไปสู่การจัดการขยะที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเน้นที่การเริ่มต้นให้ลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและส่งเสริมจุดเติมน้ำดื่มสาธารณะ
  • ขณะที่ผู้แทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อภิปรายถึงนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพยุโรปที่ส่งผลต่อประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นที่บทบาทของไทยในกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน

งานประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนโลก ประจำปี พ.ศ. 2567 หรือ World Circular Economy Forum (WCEF) 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 เมษายนที่ผ่านมา ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นงานสำคัญระดับโลกด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยปีนี้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คนได้มารวมตัวกันในห้องประชุมทั้ง 4 ห้อง รวมถึงผู้เข้าร่วมงานแบบออนไลน์อีกราว 10,000 คน เพื่อร่วมผลักดันวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่การปฏิบัติจริง โดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรอย่างเป็นทางการ ได้ร่วมจัดการอภิปรายแบบกลุ่มตามเนื้อหา (Thematic panel discussions) และจัดช่วงพูดคุยย่อยด้านการพัฒนาและเตรียมความพร้อม (Accelerator session) รวมถึงเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทนจาก 23 ประเทศ เพื่อร่วมเป็นกระบอกเสียงในการประชุมระดับโลก โดยผู้แทนจากประเทศไทยได้นำเสนอผลงานด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

สำหรับการประชุมหลัก โครงการต่างๆ ของ GIZ ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ดร.วงศ์ สก (Dr. Vong Sok) ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อม สำนักเลขาธิการอาเซียน ได้กล่าวถึงขอบเขตของการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ในขณะที่คุณชานทัล มารีย์นิสเซน (Chantal Marijnissen) หัวหน้าหน่วยสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนในแผนกความร่วมมือระหว่างประเทศ (DG INTPA) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีของสหภาพยุโรปในการจัดทำมาตรฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้สอดคล้องกัน โดยตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และไทย ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของแต่ละประเทศในการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ CE และนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น การออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-design) ฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-Labeling) การจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะที่ยั่งยืน และมาตรฐานการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (D4R)

การอภิปรายเน้นไปที่การผสานความร่วมมือภายในอาเซียนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยในช่วงท้าย ดร.วงศ์ สก ได้ย้ำถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ความแตกต่างของแต่ละประเทศในการตอบสนองต่อระบบหมุนเวียน (Circularity) รวมถึงการค้า ประสิทธิภาพของทรัพยากร และมิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม

ในนาม GIZ ประจำประเทศไทย โครงการการทำงานร่วมกันเพื่อการลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CAP SEA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมระดับโลกของ GIZ ที่มีชื่อว่า “Export Initiative Environmental Protection” โดยร่วมมือกับโครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) ซึ่งทั้งสองโครงการได้รับทุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณู และการคุ้มครองผู้บริโภค แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV) ได้สนับสนุนผู้แทนจากประเทศไทยสองคนเข้าร่วมการประชุมนี้

ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ (ลำดับสองจากด้านซ้าย) ในการบรรยายหัวข้อผลกระทบของนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพยุโรปต่อห่วงโซ่มูลค่าระหว่างประเทศ

ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายหลักได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน โดยเฉพาะกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) โดยเน้นไปที่ผลกระทบจากข้อกำหนดบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมการจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่งบังคับใช้ในสหภาพยุโรปไม่นานมานี้

นอกจากการประชุมหลัก GIZ ยังได้จัดกิจกรรม GIZ Networking Day ในวันที่ 18 เมษายน โดยผู้เข้าร่วมงานกว่า 120 คนจาก 23 ประเทศ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและพูดคุยถึงบทบาทของเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วโลก

ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี บรรยายหัวข้อเมืองเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากร

ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี ที่ปรึกษาด้านการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำเสนอความสำเร็จและความท้าทายที่สำคัญในการจัดการขยะและกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนภายใต้หัวข้อ “เมืองเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากร” ดร.สุจิตรากล่าวว่า การจัดการขยะของ กทม. กำลังเปลี่ยนจากการเน้นที่ความสะอาดและการกำจัดไปสู่การจัดการขยะอย่างยั่งยืนและเน้นเศรษฐกิจหมุนเวียน แม้ว่า กทม. จะให้ความสำคัญอย่างมากกับการแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล แต่การลดขยะโดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยโครงการ CAP SEA ได้สนับสนุน กทม. และ Refill Bangkok Network ในการทำแผนที่จุดเติมน้ำดื่มและการพัฒนาคู่มือการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มต่อจากความสำเร็จในการติดตั้งสถานีน้ำดื่มสาธารณะ 10 แห่งของเครือข่ายเพื่อมุ่งลดการใช้ขวดน้ำดื่มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในเขตเมือง

ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ (ซ้าย) ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี (ขวา) ในช่วงพูดคุยย่อยเพื่อสร้างเครือข่ายตามเนื้อหาแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Thematic Networking)

งานประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดย Sitra กองทุนฟินแลนด์เพื่อการนวัตกรรม โดยมีมูลนิธิ Circle Economy Foundation เป็นพันธมิตรด้านการจัดกำหนดการ และ International Resource Panel เป็นพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์ พร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศอีกมากมาย ตลอดสี่วันของงานประชุมมีการจัดประชุมใหญ่ 4 ครั้งและการประชุมย่อย 16 ช่วงที่อิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด เสริมด้วยเวิร์กชอป 11 ครั้งที่จัดโดยพันธมิตรของเจ้าภาพ ก่อนที่งานประชุมเศรษฐกิจหมุนเวียนโลกปีนี้จบลงด้วยความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยงานครั้งถัดไปจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

คุณอัลวาโร่ ซูริต้า
ผู้อำนวยการโครงการ CAP SEA
อีเมล:  alvaro.zurita(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)