ข่าว

ส่งต่อบทเรียน สานต่อความร่วมมือ เพื่อการจัดการขยะจากการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอาเซียน

30 ธ.ค. 2568

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โครงการการยกระดับการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในภูมิภาคอาเซียน (AMUSE) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง GIZ และอาเซียน ได้จัด “การประชุมปิดโครงการและเผยแพร่ผลการดำเนินงานระดับภูมิภาค” ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เทศบาล และพันธมิตรระดับภูมิภาคอาเซียน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงมิติความเท่าเทียมทางเพศในเมืองท่องเที่ยวขนาดกลางของกัมพูชา สปป.ลาว ไทย และเวียดนาม

การประชุมเริ่มต้นด้วยเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนในหัวข้อ การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่นำร่อง: ผลสำเร็จ บทเรียน และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งเป็นการนำเสนอจากผู้แทนเมืองนำร่องใน 4 ประเทศ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวทางปฏิบัติที่ดี และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและกลุ่มเปราะบาง ที่ช่วยยกระดับการจัดการขยะมูลฝอยในเมืองท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดร.วัชราภรณ์ สุนสิน นักวิจัย สถาบันวิจัยสภาพแวดล้อมยั่งยืน (SERI) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ่ายทอดประสบการณ์ในการรวบรวมและต่อยอดแนวปฏิบัติที่ดีจากจังหวัดน่านและจังหวัดยโสธร สู่การจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อใช้ขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ทั้งยังย้ำว่า “การทำความเข้าใจเส้นทางของขยะ และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น คือรากฐานของการขยายผล” หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือ แคมเปญท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดน่าน ที่สื่อสารเรื่องการคัดแยกและลดขยะตั้งแต่ต้นทางได้เป็นอย่างดี

ในช่วงเวทีแลกเปลี่ยนภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในระดับประเทศ: ผลสำเร็จและบทเรียน” คุณผการัตน์ เพ็งสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างยั่งยืน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้กล่าวถึงแนวทางเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนว่า เราควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าธุรกิจท่องเที่ยวต้องการอะไร และเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง เพื่อออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์มากขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้สามารถสนับสนุนภาคเอกชนได้ตรงประเด็นมากขึ้น”

ขณะที่ นายวิจารณ์ อินทรกำแหง ผู้อำนวยการส่วนขยะมูลฝอยชุมชน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวเสริมว่า ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาคเป็นกุญแจสำคัญ ความท้าทายสำคัญ คือการทำให้โครงการสามารถดำเนินต่อได้อย่างยั่งยืน และสกัดบทเรียนไปจัดทำเป็นคู่มือหรือแนวทาง เพื่อให้อาเซียนสามารถนำไปใช้งานได้จริงผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับก้าวต่อไป ภาคีคู่ร่วมมือและพันธมิตรโครงการ AMUSE เห็นพ้องร่วมกันที่จะผลักดันผลสำเร็จของโครงการให้ดำเนินต่อเนื่องในทุกระดับ ในระดับพื้นที่ เมืองนำร่องจะสานต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการ AMUSE โดยนำแนวทางการปรับปรุงระบบเก็บขนขยะ การคัดแยกขยะและการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้ชุมชนและธุรกิจท่องเที่ยวยังคงได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ในระดับประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะส่งเสริมการพัฒนานโยบายและกลไกสนับสนุน อาทิเช่น ระบบความร่วมมือรัฐ–เอกชน และกลไกการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาว และในระดับภูมิภาค ทุกภาคส่วนจะยังคงร่วมกันขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายความร่วมมือภายใต้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้ผลลัพธ์และบทเรียนจากโครงการ AMUSE เป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในเมืองท่องเที่ยวของอาเซียนต่อไป

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

นายอัลวาโร่ ซูริต้า
อีเมล alvaro.zurita(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)