เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนระดับชาติของประเทศไทย ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ โดยได้รวบรวมตัวแทนกว่า 35 คนจากสำนักงานเกษตรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และภาคีเครือข่ายผู้ดำเนินการจากหลายภาคส่วน การประชุมครั้งนี้ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานและคัดเลือกพื้นที่นำร่องเบื้องต้นสำหรับการสาธิตวิธีลดมลพิษทางอากาศที่มีอายุสั้น (SLCPs) ในภาคเกษตรกรรมและภาคส่วนอื่นๆ ของประเทศไทย
ในงานได้มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่นำร่อง เพื่อพิจารณากลยุทธ์ในการลดการปล่อยมลพิษ โดยเน้นการลดการเผาในที่โล่งภาคเกษตรและไฟป่า พื้นที่นำร่องเหล่านี้ดำเนินการสอดคล้องกับกรอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ (พ.ศ. 2568 – 2570 และระยะ 5 ปีถัดไป) ของประเทศไทย และสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานของ SEACAI โดยตรง ได้แก่ การสนับสนุนด้านนโยบายในระดับอาเซียน กระบวนการที่มุ่งเน้นการปฏิบัติในระดับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และการพัฒนาศักยภาพในแต่ละประเทศ
ในการเลือกพื้นที่นำร่องตามเกณฑ์ที่กำหนดได้มีการพิจารณาถึงศักยภาพในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ความสอดคล้องกับวาระระดับชาติและภูมิภาค และความเป็นไปได้ในการดำเนินงานจริงระหว่างปี พ.ศ. 2569 – 2571 ตามระยะเวลาโครงการ SEACAI อีกทั้งยังให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการให้คะแนนเพื่อสร้างความเห็นชอบ และลำดับการทำงานร่วมกัน
เพื่อให้การดำเนินงานพื้นที่นำร่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในการประชุมครั้งนี้จึงมีการกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการปฎิบัติตามนโยบายลดมลพิษทางอากาศบนแนวทางปฏิบัติจากภาคเกษตรและป่าไม้ พร้อมสนับสนุนการสื่อสารแบบบูรณาการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เกษตรกร และคนเมือง ในขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีแบบปลอดการเผา (Zero Burn) นอกจากนี้จะมีการหารือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เรื่องแนวทางการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) เพื่อให้นโยบายการลดการปล่อยก๊าซในภาคเกษตรและป่าไม้ถูกผนวกเป็นหนึ่งในพันธกรณีด้านภูมิอากาศของประเทศ
การประชุมได้กำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยกรมควบคุมมลพิษจะเป็นผู้นำในการดำเนินงานเชิงปฏิบัติการ ขณะที่ GIZ, SDC และกระทรวงความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจของเยอรมนี (BMZ) จะสนับสนุนด้านเทคนิคและงบประมาณ โดยมีสำนักงานเกษตรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นผู้ประสานงานหลักในพื้นที่
โครงการดำเนินงาน 3 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2569 – 2571 โดยในปี พ.ศ. 2569 จะเน้นการกำหนดข้อมูลฐานและการเริ่มรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ ก่อนดำเนินการทดลองภาคสนามและการฝึกอบรมในปี พ.ศ. 2570–2571 ซึ่งโครงการตั้งเป้าที่จะส่งมอบแนวทางแก้ไขปัญหาภาคส่วนต่างๆ ในไทย ลาว และกัมพูชา พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในด้านนี้แบบข้ามพรมแดน
การประชุมวางแผนในประเทศลาวและกัมพูชาจะจัดในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 โดยประเทศลาวจะเน้นเรื่องการจัดการป่าไม้แบบปลอดการเผา ส่วนประเทศกัมพูชาจะเน้นการจัดการขยะและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน และจะมีการประชุมประสานงานระดับภูมิภาคเพื่อกำหนดระเบียบการติดตามตรวจสอบและกลไกการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันทั่วทั้งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่อไป
โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) ทำงานเพื่อลดมลพิษที่มีอายุสั้น (SLCPs) ซึ่งส่งผลต่อภูมิอากาศในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมุ่งเน้นการดำเนินการในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ผ่านการกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาค พื้นที่ดำเนินการสาธิตระดับท้องถิ่นในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา และการแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ โครงการ SEACAI จัดการกับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่เกิดจากการเผาในที่โล่งทางการเกษตร ไฟป่า และการเผาขยะ ที่เป็นมลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การเกษตร และเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โครงการ SEACAI ดำเนินการด้วยเงินทุนร่วมมือจำนวน 6 ล้านยูโร โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจของเยอรมนี (BMZ) และองค์กรเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (SDC) ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับหน่วยงานด้านควบคุมมลพิษในประเทศที่เข้าร่วม โครงการนี้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ 2568 ถึง พ.ศ. 2571 เพื่อสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคเอกชนและภาคประชาชน
ข้อมูลเพิ่มเติมโครงการ: โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) – Thai-German Cooperation