ข่าว

SEACAI สนับสนุนการประชุมความร่วมมือไทย–เมียนมา ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส ว่าด้วยการเกษตรปลอดการเผา และระบบการติดตามสินค้า

19 พ.ค. 2569
เขียนและภาพ: โครงการ SEACAI

ดร. ซาน อู (San Oo) อธิบดีกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเทศเมียนมา และดร. สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประเทศไทย ประธานการประชุมภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าใส ว่าด้วยการเกษตรปลอดการเผา และระบบการติดตามสินค้า ณ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 19–21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมสนับสนุนกรมควบคุมมลพิษ และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวข้อ “ความร่วมมือไทย–เมียนมาเพื่อมาตรการข้ามพรมแดนภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ฟ้าใส และการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการนำมาตรฐานวิธีปฏิบัติการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ว่าด้วยการเกษตรปลอดการเผา และระบบการติดตามสินค้า มาใช้ในทางปฏิบัติ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และผู้นำทางด้านนโยบายจากประเทศไทยและเมียนมา เข้าร่วมประชุมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือเกี่ยวกับมาตรฐานการปลอดการเผาและระบบการติดตามสินค้า

การประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ฟ้าใส พ.ศ. 2567-2573 ซึ่งเป็นข้อตกลงพหุภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว เมียนมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการปัญหาหมอกควันของภูมิภาคต่อความยั่งยืนของการเกษตร ซึ่งไม่ได้มองว่าการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเพียงปัญหาเฉพาะของภาคเกษตรกรรมอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน ตลอดจนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับข้ามพรมแดน

การประชุมเชิงปฏิบัติการได้เริ่มจากการเจรจาเชิงนโยบายระดับชาติ ไปสู่การแบ่งปันความรู้ทางเทคนิค และปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่เรียนรู้ภาคปฎิบัติ โดยในวันเปิดการประชุม ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้กล่าวต้อนรับ และ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ ดร.ซาน อู อธิบดีกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศเมียนมา กล่าวเปิดงานโดยเน้นถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือแบบทวิภาคีอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และพันธกิจระหว่างองค์กร

นอกจากนี้ ดร.ซาน ยังย้ำว่าประเทศเมียนมาตระหนักดีว่า หมอกควันข้ามพรมแดนเป็นความท้าทายที่มีความซับซ้อนและคาบเกี่ยวในหลายภาคส่วน จึงจำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้จากพันธมิตรในภูมิภาค เช่น การนำมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของประเทศไทย มาประยุกต์ใช้กับการรับรองมาตรฐานทางการเกษตรและการดำเนินนโยบายทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มสินค้าส่งออกที่มีมูลค่า

กรมควบคุมมลพิษ นำเสนอแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป” ว่าด้วยการป้องกันและสั่งการเกี่ยวกับฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อรักษาความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วง 24 ชั่วโมง ให้อยู่ต่ำกว่า 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และลดพื้นที่เกษตรที่ถูกเผาไหม้ลง 50% จากค่าเฉลี่ยในอดีต แทนที่จะพึ่งพาการสั่งห้ามเพียงอย่างเดียว ทั้งเมียนมาและไทยต่างเน้นที่การสนับสนุนการแก้ปัญหา

กรมเกษตรของประเทศเมียนมา (DOA) นำเสนอ “แบบจำลอง 3R” เปลี่ยนเป็นพืชเศรษฐกิจแบบผสมผสานที่มีมูลค่าสูง (Replace with high value crops) ปลูกพืชทดแทนการทำนาปรัง (Replace with alternate crops) และเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นไม่เผา (Re-habit) ในฐานะกรอบการทำงานเพื่อเปลี่ยนการเผาตามวิถีดั้งเดิมของเกษตรกร โดยเปลี่ยนสิ่งเผาไหม้ให้เป็นปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมสุขภาพดิน อาหารสัตว์ และพลังงานหมุนเวียน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร (มกอช.) ได้นำเสนอแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีปลอดการเผาสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้ง (มกษ. 4402-2568) ซึ่งเป็นมาตรการสินค้าเกษตรสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้งที่กำหนดมาตราฐานตั้งแต่การเตรียมดิน ไปจนถึงการเก็บรักษาและการขนส่ง

กรมการค้าต่างประเทศ (DFT) นำเสนอมาตรการนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาไหม้ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ผู้นำเข้าจะต้องลงทะเบียนกับกรมศุลกากรไทยและต้องแสดงใบรับรองการปลอดการเผาที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ หรือหนังสือรับรองตนเองจากประเทศผู้ส่งออกที่ผ่านการตรวจสอบโดยกรมวิชาการเกษตรของไทย ทำให้การควบคุมทางการค้าเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยส่งสัญญาณทางการตลาดไปยังกลุ่มผู้ผลิตทั่วทั้งภูมิภาค

ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เป็นประเด็นเชื่อมโยงหลัก ในการประชุมเชิงปฏิบัติการได้มีการตรวจสอบวิธีการฉายภาพพิกัดแปลงปลูกเรขาคณิต การตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม และข้อมูลเชิงลึกในระดับมุมมองของเกษตรกร ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมในทุกจุดของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ไร่นาไปจนถึงผู้แปรรูปและตลาด หน่วยงานรับรองและกลไกการยืนยันที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางสำหรับประเทศเมียนมาในการจัดตั้งหน่วยงานที่สามารถออกใบรับรองปลอดการเผาที่ตรงตามข้อกำหนดของการนำเข้าของไทย

ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาอยู่บ่อยครั้งคือ ความเห็นต่างระหว่างความจำเป็นแบบฉับพลันของเกษตรกร กับความยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากการเผาซากพืชผลเป็นวิธีที่เร็วที่สุด ในการช่วยเคลียร์พื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดวัชพืชและศัตรูพืชได้ ทั้งยังมีต้นทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ เช่น นำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก ใช้คลุมดิน ไถกลบในแปลง ผลิตถ่านชีวภาพ และนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ ที่ต้องใช้เวลา ความรู้ และลงทุนสูงกว่า ซึ่งในการประชุมเชิงปฏิบัติการได้ยอมรับและพูดถึงความจริงในข้อนี้อย่างตรงไปตรงมา หากไม่มีการสนับสนุนทางการเงิน การฝึกอบรม และการเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดให้เกษตรกรที่ใช้วิธีปลอดการเผา ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ เพราะมาตรฐานเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติในระดับใหญ่ได้

โครงการ SEACAI ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้องถิ่นในเชียงใหม่ เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาเขตเกษตรพิเศษ (HRDI) สภาลมหายใจเชียงใหม่ และแอร์เกรเดียนต์ (AirGradient) ในการวางแผนโครงการนำร่องเชิงเทคนิคของการปฏิบัติตามมาตรการปลอดการเผา และยังร่วมปรึกษาหารือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร ผู้ให้บริการเทคโนโลยีและข้อมูล รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคม ได้ระบุขอบเขตสำหรับการขยาย วิธีการปลอดการเผาในการเกษตรแบบเฉพาะทาง

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยต่อยอดโครงการนำร่องของ SEACAI ในภาคเหนือของไทย ในขณะเดียวกัน โครงการยังมีแผนดำเนินการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้องถิ่นในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหาโอกาสสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อการลดปล่อยสารมลพิษระยะสั้นทั่วทั้งภูมิภาคแม่น้ำโขงต่อไป

เกี่ยวกับโครงการ SEACAI

โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) ทำงานเพื่อลดมลพิษที่มีอายุสั้น (SLCPs) ซึ่งส่งผลต่อภูมิอากาศในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมุ่งเน้นการดำเนินการในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ผ่านการกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาค พื้นที่ดำเนินการสาธิตระดับท้องถิ่นในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา และการแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ โครงการ SEACAI จัดการกับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่เกิดจากการเผาในที่โล่งทางการเกษตร ไฟป่า และการเผาขยะ ที่เป็นมลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การเกษตร และเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โครงการ SEACAI ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของเยอรมนี (BMZ) และองค์กรเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (SDC) ดำเนินการโดย GIZ ร่วมกับหน่วยงานด้านควบคุมมลพิษในประเทศที่เข้าร่วม โครงการนี้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ 2568 ถึง พ.ศ. 2571 เพื่อสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคเอกชนและภาคประชาชน

ข้อมูลเพิ่มเติมโครงการ: โครงการเพื่อสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEACAI) – Thai-German Cooperation</p

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

อัลวาโร่ ซูริต้า (Alvaro Zurita)
อีเมล: alvaro.zurita@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)