ข่าว

การประชุมปิดโครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในมิติการจัดการความเสี่ยง (Risk – NAP Project)

28 มิ.ย. 2564

28 มิถุนายน พ.ศ. 2564 — โครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในมิติการจัดการความเสี่ยง (Risk-based National Adaptation Plan หรือ Risk-NAP) จัดการประชุมปิดโครงการ เพื่อฉลองความสำเร็จและขอบคุณหน่วยงานในความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

โครงการ Risk-NAP ดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) GmbH) เพื่อสนับสนุนรัฐบาลไทยในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำหนดต้นแบบการวางแผนนโยบายที่สำคัญ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติและแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นหน่วยงานหลัก โดยโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล หรือ International Climate Initiative (IKI) ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติและความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU)

การดำเนินงานเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการทำงานเพื่อตอบรับกับแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายๆ เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าที่ 13 การดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ

ความสำเร็จที่สำคัญจากการดำเนินโครงการในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
การบูรณาการในระดับประเทศ โครงการฯ ได้สนับสนุนการวิเคราะห์และบูรณาการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่แผนและนโยบายใน 3 สาขาที่สำคัญ ได้แก่ สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการฯ ยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ผ่านการประชุมระดับสูงและการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

กลไกการเงินและการติดตามการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ โครงการฯ ได้ผนวกเกณฑ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การพิจารณาในระบบงบประมาณของประเทศและกองทุนสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนการวิเคราะห์เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และการเงินสำหรับการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ที่เสนอภายใต้ (ร่าง) กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการฯ ยังได้จัดทำกรอบแนวคิดการติดตามและประเมินผลด้านการปรับตัวฯ พร้อมกับดัชนีชี้วัดภูมิคุ้มกันในรายสาขาขึ้น เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์มีภูมิคุ้มกันต่อภาวะกดดันจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

การบูรณาการในระดับพื้นที่ โครงการฯ ได้เริ่มกระบวนการวางแผนด้านการปรับตัวฯ ในพื้นที่นำร่อง 4 พื้นที่ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศตามภาพฉายอนาคตในสถานการณ์ต่างๆ การระบุพื้นที่เสี่ยงที่สำคัญ และการกำหนดทางเลือกในการปรับตัวฯ ซึ่งดำเนินการผ่านการมีส่วนร่วมจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสาขาการท่องเที่ยว การเกษตร การตั้งถิ่นฐาน สาธารณสุข ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ ด้วยการสนับสนุนโครงการยังมีการเสริมสร้างการมีภูมิคุ้มกันและการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาร่วมกันของการวางแผนและวางกลยุทธ์แบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ดร. รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการ สผ. กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้น ก่อให้เกิดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นจะต้องมีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหยุดยั้งความรุนแรงจากผลกระทบการจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ถูกบูรณาการเข้าไปในยุทธศาสตร์และนโยบายต่างๆ ทั้งในระดับชาติและแผนในรายสาขา ซึ่งโครงการ Risk-NAP เข้ามาช่วยในการดำเนินงานโดยการปรับวิธีให้เข้าถึงปัญหาและบริบทของหน่วยงานร่วมดำเนินการในสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่จนประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าผลงานชิ้นนี้จะสามารถต่อยอดเป็นแนวทางสำคัญและต้นแบบในการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อไปในอนาคตได้”

นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ไม่มีประเทศใดสามารถดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหมดได้ด้วยตนเอง ประเทศเยอรมนีเองได้ก่อตั้งแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากลขึ้นในปี พ.ศ. 2551 เพื่อสนับสนุนเงินทุนระหว่างประเทศสำหรับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาคาร์บอนต่ำและการมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนถึงในปีพ.ศ. 2563 มีการอนุมัติโครงการด้านการปรับตัวฯ กว่า 135 โครงการ และอีก 62 โครงการที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการวางแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศภาคี และโครงการ Risk-NAP ในประเทศไทย เป็นหนึ่งในโครงการแรกๆ ที่เข้ามาดำเนินงานในด้านนี้ ผมถือโอกาสนี้ในการขอบคุณหน่วยงานของประเทศไทยที่ได้ร่วมมือกันดำเนินงานและให้ความไว้วางใจมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการสนับสนุนสำหรับการวางแผนการปรับตัวฯ ที่ผ่านมาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ การหาทางแก้ปัญหาที่ใช้ได้จริงและกลไกด้านการเงินสำหรับการปรับตัวฯ และเพื่อปิดช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการวางแผนจนไปสู่การดำเนินการ”

มร.ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวโครงการ Risk-NAP เป็นตัวอย่างหนึ่งที่โดดเด่นในการดำเนินงานโดยมีแนวทางและความร่วมมือที่หลากหลาย โครงการได้สร้างความตระหนักให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถึงความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประเทศไทยอาจต้องเผชิญ ซึ่งเป็นรากฐานที่จะทำให้รัฐบาลไทยมีการวางแผนที่ดีในทุกระดับ และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินงานที่เหมาะสมในอนาคต การดำเนินงานของโครงการฯอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศนั้นจำเป็นต้องดำเนินงานอย่างเร่งด่วน ผมมั่นใจว่าโครงการนี้จะส่งผลอย่างยั่งยืนและจะทำให้ชีวิตของคนไทยทั่วประเทศดีขึ้นต่อๆ ไป”

มร.ไฮน์ริช กูเดนุส ผู้อำนวยการโครงการ Risk-NAP กล่าวว่า “เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต เราจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ในทุกระดับ และภาคประชาสังคมและเอกชน การพัฒนาฐานข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศก็มีความสำคัญเช่นกัน รวมทั้งจัดการกับความท้าทายด้านการเงินเพื่อการปรับตัวฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแก่นสำคัญของการสนับสนุนของโครงการ Risk-NAP ด้วยความเป็นผู้นำในการดำเนินงานของ สผ. และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค ก็เป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในเรื่องนี้”

นอกจากนี้ ดร.อังคณา เฉลิมพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านนโยบาย ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy)  ยังระบุด้วยว่า “ในส่วนของโครงการ TGCP-Policy ซึ่งสนับสนุน สผ. ในการพัฒนานโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว รวมถึงการเสริมสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย (enabling conditions) ต่างๆ เราตระหนักดีถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาคีของ สผ. ที่จะสานต่องานด้านการปรับตัวไปอย่างต่อเนื่อง และยินดีที่ทางโครงการฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยต่อยอดการดำเนินงานด้านการปรับตัวนี้ต่อไป”

ในการประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานจากภาครัฐเข้าร่วมประมาณ 60 หน่วยงาน นอกเหนือจากการเน้นย้ำถึงความสำเร็จจากการทำงานร่วมกันแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้หารือถึงความท้าทายที่สำคัญที่พบในระหว่างการดำเนินงาน อีกทั้งตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ยังได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ปรับปรุงแผน นโยบาย และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

พิมพ์กานต์ ขัตติยวงศ์
ผู้จัดการโครงการ
โครงการสนับสนุนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในมิติการจัดการความเสี่ยง
โทร: 02298 6587-88, 089 756 9904 | โทรสาร: 02298 6589
อีเมล: pimkarn.kattiyavong(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)