ข่าว

เพิ่มผลผลิตและรายได้จากการจัดการสวนมะพร้าวด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน

07 มิ.ย. 2566
เขียนโดย: อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร
ภาพโดย: อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล เกียรติยศ วงศ์อุดมเลิศ

เป็นเวลาประมาณสองปีแล้วที่ชนัญญา เชวงโชติ วางมือจากอาชีพเชฟอาหารในต่างแดน และเดินทางกลับบ้าน เพื่อมาดูแลบิดาอายุ 85 ปี และสวนมะพร้าวขนาด 35 ไร่ที่อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

คุณชนัญญา หรือกุ้ง ชื่อเล่นที่คนในครอบครัวเรียก คือสมาชิกรุ่นที่สองของสวนลุงชะเอม เธอเติบโตที่สวนมะพร้าวของพ่อ ถึงแม้จะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเกือบ 10 ปี คุณกุ้งก็มีความตั้งใจที่จะกลับมาช่วยครอบครัวดูแลกิจการ “สวนลุงชะเอม” สวนมะพร้าวที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัจจัยแวดล้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งน้ำเค็มรุกล้ำสวน สภาพดินเสื่อมโทรม ศัตรูพืช แรงงานขาดแคลน ฯลฯ หลังจากคุณกุ้งกลับมาช่วยคุณพ่อดูแลจัดการสวนลุงชะเอมไม่นาน เกษตรกรมือใหม่ต้องเผชิญกับการระบาดของหนอนด้วงมะพร้าวหัวดำทำลายผลผลิตมะพร้าวทั้งสวนเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณกุ้งต้องลงมือจัดการสวนมะพร้าวอย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของครอบครัว

เชฟหญิงผู้ผันมาเป็นเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้เข้าร่วมโครงการการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน (Regenerative Coconut Agriculture Project: ReCAP) เมื่อราวกลางปี พ.ศ. 2564 คุณกุ้งไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมอบรม และเธอคือเกษตรกรรุ่นแรกที่ได้เข้าร่วมอบรมกับโครงการจากทั้งหมด 400 คน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรกรรมสวนมะพร้าวในรูปแบบเดิมคือ การปลูกมะพร้าวเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีจำนวนมาก ไปสู่วิถีเกษตรอินทรีย์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับวิถีเกษตรอินทรีย์สำหรับสวนมะพร้าวน้ำหอม

หลังจากได้เข้าร่วมอบรมกับโครงการ คุณกุ้งได้เรียนรู้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการปลูกพืชคลุมดิน โดยเฉพาะ “ใบต่างเหรียญ” เพื่อลดปัญหาการพังทะลายของหน้าดิน ช่วยปรับปรุงคุณภาพและรักษาความชุ่มชื้นของดิน เทคนิคนี้สามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้ง่าย ๆ แต่ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มเกษตรกรสวนมะพร้าวในอดีต ด้วยความเข้าใจว่าใบต่างเหรียญคือวัชพืชที่เข้ามาแย่งสารอาหารในดินและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของต้นมะพร้าวน้ำหอมและผลผลิต

คุณชนัญญาตระหนักดีว่า คุณภาพดินคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มะพร้าวเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เธอจึงไม่รีรอที่จะทดลองปลูกใบต่างเหรียญ แม้ว่าจะได้รับเสียงคัดค้านจากบิดา ภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน ใบต่างเหรียญซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยเริ่มเติบโตเป็นพรมสีเขียวปกคลุมพื้นที่ร่องสวนมะพร้าว ทำให้สวนลุงชะเอมภายใต้การจัดการของคุณกุ้งทั้งสวยงามแตกต่างไปจากสวนมะพร้าวอื่น ๆ ในพื้นที่ ค่าความเป็นกรดในดินลดลง เมื่อดินดี มีความชุ่มชื้น จึงไม่แปลกใจที่คุณภาพผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของสวนลุงชะเอมจะมีคุณภาพดี และมีปริมาณมากถึง 12-14 ลูกต่อทะลาย

“ไม่เคยคิดว่าพืชคลุมดินที่คนรุ่นก่อน ๆ มองว่าเป็นวัชพืชที่ต้องถอนทิ้งตลอดเวลา จะช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน เพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรสวนมะพร้าวอย่างไม่น่าเชื่อ” คุณชนัญญากล่าวพร้อมเสริมด้วยว่า มีเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่ใกล้เคียงมาซื้อใบต่างเหรียญที่บ้านของเธอ โดยสามารถขายได้ 200 บาทต่อกระสอบ

ที่สวนลุงชะเอมภายใต้การบริหารจัดการของคุณชนัญญา มีทั้งใบต่างเหรียญ และยังมีการปลูกพืชหมุนเวียนแบบผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ตลอดทั้งปีอย่างกล้วย ถั่วแระญี่ปุ่น และสมุนไพรทั้งใบชะพลู ใบเตยหอม ขิง และตะไคร้ เป็นต้น และยังมีรายได้เสริมจากการขายน้ำผึ้งชันโรง นอกจากนี้คุณชนัญญายังนำประสบการณ์จากการเป็นเชฟมาต่อยอดด้วยการผลิตไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม และรสผลไม้ต่าง ๆ ที่หาวัตถุดิบได้จากในสวน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างงดงาม

ในฐานะเกษตรกรรุ่นแรกที่ได้รับการอบรมกับโครงการฯ คุณชนัญญามีแผนที่จะจัดการสวนให้ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผลผลิตมะพร้าวจากสวนของตนด้วย

“ต้องขอขอบคุณโครงการ ReCAP ที่ให้โอกาสกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทำให้สามารถนำมาปรับปรุงและจัดการสวนให้ดีขึ้น สร้างโอกาสการแข่งขันทางการตลาดไปสู่นานาชาติได้ สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ หากเราเรียนรู้และทำงานลงมือดูแลสวนมะพร้าวด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าไม่นาน สวนมะพร้าวน้ำหอมก็จะทำงานดูแลเราเกษตรกรในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน” คุณชนัญญากล่าว

การจัดการขยะจากสวนมะพร้าว

เช่นเดียวกับคุณชนัญญา จารุวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ คือเกษตรกรสวนมะพร้าวรุ่นที่สอง เมื่อเรียนจบและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงทพฯ ได้ช่วงหนึ่ง จึงตัดสินใจกลับบ้านและช่วยครอบครัว ต่อยอดธุรกิจจากผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมมาเป็นผู้ขายด้วย

ทุก ๆ วันธุรกิจของคุณจารุวัฒน์ ต้องจัดการกับขยะจากสวนมะพร้าว โดยเฉพาะกากมะพร้าวและกะลามะพร้าวเป็นจำนวนหลายตันต่อวัน คุณเอ็มจึงเริ่มหาข้อมูลจากหน่วยงานราชการทั้งกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรในชุมชน จนได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับโครงการ ReCAP และไม่รีรอที่จะสมัครเข้าร่วมอบรมกับโครงการเพื่อเรียนรู้วิธีการทำปุ๋ยจากกากมะพร้าวและกะลามะพร้าวหมักผสมกับมูลไก่ ไว้ใช้ในสวนมะพร้าวและมีแผนที่จะจัดจำหน่ายปุ๋ยหมักให้กับเกษตรกรในชุมชนด้วยเช่นกัน

คุณจารุวัฒน์มองว่า การทำปุ๋ยหมักไว้ใช้หรือทำขายในชุมชนเป็นเรื่องจำเป็น แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเร่งผลผลิตได้อย่างรวดเร็วเหมือนปุ๋ยเคมี แต่มีความสำคัญต่อต้นทุนการผลิต และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยความไม่สงบจากการสู้รบในต่างประเทศ ส่งผลต่อราคาปุ๋ยเคมีจนพุ่งตัวสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อได้เข้าร่วมอบรมกับโครงการ คุณเอ็มนำปุ๋ยหมักมาใช้ในสวนมะพร้าวขนาด 14 ไร่ และสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ย 40,000-50,000 บาทต่อรอบการเก็บเกี่ยวผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 เดือน

“โครงการนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้จากสวนมะพร้าวมาเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักสร้างมูลค่า และประโยชน์ต่อการจัดการสวนเกษตรในเชิงเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างมูลค่าและความยั่งยืนให้กับผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมของชุมชนด้วย” คุณจารุวัฒน์กล่าว

“การได้มาตรฐานสากลช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของไทย เป็นใบเบิกทางไปสู่โอกาสทางการตลาดซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะด้วยสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง เกษตรกรไทยจะอยู่ได้ยากมากหากไม่รู้จักมองหาโอกาสและช่องทางทางการตลาดและพัฒนาคุณภาพผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของเราให้ไปได้ในตลาดที่กว้างขึ้น” คุณจารุวัฒน์กล่าว

การลงทุนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ

คุณขจีพรรณ บุญศิริ ผู้จัดการด้านความยั่งยืนของบริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวส ประเทศไทย กล่าวว่า การได้ทำงานภายใต้โครงการ ReCAP เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กรที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานเกษตรที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐ (United States Department of Agriculture: USDA) และมาตรฐานแฟร์ ฟอร์ ไลฟ์ (Fair for Life) ที่จะช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกษตรกรมะพร้าวน้ำหอมรายย่อยนำไปปฏิบัติใช้

“เราไม่สามารถทำวิถีเกษตรอินทรีย์คนเดียวได้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชนและชุมชนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม” คุณขจีพรรณกล่าว

โครงการ ReCAP ได้สร้างสะพานเชื่อมโยงภาครัฐ ชุมชนเกษตร และภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ ภาคเอกชนสามารถใช้ช่องทางนี้ในการส่งต่อความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญมาก แต่เกษตรกรรายย่อยยังขาดทักษะและความรู้การจัดการสวนมะพร้าว  นอกจากนี้โครงการยังเชื่อมต่อภาครัฐ และหน่วยงานวิชาการมาให้ความรู้และร่วมหาแนวทางมาตรฐานการเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทของนโยบายประเทศและที่สำคัญที่สุดคือความต้องการของผู้บริโภค

ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและที่มาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผู้ผลิตเองก็ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและส่วนประกอบว่าควรมาจากแหล่งที่มาที่มีความรับผิดชอบและมีมาตรฐานการจัดการแรงงานที่เป็นธรรม ปัจจัยเหล่านี้ช่วยสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์ และแนวโน้มทางธุรกิจจะเป็นไปในทิศทางนี้มากขึ้น

โครงการได้สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ กับเกษตรกรมะพร้าวน้ำหอมผ่านกิจกรรมการอบรมตลอดระยะเวลาสามปีของการดำเนินงาน มีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 400 คนได้รับการอบรม นอกจากชนัญญาและจารุวัฒน์ ยังมีเกษตรกรอีกหลายรุ่นที่ได้นำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติใช้และต่อยอดจนประสบความสำเร็จแล้ว

ลิซ่า เฟาสต์ ผู้จัดการโครงการ ReCAP กล่าวว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะนำผลที่ได้จากการดำเนินโครงการมาประเมินความเป็นไปได้ในการต่อยอดการอบรม ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ และถ่ายโอนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสวนมะพร้าวน้ำหอมด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ให้กับชุมชนก่อนสรุปจบโครงการต่อไป

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

Lisa Faust
Project Manager
Email:  lisa.faust(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)