ข่าว

การฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์ช่วยเพิ่มคุณภาพดิน สร้างรายได้ และส่งเสริมวิถีสวนมะพร้าวอย่างยั่งยืน

15 ธ.ค. 2566
เรื่อง : อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล
ภาพ : เกียรติยศ วงศ์อุดมเลิศ/ กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร

  • ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของโครงการการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน (รีแคพ) สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการสร้างความตระหนักรู้ของเกษตรกรในการจัดการสวนมะพร้าวด้วยวิถีเกษตรแบบธรรมชาติ
  • การปรับเปลี่ยนวิธีจัดการสวนมะพร้าวแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเกษตรกรและชุมชนชาวสวนมะพร้าวในท้องถิ่น
  • โครงการรีแคพช่วยให้เกษตรกรมะพร้าวมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถปรับตัวและพร้อมรับมือกับความเสี่ยงทางสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้น ที่มาพร้อมกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่หันมาส่งเสริมน้ำมะพร้าวหอมที่ได้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน (รีแคพ) ดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 โดยความร่วมมือของบริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Harmless Harvest Thailand) กองทุนดานอน อีโค่ ซิสเต็ม (Danone Ecosystem Fund) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โครงการฯ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการสวนมะพร้าวแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์ ที่ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเกษตรกรและชุมชนชาวสวนมะพร้าวในท้องถิ่น
ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง พ.ศ. 2566 โครงการมีการฝึกอบรมและการจัดกิจกรรมภาคปฏิบัติทั้งหมด 14 ครั้งให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและวิทยากรใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของการปลูกมะพร้าวน้ำหอมของประเทศไทย ทำให้สมาชิกของโครงการมีความรู้ ทักษะ และเทคนิคการฟื้นฟูสวนมะพร้าวน้ำหอมด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน และเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมะพร้าวจากการปลูกพืชแซม พืชคลุมดิน การผสมเกสรมะพร้าวจากผึ้งและการเลี้ยงชันโรง การควบคุมศัตรูพืชด้วยเกษตรอินทรีย์ และการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ โดยมีเกษตรกรสมาชิกโครงการทั้งหมด 384 คนและวิทยากรทั้งหมด 27 ท่านที่ผ่านการรับรองจากโครงการหลังเข้าร่วมอบรมอย่างน้อย 21 ชั่วโมง
หนึ่งในกิจกรรมที่เกษตรกรนิยมนำมาปรับใช้ภายในสวนมะพร้าวมากที่สุด ได้แก่

  • การเลี้ยงผึ้งและชันโรงซึ่งเพิ่มขึ้น 25%
  • การใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ซึ่งเพิ่มขึ้น 17%
  • การปลูกคลุมดินซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15%
  • ปริมาณอินทรียวัตถุ (วัดเพื่อประเมินสุขภาพดิน) ในสวนของเกษตรกรนำร่องเพิ่มขึ้นถึง 1.15% ภายในเวลา 28 เดือน

สำหรับกิจกรรมปิดโครงการฯ ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ณ เวลา โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดราชบุรี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ประกอบด้วยเกษตรกรสมาชิกโครงการรีแคพ ตัวแทนจากกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย

คุณพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการ กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “สามปีที่ผ่านมามีเกษตรกรทั้งหมด 449 รายเข้าร่วมโครงการฯ โดยครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกถึง 5,781 ไร่ใน 4 จังหวัดที่มีการเพาะปลูกมะพร้าว มีการจัดตั้งแปลงสาธิตจำนวน 8 แห่งในจังหวัดที่ดำเนินการ เพื่อให้ชาวสวนมะพร้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปสามารถเรียนรู้และเยี่ยมชมแนวทางการปฏิบัติที่ดีของโครงการรีแคพได้”

นอกจากนี้ โครงการฯยังมุ่งหาวิธีในการแปลงเศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกมะพร้าวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยทางโครงการได้พัฒนาสูตรปุ๋ยหมักที่ใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกมะพร้าว เช่น กาบ และ เปลือกมะพร้าว ทั้งหมด 3 สูตร ซึ่งสมาชิกในโครงการฯประมาณ 20% สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในสวนของตนเอง และมีเกษตรกรต้นแบบอีก 4 รายสามารถผลิตปุ๋ยหมักในเชิงการค้า

คุณจิราภา จอมไธสง ที่ปรึกษากรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “การรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอาจเป็นวิธีที่สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรมะพร้าวหันมาสร้างสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนทางการเกษตรได้ โดยโครงการรีแคพช่วยให้เกษตรกรมะพร้าวสามารถปรับตัวและพร้อมรับมือกับความเสี่ยงทางสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่หันมาส่งเสริมน้ำมะพร้าวหอมที่ได้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

“ทั้งนี้ หลักสูตรของโครงการรีแคพ อุปกรณ์ทำปุ๋ยหมัก ตลอดจนเอกสารความรู้อื่น ๆ จะถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรของจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เพื่อนำไปขยายผลการดำเนินการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ และจะเป็นประโยชน์กับสำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ชุมชน และเกษตรกรสวนมะพร้าว ในระยะยาว” คุณจิราภากล่าวเสริม

คุณแมททิว ชัวมอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและจัดซื้อจัดจ้าง บริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการดำเนินการเกษตรมะพร้าวอินทรีย์แบบปฏิรูปอย่างต่อเนื่องหลังจบโครงการรีแคพว่า “การฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างจริงจังผ่านโครงการรีแคพเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของบริษัท ยังมีงานอีกมากมายที่เราสามารถทำให้สำเร็จได้ ทั้งเรื่องการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชแซม และทักษะทางธุรกิจเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสวนมะพร้าวสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยและส่งผลดีกับทั้งครัวเรือนของเกษตรกรและต่อการดำรงชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

คุณทัศนีย์ สำราญ หนึ่งในเกษตรกรสมาชิกระยะขยายผลของโครงการรีแคพ จากจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เธอได้นำความรู้ที่ได้จากการเข้าอบรมในระยะขยายผลกับโครงการ มาประยุกต์ใช้กับการปลูกพืชแซมในสวนมะพร้าวน้ำหอม ประกอบไปด้วยพืชผักตามฤดูกาลและสมุนไพรอื่นๆ เช่น ลูกยอ ผักชีฝรั่ง และโหระพา สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองในวัยเกษียณได้ตลอดทั้งปี และยังมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อผักปลอดภัยของตนจากในสวน นอกจากนี้ตนเองและสมาชิกในครอบครัวยังอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกให้มีคุณสมบัติเพื่อขึ้นทะเบียนรับรองตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมภายของตนเองในสองปี “ดินอินทรีย์และปุ๋ยหมักทำให้เรามีสุขภาพดี ความเป็นอยู่ที่ดี และทำให้เกิดความยั่งยืนของทั้งผู้ผลิต ชุมชน และผู้บริโภค เราแค่ต้องอดทนและรู้จักรอคอยผลสำเร็จที่เราสร้างด้วยตัวเอง” คุณทัศนีย์กล่าวเพิ่มเติม

อัลบั้มภาพ

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)