ข่าว

นโยบายภาครัฐกับการลดและป้องกันการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

01 ก.ค. 2564

พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งก่อให้เกิดขยะที่ไม่จำเป็นจำนวนมาก อาทิ ถ้วยกาแฟ บรรจุภัณฑ์พลาสติก กล่องอาหารจากการซื้อกลับบ้าน และช้อนส้อมพลาสติก พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นพลาสติกที่ใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกในเวลาสั้นๆ แต่กลับกำลังทำร้ายโลกของเราทั้งระบบนิเวศทางบกและทางทะเล เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว เราจำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งออกสู่ตลาดตั้งแต่แรก

แต่อะไร คือ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน? เงื่อนไขของกรอบทางการเมือง กฎหมาย และสังคมที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดระบบของการนำกลับมาใช้ใหม่ได้มีอะไรบ้าง?

ผู้ออกกฎหมาย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ที่มีบทบาทสำคัญจากองค์กรต่างๆ ได้ร่วมนำเสนอแนวทางและเครื่องมือทางการเมืองเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในภาคธุรกิจการจัดส่งอาหารและการซื้อกลับบ้านในงานสัมมนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ – ขอบเขตการดำเนินการของผู้กำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปราศจากพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ผู้แทนจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) องค์กรพัฒนาเอกชนของเยอรมัน “Deutsche Umwelthilfe” ที่ให้การช่วยเหลือและคำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนจากเมืองทือบิงเงิน (Tübingen) ของประเทศเยอรมนี ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับเครื่องมือเชิงนโยบายและความเป็นไปได้ในการดำเนินการ อาทิ ภาษีบรรจุภัณฑ์ การห้ามใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากระบบบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวไปสู่ระบบบรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำได้

นอกเหนือจากการสร้างระบบ “การใช้ซ้ำ” ผู้กำหนดนโยบายสามารถสร้างแรงจูงใจ โดยการออกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวเป็นการนำกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์จากการจัดส่งอาหารและการซื้อกลับบ้านลงได้อย่างมาก

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เมืองทือบิงเงิน (Tübingen) ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ได้กำหนดมาตรการภาษีท้องถิ่นกับบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว เพื่อรับมือกับปริมาณบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป การใช้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบใช้ครั้งเดียวในแต่ละแพ็คเกจต่อมื้ออาหารจะถูกเก็บภาษี 0.50 ยูโร (ประมาณ 20 บาท) และช้อนส้อมอยู่ที่ 0.20ยูโร (ประมาณ 8 บาท)

งานสัมมนาออนไลน์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของชุดการประชุมออนไลน์ (webinar series) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนในเรื่องการป้องกันและหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวระหว่างผู้กำหนดนโยบายและบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีการดำเนินงานด้านระบบ “การใช้ซ้ำ” (reusable systems) เพื่อให้เกิดการลดขยะพลาสติกตามที่ได้ตั้งเป้าไว้  ทั้งนี้ ในงานสัมมนาออนไลน์ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือกันถึงปัจจัยความสำเร็จและอุปสรรคความท้าทายสำหรับโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

เกี่ยวกับโครงการ CAP SEA

โครงการการทำงานร่วมกันเพื่อการลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CAP SEA) สนับสนุนการลดขยะพลาสติกและส่งเสริมการใช้ระบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยโครงการฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระดับโลกเพื่อสนับสนุน “Export Initiative for Green Technologies” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติและความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) ระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2566 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมภายใต้โครงการ CAP SEA โปรดดาวน์โหลดเอกสารได้ ที่นี่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

Mr. Christoffer Brick
Email: christoffer.brick@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)