ข่าว

โครงการ MA-RE-DESIGN จัดประชุมเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

16 ก.ย. 2568
เขียนโดย: ประพิมพ์พรรณ เงินทิพย์
ภาพโดย: MA-RE-DESIGN

เพื่อให้สอดรับกับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน พ.ศ. …. ที่สนับสนุนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ตามลำดับชั้นของการจัดการขยะและการจัดการตลอดวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ โครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) ที่ดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน GIZ จึงร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอแนะทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนภายใต้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมสุรเกียรติ์ เสถียรไทย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือข้อเสนอแนะทางกฎหมาย เพื่อส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยผลการหารือจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงกฎหมายฉบับสมบูรณ์และนำเสนอกรมควบคุมมลพิษ ต่อไป

ลิกกี้-ลี พิทเซน เลขานุการเอกฝ่ายการเมืองและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยกล่าวว่า “ในประเทศเยอรมนี แนวคิด Eco-Design ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎี แต่เป็นหลักการสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เราสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นท่ามกลางความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขาดแคลนทรัพยากร”

ผานิต รัตสุข ผู้อำนวยการกองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมควบคุมมลพิษ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการจัดการของเสีย ได้ดำเนินการตามแผนที่นำทางการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561–2573 มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดและยุติการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use plastics) ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศไทย อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling – D4R) โดยได้จัดทำแนวทางสำหรับบรรจุภัณฑ์ 3 ประเภท ได้แก่ ขวด PET (พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต) สำหรับน้ำดื่ม, บรรจุภัณฑ์ HDPE (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง) สำหรับผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล และภาชนะพลาสติก PP (โพลีโพพีลิน) ชนิดแข็งสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งล้วนเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แนวทาง D4R ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่ได้ถูกบูรณาการไว้ในการประกวด Eco-Design ครั้งนี้ โดยเฉพาะในหมวดบรรจุภัณฑ์ ผู้เข้าแข่งขันได้รับการส่งเสริมให้นำหลักการ D4R ไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งช่วยส่งเสริมความเข้าใจในเชิงปฏิบัติให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ และขยายผลไปยังภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”

อัลวาโร ซูริตา ผู้อำนวยการโครงการ MA-RE-DESIGN, GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “รางวัล Eco-Design Sparking Innovation Award เป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ MA-RE-DESIGN ซึ่ง GIZ ดำเนินการในนามของกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และการคุ้มครองผู้บริโภคของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) โดยความร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ โครงการฯ มุ่งส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาแนวทางเชิงนโยบายด้าน Eco-Design และ D4R ในประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนให้ไทยสามารถสอดรับกับแนวโน้มความยั่งยืนระดับโลก เช่น กฎระเบียบว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนของสหภาพยุโรป (ESPR) รวมถึงกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (PPWR)”

สุนทร ยงค์วิบูลศิริ ที่ปรึกษาและผู้ประสานงานกลุ่ม Eco-Design จากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “TIPMSE กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีภายในประเทศและเครือข่ายระดับสากล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นอกจากการพัฒนากลไก EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ เรากำลังขยายแนวทาง D4R ซึ่งจะช่วยสนับสนุน EPR ให้เกิดประสิทธิภาพไปยังบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ มากขึ้น พร้อมผลักดันให้เกิดไกด์ไลน์และพัฒนาสู่มาตรฐานในอนาคต โดยที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และสามารถส่งออกได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในการร่างไกด์ไลน์ Eco-Design สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่และ SME เพื่อสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสามารถรีไซเคิลได้ และตอบโจทย์ตลาดโลก พร้อมทั้งสร้างเวทีความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้แปรรูปวัสดุ เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดการของเสีย และภาคการรีไซเคิล เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ”

ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานที่ได้รับรางวัลจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศจากหลายสถาบันและองค์กร พร้อมแนวคิดในการออกแบบของชิ้นงานนั้นๆ โดยงาน Eco-Design Sparking Innovation Award 2025 นี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงแนวคิดนวัตกรรมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม @ecodesigninnovationaward2025 หรืออีเมล: giz.innovationaward2025@gmail.com

อัลบั้มภาพ

เกี่ยวกับโครงการ MA-RE-DESIGN

โครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (Marine Litter Prevention through Reduction, Sustainable Design and Recycling of Plastic Packaging: MA-RE-DESIGN) ดำเนินการโดย GIZ ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมันที่ดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) และร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย พร้อมด้วยพันธมิตรโครงการ ได้แก่ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศเยอรมนี และสำนักงานประเทศไทย และสํานักงานประสานงานทางทะเลภูมิภาคเอเชียตะวันออก (COBSEA) โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เพื่อสนับสนุน Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570)

เกี่ยวกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ)

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ (จีไอแซด) เป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมนีที่ดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งทำงานเพื่อออกแบบอนาคตที่น่าอยู่สำหรับผู้คนทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีในการดำเนินงานในหลากหลายสาขา GIZ ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และสถาบันวิจัยมากมาย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านนโยบายการพัฒนาในสาขาต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมในการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จ

GIZ ดำเนินโครงการในประเทศไทยไปแล้วกว่า 500 โครงการเพื่อส่งเสริมประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตั้งแต่ พ.ศ. 2502 ซึ่งเป็นปีที่ความร่วมมือไทย-เยอรมันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการจากการก่อตั้งโรงเรียนอาชีวศึกษาไทย-เยอรมัน โดยความร่วมมือไทย-เยอรมันดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (Agenda 2030) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และสนธิสัญญาในระดับนานาชาติ

สำนักงานใหญ่ของ GIZ ตั้งอยู่ที่เมืองบอนน์และเมืองเอชบอร์น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยในปี พ.ศ. 2566 GIZ ได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินงานกว่า 152 พันล้านบาท (4 พันล้านยูโร) GIZ ดำเนินงานใน 120 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานรวม 25,634 คน ซึ่งร้อยละ 70 เป็นคนในประเทศ

*ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)