เกือบสองปีที่โครงการป้องกันขยะทะเลผ่านการลด การออกแบบอย่างยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติก (MA-RE-DESIGN) ซึ่งดำเนินการโดย GIZ ประจำประเทศไทย ได้มุ่งมั่นเชื่อมโยงความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ภาพที่ฝันไว้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างจากการร่วมมือทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และผู้ขับเคลื่อนจากภาคประชาสังคม
ก้าวเข้าสู่ปีสุดท้ายของการดำเนินงาน โครงการจึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนประจำปี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ นอกจากเพื่อสรุปความก้าวหน้า และเปิดโอกาสให้พันธมิตรของโครงการจากทุกภาคส่วนได้หยุดพัก ทบทวน และร่วมกันวางเส้นทางต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อไปอย่างยั่งยืนแม้โครงการจะสิ้นสุดลง
เดินหน้าสู่อนาคตเพื่อความยั่งยืนของ MA-RE-DESIGN
การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการทบทวนผลลัพธ์ปีที่ 2 และวางแผนปีที่ 3 โดยเชื่อมโยงวิสัยทัศน์กับแนวทางปฏิบัติจริง พร้อมออกแบบกลยุทธ์ความยั่งยืนให้พันธมิตรสามารถสานต่อได้หลังโครงการสิ้นสุดเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะยาว การประชุมมีผู้แทนจาก กรมควบคุมมลพิษ (คพ.), กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.), สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ และองค์กรภาคประชาสังคมอย่างมูลนิธิ 3R องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และ GIZ ประจำประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เป้าหมายและผลลัพธ์หลักประกอบด้วย:
เป้าหมาย: การป้องกันพลาสติกใช้ครั้งเดียว – สนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมประชุมสรุปบทเรียนปีที่ผ่านมาและเสนอการดำเนินงานต่อไป ได้แก่
- จัดทำคู่มือบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนและใช้เครื่องมือดิจิทัลสื่อสารกับนักออกแบบบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่
- บูรณาการหลักการ Eco-Design ในหลักสูตรมหาวิทยาลัย ร่วมพัฒนาหลักสูตรและเสริมสร้างทักษะให้นิสิต นักศึกษา
- เริ่มหารือความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานรับรองบรรจุภัณฑ์ระดับประเทศ เพื่อรองรับระบบ EPR
เป้าหมาย: การขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยว
WWF เยอรมนีและประเทศไทยร่วมกับธุรกิจการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าและตรัง จัดทำแผนการดำเนินการลดขยะพลาสติก (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569) โดยเน้น 6 แนวทางหลัก เช่น มาตรการส่งเสริมการเติมสินค้าในบรรจุภัณฑ์เดิมและใช้ซ้ำบรรจุภัณฑ์ แนวทางการจัดการอาหารและเครื่องดื่มอย่างยั่งยืน การจัดการขยะ การสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ กิจกรรมทำความสะอาด และการมีส่วนร่วมของผู้ผลิต
เป้าหมาย: การพัฒนานโยบายและระบบหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)
หารือแผนปฏิบัติการ เช่น แนวทางคำนวณค่าธรรมเนียม EPR และข้อเสนอรูปแบบโครงสร้างขององค์กรความรับผิดชอบของผู้ผลิต (องค์กรผู้แทน PRO) โดยมี คพ., TIPMSE และมหาวิทยาลัยหลักร่วมพัฒนา เป้าหมายคือโมเดลที่เหมาะสมกับบริบทไทย ใช้ได้ทั้งระยะสั้นและยาว พร้อมแนวทางสื่อสารระดับชาติ การฝึกอบรมแบบ “train-the-trainer” และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์
เป้าหมาย: ลดมลพิษพลาสติกในเทศบาลนำร่อง
นำโดย WWF ภายใต้แนวทาง Plastic Smart Cities ในเกาะเต่าและตรัง เพื่อเสริมศักยภาพท้องถิ่นในการลดการรั่วไหลของขยะพลาสติก (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569) กิจกรรมหลัก ได้แก่:
- บูรณาการ Plastic Smart City Action Plan เข้าสู่แผนท้องถิ่น
- ขยายความร่วมมือธุรกิจมากกว่า 30 ราย และโครงการเชิดชูเกียรติ
- ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และแรงงานนอกระบบ พร้อมทดสอบนวัตกรรม เช่น แอปพลิเคชันติดตามพลาสติก
- จัดกิจกรรมรณรงค์ใหญ่ เช่น World Oceans Day และ World Cleanup Day
- วิเคราะห์การรั่วไหลของขยะ และจัดทำกระดานติดตามผลระดับเมือง
เป้าหมาย: การแลกเปลี่ยนความรู้ระดับภูมิภาค และการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันขยะทะเลในระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้นใน 9 ประเทศสมาชิกของ COBSEA
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ: องค์กรประสานงานทางทะเลแห่งเอเชียตะวันออก (UNEP COBSEA) เป็นเวทีระหว่างรัฐบาล ได้พัฒนากรณีศึกษา 4 ฉบับ แนวทางโรงเรียนปลอดพลาสติก และฝึกอบรมติดตามขยะทะเล (เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2568) กิจกรรมสำคัญรวมถึง SEA of Solutions 2024, INC-5 และ Our Ocean 2025 สำหรับเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 จะมีการจัดทำกรณีศึกษาเพิ่ม พัฒนาศูนย์ข้อมูล COBSEA และเผยแพร่ผลลัพธ์ผ่าน SEA of Solutions 2025 การประชุมอาเซียน/COBSEA และการประชุม IGM-27
บทเรียนสำคัญจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ: การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเกิดจากการประสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลายสู่เป้าหมายร่วม ไม่ใช่ความพยายามฝ่ายเดียว ยุทธศาสตร์ปีที่ 3 และกรอบความยั่งยืนแสดงให้เห็นว่า อำนาจกำกับดูแลของภาครัฐ นวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคม สามารถผสานเป็นพลังการเปลี่ยนแปลงถาวรได้ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 การมีส่วนร่วมของแต่ละฝ่ายจะเสริมพลังซึ่งกันและกัน เพื่อนำวิสัยทัศน์ร่วมในการลดขยะทะเลให้กลายเป็นมรดกด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของไทย
Gallery Photos: Selected Photos for Article
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ MA-RE-DESIGN ได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/marine-litter-prevention-through-reduction-sustainable-design-and-recycling-of-plastic-packaging-ma-re-design-th/









