วิทยา ไพรพนาพฤกษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ครั่ง,วิรพล คหปตานี เกษตรกรและผู้รวบรวมครั่งในพื้นที่ส่งโรงงานครั่ง จ.ลำปาง
มากกว่าสิบปีที่หาเลี้ยงชีพด้วยการทำสวนลำไยในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง แต่นิมิตและรัตนาภรณ์ ยาณะปลูก สองสามีภรรยาในวัยกว่า 70 ปี กลับต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่เมื่อผลผลิตและรายได้ลดลงจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ทั้งคู่จึงตัดสินใจทดลองเลี้ยงครั่งบนต้นลำไยเพื่อหารายได้เสริม ก่อนจะค้นพบว่าการเลี้ยงครั่งนั้นสร้างรายได้มากกว่าการขายลำไย แถมยังดูแลง่าย เหมาะกับผู้สูงวัย
ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ “โอกาสการเลี้ยงครั่งและผึ้งที่เหมาะสมกับระบบนิเวศเกษตรภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ThaiCI ที่ดำเนินงานโดย GIZ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่และลำไยในจังหวัดลำปางและเชียงใหม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และมีรายได้ที่เพียงพอ
‘ครั่ง’ เป็นแมลงจำพวกเพลี้ยที่กินน้ำเลี้ยงจากต้นจามจุรีและผลิตสารเหนียวสีเหลืองคล้ายยางหรือชัน สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชลแลค เพื่อใช้เป็นสารเคลือบผิวในอุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงใช้เป็นสีย้อมไม้และสีย้อมผ้า โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดลำปางได้ยึดการเลี้ยงครั่งบนต้นจามจุรีเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 50 ปี เพราะดูแลไม่ยากและไม่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศเท่าผลไม้ แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงครั่งบนต้นจามจุรี เพราะครั่งไม่ชอบอากาศที่ร้อนเกินกว่า 18 องศาเซลเซียส ชาวบ้านจึงเลี้ยงครั่งน้อยลง จนทำให้ตลาดขาดแคลนครั่งดิบสวนทางกับความต้องการของโรงงาน ซึ่งลำปางถือเป็นศูนย์กลางการรับซื้อครั่งจากจังหวัดอื่นด้วยเช่นกัน
ด้วยความต้องการของตลาด ศักยภาพของพื้นที่ และองค์ความรู้ของชาวบ้าน หน่วยงานด้านการเกษตรจึงผลักดันการเลี้ยงครั่งในจังหวัดลำปางอีกครั้ง โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับพื้นที่ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเห็นโอกาสในการเลี้ยงครั่งบนต้นลำไยและลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของลำปางที่กำลังได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกมากขึ้น จนทำให้ผลมีขนาดเล็กลงและขั้วหลุดง่าย โดยวิธีนี้จะทำให้ครั่งได้อยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเหมาะสม และยังช่วยชาวบ้านให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน
รศ.ดร.ฑีฆา โยธาภักดี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์เพื่อการพัฒนาชุมชน และสาขาวิชาการตลาดดิจิทัล จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ วางแนวทางการวิจัยในจังหวัดลำปางและเชียงใหม่ โดยจะศึกษาการเลี้ยงครั่งบนต้นลิ้นจี่และลำไยในพื้นที่ที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน รวมถึงการเลี้ยงครั่งควบคู่กับผึ้งโพรงหรือชันโรง โดยสวนลิ้นจี่จะอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ขณะที่สวนลำไยจะอยู่ในพื้นที่ราบที่สูงไม่เกิน 500 เมตร การทดลองเลี้ยงครั่งในสวนลำไยถือเป็นแนวทางใหม่เมื่อเทียบกับการเลี้ยงบนต้นลิ้นจี่ และการเลี้ยงครั่งควบคู่กับผึ้งยังช่วยเพิ่มรายได้จากการผลิตน้ำผึ้งดอกลำไยอีกด้วย โดยครั่งและผึ้งไม่ชอบควันไฟและสารกำจัดศัตรูพืช จึงช่วยลดความเสี่ยงในการทดลอง พร้อมส่งเสริมการทำสวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นการปรับตัวเชิงเกษตรนิเวศที่ช่วยลดความเปราะบางจากการพึ่งพาสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้ชาวบ้านสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น
โครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 และอยู่ในระยะการติดตามผลผลิตในระยะการเจริญเติบโตของครั่ง หลังจากการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ครั่งในสวนลิ้นจี่ และอยู่ในระยะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสวนลำไย โดยจะมีการลงติดตามการทดลองอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คำแนะนำตลอดการศึกษาของทีมนักวิจัย และจะนำผลการศึกษาไปวิเคราะห์ด้านความคุ้มทุน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว และขายผลผลิต เพื่อจะนำมาถอดบทเรียนและส่งมอบให้แก่เกษตรกรและหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป
ThaiCI เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 เพื่อจัดตั้งกองทุน ThaiCI ภายใต้การดำเนินการของกองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกการเงินในประเทศที่ให้การสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาและบริหารโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


