ข่าว

“ครั่ง” แมลงศัตรูพืชที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจ หนุนเกษตรกรลำปางปรับตัวสู้โลกร้อน

18 ก.ย. 2569
เขียนโดย: อังคณา เกตุจรัญ
ภาพโดย: GIZ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทีมวิจัยและผู้เข้าร่วมโครงการ (จากซ้ายไปขวา) รศ.ดร.ฑีฆา โยธาภักดี หัวหน้าโครงการวิจัย, ชำนาญ เมืองลอง เกษตรอำเภอเมืองปานและนักวิจัยร่วมในโครงการ,
วิทยา ไพรพนาพฤกษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ครั่ง,วิรพล คหปตานี เกษตรกรและผู้รวบรวมครั่งในพื้นที่ส่งโรงงานครั่ง จ.ลำปาง

มากกว่าสิบปีที่หาเลี้ยงชีพด้วยการทำสวนลำไยในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง แต่นิมิตและรัตนาภรณ์ ยาณะปลูก สองสามีภรรยาในวัยกว่า 70 ปี กลับต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่เมื่อผลผลิตและรายได้ลดลงจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ทั้งคู่จึงตัดสินใจทดลองเลี้ยงครั่งบนต้นลำไยเพื่อหารายได้เสริม ก่อนจะค้นพบว่าการเลี้ยงครั่งนั้นสร้างรายได้มากกว่าการขายลำไย แถมยังดูแลง่าย เหมาะกับผู้สูงวัย

นิมิตและรัตนาภรณ์ ยาณะปลูก เกษตรกรชาวสวนลำไยวัยกว่า 70 ปี กำลังเตรียมสวนเพื่อปล่อยครั่งและผึ้งโพรง

ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ “โอกาสการเลี้ยงครั่งและผึ้งที่เหมาะสมกับระบบนิเวศเกษตรภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุน ThaiCI ที่ดำเนินงานโดย GIZ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่และลำไยในจังหวัดลำปางและเชียงใหม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และมีรายได้ที่เพียงพอ

แมลงครั่งบนกิ่งลิ้นจี่กำลังปล่อนสารเรซินสีแดงออกมาในระยะสร้างรัง
ครั่งบนต้นลิ้นจี่ที่สร้างรังเต็มที่และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว
กระบวนการเลาะครั่งดิบออกจากกิ่งลิ้นจี่เพื่อรวบรวมส่งโรงงานรับซื้อครั่ง ณ บ้านบ่อสี่เหลี่ยม อ.งาว จ.ลำปาง

‘ครั่ง’ เป็นแมลงจำพวกเพลี้ยที่กินน้ำเลี้ยงจากต้นจามจุรีและผลิตสารเหนียวสีเหลืองคล้ายยางหรือชัน สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชลแลค เพื่อใช้เป็นสารเคลือบผิวในอุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงใช้เป็นสีย้อมไม้และสีย้อมผ้า โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดลำปางได้ยึดการเลี้ยงครั่งบนต้นจามจุรีเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 50 ปี เพราะดูแลไม่ยากและไม่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศเท่าผลไม้ แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงครั่งบนต้นจามจุรี เพราะครั่งไม่ชอบอากาศที่ร้อนเกินกว่า 18 องศาเซลเซียส ชาวบ้านจึงเลี้ยงครั่งน้อยลง จนทำให้ตลาดขาดแคลนครั่งดิบสวนทางกับความต้องการของโรงงาน ซึ่งลำปางถือเป็นศูนย์กลางการรับซื้อครั่งจากจังหวัดอื่นด้วยเช่นกัน

ด้วยความต้องการของตลาด ศักยภาพของพื้นที่ และองค์ความรู้ของชาวบ้าน หน่วยงานด้านการเกษตรจึงผลักดันการเลี้ยงครั่งในจังหวัดลำปางอีกครั้ง โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับพื้นที่ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเห็นโอกาสในการเลี้ยงครั่งบนต้นลำไยและลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของลำปางที่กำลังได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกมากขึ้น จนทำให้ผลมีขนาดเล็กลงและขั้วหลุดง่าย โดยวิธีนี้จะทำให้ครั่งได้อยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเหมาะสม และยังช่วยชาวบ้านให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน

กองครั่งในโรงงานรับซื้อครั่งที่นอร์ทเทอร์นสยามซีดแลค
ครั่งดิบที่รับซื้อจากชาวสวนก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่อไป
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากครั่ง ณ บริษัท นอร์ทเทอร์นสยามซีดแลค จำกัด อ.เมือง จ.ลำปาง

รศ.ดร.ฑีฆา โยธาภักดี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์เพื่อการพัฒนาชุมชน และสาขาวิชาการตลาดดิจิทัล จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ วางแนวทางการวิจัยในจังหวัดลำปางและเชียงใหม่ โดยจะศึกษาการเลี้ยงครั่งบนต้นลิ้นจี่และลำไยในพื้นที่ที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน รวมถึงการเลี้ยงครั่งควบคู่กับผึ้งโพรงหรือชันโรง โดยสวนลิ้นจี่จะอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ขณะที่สวนลำไยจะอยู่ในพื้นที่ราบที่สูงไม่เกิน 500 เมตร การทดลองเลี้ยงครั่งในสวนลำไยถือเป็นแนวทางใหม่เมื่อเทียบกับการเลี้ยงบนต้นลิ้นจี่ และการเลี้ยงครั่งควบคู่กับผึ้งยังช่วยเพิ่มรายได้จากการผลิตน้ำผึ้งดอกลำไยอีกด้วย โดยครั่งและผึ้งไม่ชอบควันไฟและสารกำจัดศัตรูพืช จึงช่วยลดความเสี่ยงในการทดลอง พร้อมส่งเสริมการทำสวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นการปรับตัวเชิงเกษตรนิเวศที่ช่วยลดความเปราะบางจากการพึ่งพาสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้ชาวบ้านสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น

โครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 และอยู่ในระยะการติดตามผลผลิตในระยะการเจริญเติบโตของครั่ง หลังจากการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ครั่งในสวนลิ้นจี่ และอยู่ในระยะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสวนลำไย โดยจะมีการลงติดตามการทดลองอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คำแนะนำตลอดการศึกษาของทีมนักวิจัย และจะนำผลการศึกษาไปวิเคราะห์ด้านความคุ้มทุน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว และขายผลผลิต เพื่อจะนำมาถอดบทเรียนและส่งมอบให้แก่เกษตรกรและหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป

Gallery

เกี่ยวกับ ThaiCI

ThaiCI เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUKN) มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 เพื่อจัดตั้งกองทุน ThaiCI ภายใต้การดำเนินการของกองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกการเงินในประเทศที่ให้การสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาและบริหารโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

อังคณา เกตุจรัญ
เจ้าหน้าที่โครงการ
อีเมล: angkhana.ketjalan@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)