วันที่ 13–14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โครงการส่งเสริมมาตรการ แนวทาง และแผนงานเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพยานยนต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Introducing Measures, Pathways and Roadmaps for Optimizing Vehicle Efficiency and Electrification: IMPROVE) ดำเนินงานโดย GIZ ประจำประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การยกระดับการใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการออกแบบนโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์สำหรับภาคการขนส่ง” ณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในภาคการคมนาคมขนส่งด้วยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์
การหารือเน้นไปที่ภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย และแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) และยุทธศาสตร์การพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำระยะยาว (LT-LEDS) โดยได้เน้นย้ำว่าการบรรลุเป้าหมายระดับประเทศจำเป็นต้องอาศัยระบบการติดตาม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีความน่าเชื่อถือ
การประชุมครั้งนี้ยังพูดถึงแนวโน้มระดับนานาชาติที่จะปรับเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานการทดสอบยานพาหนะที่สะท้อนการปล่อยมลพิษจริงมากขึ้น เช่น Worldwide Harmonized Light Vehicle Test Procedure (WLTP) และ Real Driving Emissions (RDE) ซึ่งให้ข้อมูลการรายงานอัตราการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่แม่นยำมากขึ้น โดยผู้ร่วมประชุมเห็นตรงกันว่าการจะเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานเหล่านี้ได้ต้องปรับปรุงห้องปฏิบัติการ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และปรับเป้าหมายนโยบายให้สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างมาตรฐานการทดสอบยานยนต์กับนโยบายต่าง ๆ เช่น ภาษีการปล่อย CO2 การติดฉลากรถยนต์ กลไกการกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนดในระดับกลุ่มยานพาหนะ และกฎระเบียบด้านอัตราการประหยัดพลังงาน โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากต่างประเทศเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีบริหารจัดการเกณฑ์ที่ใช้กำหนดกฎระเบียบ ปัจจัยการแปลงค่า และโครงสร้างแรงจูงใจในช่วงการเปลี่ยนผ่านระหว่างมาตรฐานการทดสอบ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและความโปร่งใสของนโยบาย
ในวันที่สอง ผู้ร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นว่าการทดสอบยานยนต์ให้แม่นยำมากขึ้นจะช่วยสนับสนุนการพัฒนานโยบายประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานพาหนะในอนาคตและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับระบบการตรวจวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศได้อย่างไร โดยเชื่อมโยงกับนโยบายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น โครงการรถกระบะคาร์บอนต่ำ โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ และมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์แบบถัวเฉลี่ยรายบริษัท (Corporate Average Fuel Economy: CAFE) โดยผู้เข้าร่วมเห็นตรงกันว่าการปรับปรุงมาตรฐานการทดสอบควรได้รับการปฏิรูประบบโดยรวม ซึ่งต้องอาศัยทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่ชัดเจน และสื่อสารระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานการทดสอบยานยนต์ที่มีความแม่นยำและข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริงเพราะถือเป็นข้อมูลตั้งต้นของนโยบายด้านการขนส่งและสภาพภูมิอากาศที่ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ การยกระดับความพร้อมทางเทคนิค และการปรับมาตรฐานการทดสอบยานยนต์ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระยะยาวของประเทศไทยสู่ระบบการคมนาคมที่สะอาดและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิผลของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศต่อไป
ในการเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ สถาบันยานยนต์ (สยย.) ได้ร่วมให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นทางเทคนิค โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
ปพนธนัย นันทชัชวาลย์กุล
ผู้จัดการโครงการ IMPROVE ประจำประเทศไทย
อีเมล:papondhanai.nanthachatchavankul@giz.de