วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 กรุงเทพมหานคร – องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ผ่านโครงการ International Hydrogen Ramp-Up Programme (H2Uppp) ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน – ไทย (GTCC) จัดงานสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อไฮโดรเจนสีเขียวและการเปลี่ยนไฟฟ้าเป็นพลังงานต่างๆ (Power-to-X: PtX) พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเยอรมนีกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ โรงแรมมูฟเว่นพิค เวลเนส กรุงเทพฯ โดยได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำภาคอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานและไฮโดรเจนจากทั่วทั้งภูมิภาคมากกว่า 200 คน มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้เชิงลึก แลกเปลี่ยนข้อมูล และหารือถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้จริง เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวและปูทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควบคู่กับการสานต่อความร่วมมือกับเยอรมนี
ภายในงานมีการนำเสนอเนื้อหาที่สำคัญและการเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้เล่นหลักในวงการไฮโดรเจนและ PtX ทั้งจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เยอรมนี และยุโรป โดยครอบคลุมหลากหลายประเด็น เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางของตลาดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก กรอบนโยบายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง กลไกการสนับสนุนทางการเงินและการลงทุน ตลอดจนโอกาสและความท้าทายของการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนสีเขียวในภาคอุตสาหกรรม การขนส่งทางเรือ และการบิน โดยในช่วงเช้า ตัวแทนบริษัทเอกชนซึ่งมีส่วนร่วมในโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (PPP) ภายใต้โครงการ H2Uppp ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ตรงจากการดำเนินโครงการไฮโดรเจนสีเขียว พร้อมสะท้อนถึงบทเรียน โอกาส และปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อขยายผลในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดพื้นที่นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีบริษัทและองค์กรชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดง ได้แก่ บริษัท เอเวอเลนซ์ จำกัด, บริษัท นอยแมน แอนด์ เอสเซอร์ จำกัด, บริษัท อีจีเอส-แพลน จำกัด, บริษัท เอชทูพาวเวอร์เซลล์ จำกัด, บริษัท เอแนปเตอร์ จำกัด, เครือข่ายไฮโดรเจน ประเทศไทย และบริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต่างนำเสนอเทคโนโลยีทางเลือกและแนวทางการพัฒนาที่สามารถต่อยอดเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศไฮโดรเจนสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไฮโดรเจนสีเขียวและเทคโนโลยี PtX กำลังถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในแนวทางระยะยาวที่มีศักยภาพสูง ในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความท้าทายด้านพลังงาน โดยเฉพาะผ่านการพัฒนาโครงการเชิงรูปธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ ในโอกาสนี้ คุณเรกินา ดีทซ์ ผู้อำนวยการโครงการ H2Uppp จาก GIZ, ดร.โรลันด์ ไวน์ ผู้อำนวยการบริหารหอการค้าเยอรมัน-ไทย, คุณลิคกี้ ลี พิทเซ่น เลขานุการเอกเอกอัครราชทูตเยอรมนี และ ดร.กานต์นลิน ธีรัตนานนท์ ผู้แทนจากสำนักปลัดกระทรวงพลังงานแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันกล่าวย้ำถึงความสำคัญของนโยบายเชิงรุกและพันธกิจระดับชาติในการสนับสนุนการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวและพลังงานหมุนเวียน โดยชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือแบบพหุภาคีและทวิภาคีในระยะยาว อันเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาด
ขณะเดียวกัน ดร.คริสเตียน สโตโรสต์ หัวหน้าฝ่ายเครื่องมือการลงทุนและโครงการไฮโดรเจนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าของกลยุทธ์ไฮโดรเจนแห่งชาติของเยอรมนี พร้อมทั้งนำเสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกและบทบาทเชิงรุกของเยอรมนีในการเป็นพันธมิตรสำคัญด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะตอกย้ำถึงการสร้างความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศผู้ผลิต เทคโนโลยี และตลาด เพื่อผลักดันให้มีการใช้ไฮโดรเจนสีเขียวในระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
“ประเทศเยอรมนี สหภาพยุโรป และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมกันเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งเพื่อร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มีมาอย่างยาวนานแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับทวิภาคีสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการต่อยอดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือหลังงานเสวนานี้” ดร.คริสเตียนกล่าว
ในช่วงเย็น ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามจดหมายแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) เพื่อพัฒนาโครงการความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) โครงการใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างบริษัท นอยแมน แอนด์ เอสเซอร์ เซาท์อีสต์เอเชีย จำกัด (NEA SEA) จำกัด, บริษัท ไฮโดรเจน เดอ ฟร็องซ์ เอเนอร์จี้ (HDF Energy), และ GIZ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาศักยภาพการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนสีเขียวเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเกาะขนาดเล็กในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริบทที่ท้าทายและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียมีลักษณะเป็นหมู่เกาะที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือในชีวิตประจำวัน การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและพันธกิจในการร่วมกันผลักดันไฮโดรเจนสีเขียวสู่การใช้งานจริง ไม่เพียงแค่ในอินโดนีเซีย แต่ยังช่วยยกระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นภูมิภาคนำร่องด้านเศรษฐกิจไฮโดรเจนและการขนส่งคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลก



