ข่าว

GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ร่วมงาน Asia-Pacific Forum on Sustainable Development ครั้งที่ 13

24 ก.พ. 2569

กรุงเทพฯ, 24 – 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 — GIZ ร่วมงาน Asia-Pacific Forum on Sustainable Development ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ พันธมิตรเพื่อการพัฒนา ภาคประชาสังคม และเหล่านักนวัตกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายเดียวกันในการร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ความเท่าเทียม และนวัตกรรม ตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030(Transformative, equitable, innovative and coordinated actions for the 2030 Agenda)

GIZ ดำเนินโครงการทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย โดยร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานท้องถิ่น 31 แห่ง, หน่วยงานสหประชาชาติ (UN) และพันธมิตรเพื่อการพัฒนา 18 แห่ง, ภาคเอกชน 16 แห่ง และสถาบันวิชาการรวมถึงแหล่งความรู้ 21 แห่ง โดย GIZ ไม่ได้ทำงานเชิงคู่ขนาน แต่เน้นเชื่อมโยงองค์กรต่างๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน

ในนิทรรศการ “ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG in Action)” GIZ ได้ร่วมจัดแสดงเนื้อหาโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ใน 5 หัวข้อที่เชื่อมโยงกัน เช่น เมืองยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจหมุนเวียน และความร่วมมือระดับภูมิภาคและนวัตกรรม โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 200 คนที่มาร่วมประชุม

นอกจากนั้น โครงการต่างๆ ภายใต้การดำเนินการของ GIZ ประจำประเทศไทยและประจำประเทศมาเลเซียยังได้เข้าร่วมงาน APFSD13 ดังต่อไปนี้

  • โครงการ MA-RE-DESIGN ที่ดำเนินการภายใต้ UNEP COBSEA ได้จัดเวทีเสวนา “จากพลาสติก สู่ทางออกเศรษฐกิจหมุนเวียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (From Plastic Waste to Circular Solutions in Southeast Asia) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยรวบรวมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการพลาสติกภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน จากหน่วยงานภาคนโยบาย ภาควิชาการ รวมถึงหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องในการรีไซเคิล
  • ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง UN Women กับโครงการ Thai-German Energy Dialogue (TGED) คุณอิลซ่า อิลเก้น ผู้บริหารโครงการ TGC EMC ร่วมเวทีพูดคุยในหัวข้อ “ขับเคลื่อนผู้คน คุ้มครองสิทธิ: การใช้ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนและมิติทางเพศเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม” ที่มุ่งเน้นการพูดคุยเกี่ยวกับมิติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ภายใต้ความพยายามเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก โดยในช่วงการหารือ คุณอินซ่าได้กล่าวว่า หากไม่มีข้อมูลที่แยกตามเพศสภาพ และการวิเคราะห์รูปแบบความต้องการใช้พลังงานอย่างลึกซึ้งกว่าที่เป็นอยู่ การเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งนี้อาจเกิดข้อผิดพลาดในภาคการขนส่งซ้ำๆ เช่น การวางแผนระบบขนส่งที่มองข้ามประเด็นด้านความปลอดภัยและพฤติกรรมการเดินทางของผู้หญิง แทนที่จะมุ่งเน้นไปแค่ที่สัดส่วนตัวแทนของผู้หญิงและกลุ่มคนชายขอบในฝั่งอุปทานเพียงอย่างเดียว คุณอินซ่ากล่าวเสริมอีกว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานควรถูกขับเคลื่อนด้วยการอ้างอิงข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานในอนาคตมีความเป็นธรรม ครอบคลุมทุกกลุ่ม และตอบสนองความต้องการของสังคมในระยะยาว
  • ในกิจกรรมคู่ขนานระดับสูงภายใต้หัวข้อ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กรอบการดำเนินงานของโครงการ Urban-Act นำโดย GIZ โดยมี NIUA India เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม ร่วมกับ UCLG ASPAC และ ESCAP ภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมหารือถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างธรรมาภิบาลเมืองที่พร้อมรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ โดยการถอดบทเรียนสำคัญจากอินเดียและอินโดนีเซีย ซึ่งเน้นย้ำว่าการประสานงานเชิงนโยบายในหลายระดับและความโปร่งใสของสถาบันคือ “หัวใจสำคัญ” สู่ความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 11 (SDG 11) ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด เช่น การทบทวนการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น (VLRs) เพื่อเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างยุทธศาสตร์ระดับชาติไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นพันธมิตรเพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านของเมืองนั้นไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเท่าเทียมสำหรับกลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุดในภูมิภาคอีกด้วย
  • นอกจากนี้ GIZ ผ่านโครงการ Urban-Act ยังได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมอภิปรายเสวนาโต๊ะกลมว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 11 โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:
    • ธรรมาภิบาลหลายระดับ: ดร.เดโบลิน่า กุนดู (Dr Debolina Kundu) จาก NIUA India ได้เน้นย้ำถึงการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนและการวางแผนภาคเมืองเพื่อปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบาง
    • การเงินและนวัตกรรม: ผู้แทนจากโครงการ Urban-Act ร่วมกับมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (University of Melbourne) นำการหารือเกี่ยวกับการขยายผลด้านการเงินเพื่อการพัฒนาเมือง และการเสริมสร้างขีดความสามารถของท้องถิ่นในการเข้าถึงกลไกแหล่งเงินทุนต่างๆ
    • การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล: ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสำรวจการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อการบริหารจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น
    • ความร่วมมือระดับภูมิภาค: องค์กรต่างๆ เช่น UCLG ASPAC และ UN-Habitat ได้สนับสนุนให้มีการสร้างพันธมิตรระดับโลกที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเร่งผลักดันแนวทางการพัฒนาเมืองที่มีประสิทธิภาพและสามารถขยายผลได้จริง

ผลลัพธ์จากการหารือในเวทีนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังที่ประชุมใหญ่ (APFSD Plenary) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เพื่อขับเคลื่อนการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับภูมิภาคสำหรับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (2030 Agenda) ต่อไป

สิ่งที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่แค่โครงการใดโครงการหนึ่ง แต่คือพันธมิตรที่เข้มแข็งที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่รัฐบาลที่ไว้วางใจ ภาคเอกชนที่ร่วมลงทุน ภาควิชาการที่ร่วมถ่ายทอด และชุมชนที่ลงมือทำจริง

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

นายอัลวาโร่ ซูริต้า
อีเมล: alvaro.zurita(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)