ข่าว

GIZ สนับสนุนคณะผู้แทนไทยศึกษาดูงานการบูรณาการระหว่างภาคเกษตรและพลังงาน ณ เยอรมนี

06 ก.ค. 2568
เขียนโดย: ลิศา เฟ้าสต์
ภาพโดย: TGC EMC กลุ่มงานพลังงานชีวมวล

Study tour in Bavaria offers fresh perspectives on renewable energy production and income diversification for Thailand’s agricultural sector
การศึกษาดูงาน ณ รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการผลิตพลังงานหมุนเวียนและการสร้างรายได้หลากหลายสำหรับภาคเกษตรของไทย

เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสร้างความไม่แน่นอนต่อผลผลิต ราคาตลาดที่ผันผวน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่อาชีพเกษตรกรจะได้รับความนิยมน้อยลง ซึ่งเกษตรกรไทยโดยเฉลี่ยมีอายุมากกว่า 58 ปี และมีทายาทเพียงไม่กี่คนที่พร้อมรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว อย่างไรก็ดี ลองจินตนาการถึงวิศวกรรุ่นใหม่ที่ได้รับมรดกเป็นไร่ข้าวบาร์เลย์ แล้วตัดสินใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในไร่นั้น ทำให้มีรายได้ทั้งจากการขายข้าวบาร์เลย์และไฟฟ้า แนวทางเช่นนี้ช่วยเชื่อมโยงการทำเกษตรให้สอดคล้องกับแนวคิด การศึกษา และค่านิยมของคนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น

Combining Agri-PVs with soybean agriculture
การปลูกถั่วเหลืองร่วมกับการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์

การบูรณาการพลังงานเข้ากับการเกษตร เช่น ระบบการปลูกพืชร่วมกับการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Agricultural Photovoltaics หรือ Agri-PVs) ระบบก๊าซชีวภาพ และพลังงานลม สามารถสร้างโอกาสที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรแห่งอนาคต โดยเมื่อวันที่ 6 – 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้แทนจากประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เพื่อเรียนรู้แนวทางการบูรณาการข้ามภาคส่วนดังกล่าว การศึกษาดูงานตลอดหนึ่งสัปดาห์นี้มุ่งเน้นที่ตัวอย่างภาคปฏิบัติและแนวทางเชิงนโยบายที่แสดงให้เห็นว่าภาคเกษตรและภาคพลังงานสามารถร่วมมือกันเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมได้อย่างไร

ถอดบทเรียนจากเยอรมนี: ทางออกที่เป็นรูปธรรมและการแลกเปลี่ยนนโยบาย
การเยือนของคณะผู้แทนเริ่มต้นด้วยการหารือเชิงยุทธศาสตร์ ณ กระทรวงอาหาร เกษตร ป่าไม้ และการท่องเที่ยวแห่งรัฐบาวาเรีย (StMELF) เกี่ยวกับการสร้างกรอบนโยบายที่จูงใจให้มีการผลิตพลังงานในพื้นที่เกษตร โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร จากนั้น คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมแปลงวิจัยและสาธิตระบบ Agri-PVs ในเมืองกรูบ ดำเนินการโดยรัฐบาวาเรีย ซึ่งแปลงสาธิตแห่งนี้สามารถผลิตไฟฟ้าเพียงพอสำหรับ 250 ครัวเรือน ขณะที่ยังคงรักษาพื้นที่เพาะปลูกไว้ได้ถึง 85% ของพื้นที่ทั้งหมด

Study tour in Bavaria offers fresh perspectives on renewable energy production and income diversification for Thailand’s agricultural sector
การเยี่ยมชม Agri-PVs สามแบบ
Presentation by the Technology and Support Centre (TFZ) of StMELF
การนำเสนอจากองค์กร Technology and Support Centre (TFZ) ของกระทรวง StMELF
Sheep grazing underneath Agri-PVs
ลานเลี้ยงแกะใต้แผง Agri-PVs

คณะผู้แทนยังได้พบกับตัวแทนจากองค์กร Technology and Support Centre (TFZ) ของกระทรวง StMELF ซึ่งให้คำแนะนำและข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพการใช้พลังงานในชนบทของรัฐบาวาเรีย นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมแปลง Agri-PVs ที่ผสมผสานกับพื้นที่เลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรรายนี้เลี้ยงแกะ และติดตั้งแผงโซลาเซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จากทั้งแสงอาทิตย์และแสงจันทร์

จุดหมายอื่นๆ ในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ Eiselfing Energy Park ซึ่งเป็นโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพที่เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลังงาน โดยสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนได้ราว 670 ครัวเรือน ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศ เกษตรกรมักเผาวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ทิ้งเนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว แต่โรงงานแห่งนี้แสดงให้เห็นว่าวัสดุเหลือใช้ถูกเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหรือปุ๋ยหมัก เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกตัวอย่างหนึ่งของการสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่เกษตร คือฟาร์มเกษตรอินทรีย์ “มุลเลอร์ฮอฟ (Müllerhof)” ที่ใช้กังหันน้ำผลิตไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้ฟาร์มอยู่รอดและทำกำไรได้ เรื่องราวของฟาร์มมุลเลอร์ฮอฟแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบพลังงานแบบบูรณาการซึ่งช่วยให้ฟาร์มมีความยั่งยืนและสร้างผลกำไรในระยะยาว

Turning green waste into compost and electricity at the Energy Park Eiselfing
การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นปุ๋ยและวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลังงาน ณ Eiselfing Energy Park
Visit to the organic farm ‘Müllerhof’
การเยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ “มุลเลอร์ฮอฟ (Müllerhof)”

ไฮไลต์: วิลด์โพลด์สรีด (Wildpoldsried) – หมู่บ้านพลังงานต้นแบบของเยอรมนี
ผู้แทนได้เยี่ยมชมหมู่บ้านวิลด์โพลด์สรีด หรือเป็นที่รู้จักในนาม “หมู่บ้านพลังงานของเยอรมนี” หมู่บ้านแห่งนี้ผลิตพลังงานได้มากกว่าที่หมู่บ้านต้องการใช้ถึงเจ็ดเท่า จากทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ และพลังงานน้ำ ทำให้สามารถขายพลังงานส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบสายส่ง โดยเบื้องหลังความสำเร็จของหมู่บ้านนี้มาจากการที่ชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นเจ้าของของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมร่วมลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจโดยตรงจากโครงการพลังงานเหล่านี้ ครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้รับเกียรติจากรองนายกเทศมนตรีของหมู่บ้าน เป็นผู้นำชมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ ด้วยตนเอง เป็นการจุดประกายให้เกิดการหารือที่น่าสนใจว่าแนวทางนี้จะสามารถนำมาปรับใช้ในบริบทของไทยได้อย่างไร

Presentation by Günter Mögele, Deputy Mayor of Wildpoldsried
Observการนำเสนอจากคุณกึนเทอร์ เมอเกเล่ (Günter Mögele) รองนายกเทศมนตรีของหมู่บ้านวิลด์โพลด์สรีดing three types of Agri-PVs
Wildpoldsried produces more than seven times the energy it consumes
หมู่บ้านวิลด์โพลด์สรีด ผลิตพลังงานได้มากกว่าความต้องการใช้ในหมู่บ้านถึงเจ็ดเท่า

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการตามพันธกิจด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ (พลังงานหมุนเวียน 51% ภายในปี พ.ศ. 2580 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593) การบูรณาการระหว่างภาคเกษตรและพลังงานหมุนเวียนจะเป็นแนวทางที่จับต้องได้สำหรับการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ และยังเป็นเส้นทางอาชีพที่น่าตื่นเต้นสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่

การฟื้นฟูภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ต้องอาศัยมากกว่าแค่การปฏิรูปการเกษตรแบบเดิมๆ หากคุณยังจำเรื่องราวของวิศวกรรุ่นใหม่ที่มารับช่วงต่อดูแลไร่ข้าวบาร์เลย์ที่เล่าไว้ข้างต้นได้ ระหว่างการดูงานครั้งนี้คณะผู้แทนได้บังเอิญพบกับชายหนุ่มชื่อ ‘ฟิลลิป’ ที่ครอบครัวมีฟาร์มและหวังจะส่งต่อให้เขาสักวันหนึ่ง ฟิลลิปเองก็กำลังศึกษาด้านพลังงานหมุนเวียน โดยมีแผนจะติดตั้ง Agri-PVs ในที่ดินของครอบครัวทันทีที่เขาจบการทำวิจัย ฟิลลิปคือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการคิดนอกกรอบและเปิดรับการทำงานข้ามภาคส่วน ด้วยแนวทางนี้เขากำลังเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรให้กลายเป็นอาชีพแห่งอนาคต ไม่ใช่เพียงภาพจำในอดีตเหมือนที่ผ่านมา

Knowledge transfer and planning workshop on the final day
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการถอดบทเรียนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย

“ขอขอบคุณ GIZ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเชิงบูรณาการด้านการเกษตรและพลังงาน ณ ประเทศเยอรมนี ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่าภาคเกษตรสามารถมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับภาคพลังงาน ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของประเทศเยอรมนี โดยจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับไปส่งเสริมและผลักดันให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรไทยต่อไป” คุณครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

เกี่ยวกับองค์กร

การศึกษาดูงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มงานพลังงานชีวมวล (Thai-German Cooperation on Energy, Mobility and Climate: TGC EMC Biomass Component) ซึ่งส่งเสริมการใช้พลังงานยั่งยืนโดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ชีวมวล) ในประเทศไทย โครงการนี้ได้รับทุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2570

การศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความตั้งใจอย่างยิ่งโดย WeDo Feldafing ณ ศูนย์การประชุมและฝึกอบรมนานาชาติ (ICT) ณ เมืองเฟลดาฟิง โดยอาศัยประสบการณ์อันยาวนานในด้านความร่วมมือข้ามสาขา การพัฒนาศักยภาพ และการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ลิศา เฟ้าสต์
ผู้จัดการโครงการ TGC EMC กลุ่มงานพลังงานชีวมวล GIZ ประจำประเทศไทย
อีเมล: lisa.faust(at)giz.de

โยฮันนา เฟเดอริค เกราวุนเดอร์ (Johanna Friederike Grawunder)
WeDo Feldafing
อีเมล: Johanna.grawunder(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)