เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ได้มีการจัดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อนอนาคตที่เป็นธรรมและครอบคลุมผ่านระบบทำความเย็นอย่างยั่งยืน (Powering a Fair and Inclusive Future through Sustainable Cooling)” ณ อาคารนิทรรศการอาเซียน (ASEAN Pavilion) ระหว่างการประชุมรัฐภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) ณ เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล โดยเวทีเสวนาดังกล่าวจัดโดยศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Centre for Energy: ACE) และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการความเย็นสูงในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Cooling: Energy Efficiency and Climate Mitigation in Sector with High Cooling Demand) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ)
เวทีเสวนาดังกล่าวดำเนินการเสวนาโดยคุณริซกี อาดิตยา ปูตรา (Rizky Aditya Putra) ผู้จัดการโครงการจากศูนย์พลังงานอาเซียน โดยมีศาสตราจารย์ เลียง ยวน ยอง (Leong Yuen Yeong) ผู้อำนวยการการศึกษาด้านความยั่งยืนจากเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Solutions Network) มหาวิทยาลัยซันเวย์ (Sunway University) และคุณดีทรัม ออพเพลท์ (Dietram Oppelt) กรรมการผู้จัดการจากฮีท อินเตอร์เนชันแนล (HEAT International) เข้าร่วมเสวนา
การหารือครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดให้มีการนำระบบทำความเย็นที่ยั่งยืนมาใช้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภูมิภาคอาเซียน นอกจากนั้นยังมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการลดความเข้มข้นของการใช้พลังงาน (Energy Intensity: EI) ลงร้อยละ 40 ภายใน พ.ศ. 2573 ตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน 2026-2030 (ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation: APAEC) ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43 (ASEAN Ministers on Energy Meeting: AMEM) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ท่ามกลางความต้องการใช้ความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาค เวทีเสวนาให้ความสำคัญกับการเพิ่มการใช้เทคโนโลยีทำความเย็นประสิทธิภาพสูงที่ใช้สารทำความเย็นที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนต่ำ (Global Warming Potential: GWP) รวมถึงสารทำความเย็นจากธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ผู้ร่วมเสวนายังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ (Minimum energy performance standards: MEPS) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ปัจจุบันอาเซียนอยู่ระหว่างการผลักดันการดำเนินงานตามแผนที่นำทางเชิงนโยบายระดับภูมิภาค (Regional Policy Roadmap) สำหรับเครื่องปรับอากาศติดห้องอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เวทีเสวนายังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของการประหยัดพลังงานในกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มเครื่องปรับอากาศติดห้องที่ยังไม่มีการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งขอบเขตเชิงนโยบายควรขยายอย่างต่อเนื่อง เพื่อครอบคลุมไปถึงระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์และระบบห่วงโซ่ความเย็น
เพื่อให้นำแผนที่นำทางระดับภูมิภาคเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงได้สำเร็จ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างแรงงานทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้มีทักษะที่เหมาะสม และเปิดกว้างครอบคลุมคนทุกกลุ่มในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยียุคใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขยายการฝึกอบรมในระดับภูมิภาค และการเพิ่มโอกาสการจ้างงาน โดยเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าผู้หญิงในภาครัฐ เพื่อส่งเสริมดุลยภาพทางเพศ และการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
เวทีเสวนาปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำบทบาทของความริเริ่มระดับภูมิภาค เช่น โครงการ ASEAN Cooling ซึ่งดำเนินงานโดย GIZ ร่วมกับศูนย์พลังงานอาเซียน ที่ได้ตอบสนองต่อประเด็นสำคัญดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนต่ำ และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในภูมิภาคอาเซียนที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวทีเสวนาในหัวข้อระบบทำความเย็นที่ยั่งยืน ณ อาคารนิทรรศการอาเซียน ในการประชุม COP30 สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Media – ASEAN Centre for Energy (ACE)
และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ASEAN Cooling ได้ที่: https://www.thai-german-cooperation.info/asean-cooling-energy-efficiency-and-climate-mitigation-in-sectors-with-high-cooling-demand-th/