ข่าว

GIZ และเนสท์เล่ ประกาศความสำเร็จในการยกระดับการเกษตรเชิงฟื้นฟูในกลุ่มผู้ปลูกกาแฟโรบัสตาไทย

04 ธ.ค. 2568
เขียนและภาพ: อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล

ชุมพร 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 – องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด รวมทั้งภาคีภาครัฐและตัวแทนเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟโรบัสตา ร่วมฉลองความสำเร็จของการดำเนินความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ให้กับผู้ปลูกกาแฟโรบัสตารายย่อยกว่า 2,200 คนในภาคใต้ของประเทศไทย

GIZ และเนสท์เล่ได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เริ่มจากโครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือโครงการคอฟฟีพลัส (Coffee+) และโครงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และความพร้อมในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของผู้ผลิตกาแฟรายย่อย ด้วยระบบการผลิตแบบเกษตรกรรมฟื้นฟู หรือโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส (Coffee++) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการเพิ่มผลผลิตและรายได้ครัวเรือนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย ผ่านหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร (Farmer Business School: FBS) และเสริมช่องทางหารายได้ที่หลากหลาย รวมถึงการผนวกหลักปฏิบัติการเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เข้าไปในการจัดการสวนกาแฟอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และปกป้องสิ่งแวดล้อมได้

งานฉลอง 8 ปีแห่งความสำเร็จของการดำเนินโครงการคอฟฟีพลัส และโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ในพิธีปิดและนำเสนอผลสำเร็จโครงการที่โรงแรมนานาบุรี จังหวัดชุมพร โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน ผู้บริหารระดับสูงของ GIZ ประจำประเทศไทย และบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน ในฐานะหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรจากพื้นที่เพาะปลูกกาแฟหลัก ได้แก่ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง

คุณเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติกล่าวเปิดงานว่า “โครงการคอฟฟีพลัส และโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแผนพัฒนาการผลิตกาแฟแห่งชาติปี พ.ศ. 2565-2574 และขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนให้ประสบความสำเร็จนี้ยังช่วยให้ผู้ปลูกกาแฟรายย่อยหลายพันคนและชุมชนเกษตรกรมีความยืดหยุ่น และมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น”

กิจกรรมภายในงานได้มอบพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่เห็นผลสำเร็จจริง โดยมีช่วงเสวนาที่นำเสนอแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ยกระดับการจัดการพื้นที่เกษตรของตน และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟให้สอดรับกับความต้องการของตลาดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และที่สำคัญคือการบูรณาการแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูเข้าสู่แผนพัฒนากาแฟโรบัสตาในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในเชิงผลลัพธ์ แม้โครงการจะสิ้นสุดไปแล้วก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะส่งผลบวกทั้งในเชิงนิเวศและเศรษฐกิจสังคมในระยะยาว ช่วยฟื้นฟูสุขภาพดินให้กลับมาสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศการปลูกกาแฟ และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้ครัวเรือนที่เป็นเกษตรกรมีความเข้มแข็งด้านการตั้งรับปรับตัวด้วยช่องทางรายได้ที่หลากหลายขึ้น

คุณพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการ GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ดังนี้ว่า “โครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส ประเทศไทยได้สร้างแพลตฟอร์มสำคัญให้กับภาคีทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟโรบัสตาให้มีความรู้และทักษะการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานการผลิต มีความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความสำเร็จของโครงการคือ การสร้างแนวทางที่ยั่งยืนในการจัดการพื้นที่เกษตรเพื่อการปลูกกาแฟโรบัสตาอย่างยั่งยืน แนวทางดังกล่าวได้รับการบูรณาการอยู่ในแผนระดับจังหวัดเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการปลูกกาแฟโรบัสตาในพื้นที่ภายหลังจากโครงการเสร็จสิ้นลง”

คุณฟิลิปป์ เกลาเซอร์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายเทคนิคและอุตสาหกรรมการผลิต เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับ GIZ และมีส่วนช่วยยกระดับการเกษตรเชิงฟื้นฟูให้กับเกษตรกรรายย่อยหลายพันคน โครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัสมีส่วนช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมและช่วยให้เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟโรบัสตามีผลผลิตและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคต่างก็ได้รับประโยชน์จากผลผลิตกาแฟคุณภาพดีที่ผลิตจากแนวปฏิบัติด้านการเกษตรเชิงฟื้นฟู และสิ่งสำคัญคือ การทำงานร่วมกันครั้งนี้ยังมีส่วนสนับสนุนให้เนสท์เล่บรรลุเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 อีกด้วย”

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

พจมาน วงษ์สง่า
ผู้อำนวยการโครงการ Coffee++
อีเมล: pouchamarn.wongsanga@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)