เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ International Hydrogen Ramp-up Programme (H2Uppp) ร่วมกับบริษัทเอนแนปเตอร์ จำกัด และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MoU) ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเริ่มต้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ในชื่อ “โครงการปรับปรุงระบบการจัดการข้อมูลพลังงานของระบบไฮโดรเจน (H2-EMS)” อย่างเป็นทางการ
โครงการ PPP ดังกล่าวนำโดยบริษัท เอนแนปเตอร์ โดย GIZ สนับสนุนด้านการประสานงาน เพื่อเผยแพร่ระบบ H2-EMS 3.0 ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพลังงานที่พัฒนาบนมาตรฐานแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารรวมศูนย์แบบเปิด (Open Platform Communications Unified Architecture: OPC UA) ในสี่โครงการไฮโดรเจนสีเขียวที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำมาตรฐานการสื่อสารแบบรวมศูนย์มาใช้ส่งเสริมการพัฒนาตลาดไฮโดรเจนสีเขียวครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆ หนึ่งในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะดำเนินงานที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดย ธพส. ดูแลการบริหารจัดการอาคารและระบบพลังงานภายใน
หลังพิธีลงนาม MoU บริษัท เอนแนปเตอร์ และ ธพส. พาผู้เข้าร่วมงานจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าเยี่ยมชม และเรียนรู้ระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงสังเกตการณ์ว่าระบบกักเก็บไฮโดรเจนและจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของบริษัทเอนแนปเตอร์นั้น ทำงานอย่างไรเพื่อให้การใช้พลังงานต่อวันในตัวอาคารมีประสิทธิภาพ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไฮโดรเจนสีเขียวและเทคโนโลยี Power-to-X ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะพลังงานทางเลือกที่เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่หมู่เกาะ นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่ที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวต้องอาศัยการใช้แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ และเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้าที่ทำงานควบคู่กัน แต่ไม่ได้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้การใช้ระบบการจัดการพลังงานที่ใช้ AI พัฒนาตามมาตรฐานการสื่อสารระดับอุตสาหกรรม OPC UA ของเยอรมนีจึงอาจช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะการตรวจประเมินอัจฉริยะที่เชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลจากระบบต่างๆ ไปพร้อมกันโดยใช้กระดานข้อมูลและแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรวมถึงระบบ H2-EMS ของบริษัทเอนแนปเตอร์ จะช่วยให้องค์ประกอบทั้งหมดในระบบสามารถสื่อสารกันได้อย่างรัดกุม เชื่อถือได้ และเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ผลิตแต่ละราย ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อบริษัทต่างๆ หันมาใช้โมเดลมาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้ไฮโดรเจนสีเขียวมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการประหยัดต้นทุนในการดำเนินงานแล้ว ยังมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์เมื่อเข้าสู่ตลาดหรือริเริ่มโครงการใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นด้วย
การดำเนินโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตร รวมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญจากเยอรมนีและนานาประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในภาคไฮโดรเจนสีเขียวและพลังงานจะช่วยเปิดโอกาสในการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรม ปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างไร
โครงการ International Hydrogen Ramp-up Programme (H2Uppp) ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWE) และดำเนินงานโดย GIZ ส่งเสริมการพัฒนาโครงการและตลาดไฮโดรเจนสีเขียวในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเกิดใหม่ภายในแผนกลยุทธ์ไฮโดรเจนแห่งชาติของเยอรมนี ผ่านการส่งเสริมการลงทุนในโครงการต่างๆ และการขยายขอบเขตตลาดไฮโดรเจนทั่วโลกภายใต้โครงการดังกล่าว กระทรวง BMWE ช่วยตอบสนองความต้องการไฮโดรเจนสีเขียวของประเทศเยอรมนีและทวีปยุโรปในอนาคต และในขณะเดียวกันได้ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมไฮโดรเจนสีเขียวและ PtX ทั่วโลกอีกด้วย







