ข่าว

GIZ และพันธมิตรลงพื้นที่เยือนจังหวัดเชียงราย มุ่งยกระดับภาคการปลูกข้าวของไทยให้เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ

08 ธ.ค. 2567

GIZ และหน่วยงานภาคีร่วมอภิปรายถึงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย
  • GIZ นำโดยคุณทอร์สเทน เชเฟอร์ กึมเบล ประธานคณะกรรมการบริหารพร้อมด้วยคณะภาคี ลงพื้นที่เยือนจังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนแนวทางการปลูกข้าวในประเทศไทยให้มีความเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ และเป็นแบบอย่างในการทำเกษตรด้วยการใช้เทคโนโลยี
  • ระหว่างการลงพื้นที่ภาคสนาม GIZ และคณะฯ ได้พูดคุยกับชุมชนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อสอบถามความคืบหน้าของการดำเนินงานสู่แนวทางการปลูกข้าวที่ยั่งยืน  
  • GIZ และคณะผู้บริหารจากกลุ่มภาคีร่วมการประชุมโต๊ะกลมระหว่างผู้บริหารเพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการขยายแนวทางการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยอย่างทั่วถึง
ช่วงเดือนสิงหาคม คุณทอร์สเทน เชเฟอร์ กึมเบล ประธานคณะกรรมการบริหาร GIZ เดินทางมายังประเทศไทยด้วยพันธกิจสำคัญหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการลงพื้นที่ภาคสนามที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานการปลูกข้าวที่ยั่งยืน โดยมีภาคีหลักจาก 3 หน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งกิจกรรมหลักของการลงพื้นที่ร่วมกันในครั้งนี้คือการประชุมโต๊ะกลมระดับผู้บริหารที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย การลงพื้นที่ภาคสนามในช่วงเช้าเริ่มด้วยการเยี่ยมชมแปลงนาสาธิตของเกษตรกรที่อำเภอพาน โดยแปลงนาเนื้อที่ 3 ไร่นี้ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตรที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น การปรับพื้นที่แปลงนาด้วยระบบเลเซอร์ โดยได้รับการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีจากกรมการข้าว GIZ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง จากการประยุกต์ใช้แนวทางดังกล่าว แปลงนาแห่งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตข้าวที่ดีขึ้น แต่เกษตรกรยังสามารถปลูกพืชอื่น ๆ เช่น ฟักทอง หลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวสิ้นสุดลงได้อีกด้วย
GIZ และหน่วยงานภาคีเยี่ยมชมแปลงนาสาธิตเกษตรกร ณ อำเภอพาน
ดร.นานา คึนเคล จาก GIZ (ที่สองจากซ้ายมือ) และ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว (ขวามือ) ถ่ายภาพร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่

จากนั้น คณะภาคีได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรไม้หมอนฟาร์ม” ณ อำเภอพาน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้เป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้นแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยกลุ่มไม้หมอนฟาร์มเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรหญิงได้ทำงานร่วมกันและหารายได้เสริมนอกเหนือจากการเกษตรแบบดั้งเดิม ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นอย่างมาก แม่บ้านเกษตรกรกลุ่มนี้เชี่ยวชาญในการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรท้องถิ่น เช่น การนำสมุนไพรซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในจังหวัดเชียงรายมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพรแห้ง ในระหว่างการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะภาคีและกลุ่มเกษตรกรหญิงรายย่อยได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน รวมถึงเสวนาเรื่องการพัฒนาที่สามารถทำได้ในอนาคต และกลุ่มเกษตรกรหญิงต้องการได้รับการสนับสนุนในรูปแบบใดต่อไป    

คณะภาคีพร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านไม้หมอนฟาร์ม
ตัวแทนจากกรมส่งเสริมการเกษตรและจากกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านไม้หมอนฟาร์ม

การลงพื้นที่เพื่อพบปะกลุ่มเกษตรกรจากทั้งสองแห่งนี้ มุ่งสร้างความเข้าใจและสนับสนุนความพยายามในการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวของประเทศไทยให้เป็นแบบอย่างของการเกษตรที่ปรับตัวเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไม่เพียงแต่เน้นแนวทางนำร่องที่ส่งเสริมวิถีการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยเท่านั้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่่ให้เกษตรกรทุกเพศมีส่วนร่วม ตลอดจนการฟื้นฟูและปรับปรุงระบบนิเวศ ป่าไม้ และความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย

กิจกรรมและโครงการทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนได้ด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทยด้วยการสร้างระบบการปลูกข้าวที่ยั่งยืนและมีความเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ได้สนับสนุนการดำเนินงานของ GIZ ผ่านโครงการ develoPPP โดย GIZ ประจำประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มโครงการด้านการเกษตรในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับภาคีจากภาครัฐและภาคเอกชนหลากหลายองค์กรมานานกว่าสิบปี

ก่อนการลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายจะสิ้นสุดลง หน่วยงานภาคีที่สำคัญจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมประชุมโต๊ะกลมระดับผู้บริหารและร่วมอภิปรายในหัวข้อ “การรวมตัวภาคีเพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ภาคการเกษตรในประเทศไทย เพื่อการปลูกข้าวไทยที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ” เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของการปลูกข้าวในประเทศไทย    

คุณทอร์สเทน เชเฟอร์ กึมเบล ในการประชุมโต๊ะกลมระดับผู้บริหาร

คุณทอร์สเทน เชเฟอร์ กึมเบล ชูประเด็นความสำคัญของการทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านของภาคการเกษตรในวงกว้าง พร้อมกล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนประเทศไทยและได้พบปะกับภาคีจากภาครัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการปลูกข้าวไทยไปสู่การผลิตที่เป็นมิตรและเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าโครงการนำร่องและผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลนั้นสามารถยกระดับให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ได้ และเราจะสามารถเปลี่ยนการปลูกข้าวและขยายไปสู่ภาคการเกษตรอื่น ๆ ในวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร”

ประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายในการปลูกข้าว หนึ่งในนั้นคือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำการเกษตรให้มีความยั่งยืนและเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศนี้จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนมากกว่าในอดีต กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมมือกับ GIZ ด้วยความตั้งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยคุณพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พร้อมกล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสร้างระบบอาหารในประเทศไทยให้มีความมั่นคงทางอาหาร ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของคนทุกเพศในภาคการเกษตร โดยความร่วมมือกับ GIZ ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การขยายวิถีการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศและการเกษตรเชิงฟื้นฟู อีกทั้งส่งเสริมแนวคิดการเติบโตที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ ไปพร้อมกับการเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้”

คุณพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

อีกหนึ่งภาคีสำคัญที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้คือ กรมการข้าว โดยกรมการข้าวได้มุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าว การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกับ GIZ ในการบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้   

ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว

ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวเสริมถึงความสำคัญของความร่วมมือนี้เช่นกันว่า “กรมการข้าวกำลังดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการปลูกข้าวในประเทศไทยให้มีความยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบนี้เกิดขึ้นได้ ทางกรมฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ GIZ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ รวมถึงองค์ความรู้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รักษาความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม และขยายเครือข่ายตลาดสำหรับข้าวที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ”

คุณวิชัย ปักษา ผู้อำนวยการสำนักกิจการระหว่างประเทศ ธ.ก.ส.

คุณวิชัย ปักษา ผู้อำนวยการสำนักกิจการระหว่างประเทศ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือกันในการช่วยให้เกษตรกรก้าวผ่านอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี และมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนทางการเงิน โดย ธ.ก.ส. และ GIZ ได้พัฒนาโครงการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญให้แก่เจ้าหน้าที่ในการรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่จะนำไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรต่อในภายหลัง โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะให้ความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศแก่เกษตรกรไทยเท่านั้น แต่ยังเสริมทักษะที่จำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกับ GIZ นี้ ธ.ก.ส. มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในกลุ่มเปราะบาง พร้อมสนับสนุนทางการเงินควบคู่ไปกับการแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือจากหลายหน่วยงานภาคีได้เน้นย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันในการรับมือกับความท้าทายที่ภาคการผลิตข้าวของไทยกำลังเผชิญอยู่ ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ ประเทศไทยจึงจะมีความพร้อมที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านการเกษตรที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและต่อสิ่งแวดล้อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

สริดา คณานุศิษฎ์
โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (ISRL)    
โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Strengthening Climate-Smart Rice Farming: Thai Rice GCF)
อีเมล: sarida.khananusit(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)