- GIZ ประจำประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการในรูปแบบไฮบริดภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศไทย”
- ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญจาก สศช. และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัด (สพจ.) จากทั่วประเทศ
- งานสัมมนาเชิงวิชาการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมงานได้อภิปรายกระตุ้นความคิดและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในประเทศไทย
วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดงานสัมมนาวิชาการรูปแบบไฮบริดในหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศไทย” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 30 คน ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ อาคาร 4 สศช. และอีกกว่า 140 คนผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญจาก สศช. และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัด (สพจ.) ทั่วประเทศไทย
“จุดประสงค์ของงานสัมมนาในวันนี้คือเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านได้รับความรู้ แนวคิด และประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับผู้เชี่ยวชาญจาก GIZ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ที่ได้จากงานสัมมนาวิชาการนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาจาก สศช. และสพจ. ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเทรนด์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานต่อไป” คุณภาวินา อัสวมณีกุล รักษาการแทนรองเลขาธิการฯ สศช. กล่าว
คุณจารุกาญจน์ ราษฎร์ศิริ ผู้อำนวยการและผู้ประสานงานกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และการขนส่ง GIZ ประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมบรรยายแนะนำประวัติ ความเป็นมา และภาพรวมโครงการความร่วมมือของ GIZ ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ คุณจารุกาญจน์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานสัมมนาวิชาการดังกล่าวในการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจาก GIZ ประจำประเทศไทย และได้บ่มเพาะความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านพลังงานรอบโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต
คุณธชทัต คูวรากุล หัวหน้ากลุ่มงานแผนงานพลังงานหมุนเวียน โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) และคุณณัฐวัฒน์ สุวัฒนพงษ์ธาดา ที่ปรึกษาด้านพลังงานจากโครงการพลังงานสะอาด เข้าถึงได้ และมั่นคงสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CASE) เริ่มต้นช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านบรรยายในหัวข้อ “แรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน” เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับภาคส่วนพลังงานประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมไปถึงความรู้เรื่องระบบพลังงานในบริบทของประเทศไทย ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานในไทย รวมถึงเทรนด์และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ในช่วงท้ายการบรรยาย วิทยากรได้นำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้สมดุลสามประการ (Energy Trilemma) ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความเท่าเทียมด้านพลังงาน และความยั่งยืนด้านพลังงาน ซึ่งจะช่วยทำขับเคลื่อนให้เกิดสมดุลในการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม
ในหัวข้อบรรยาย “นโยบายและการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศเยอรมนี สหภาพยุโรป อาเซียน และประเทศไทย” คุณซาช่า อ้อปโปว่า ผู้อำนวยการโครงการ CASE ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านทิศทางนโยบาย เศรษฐกิจ และเทรนด์ที่เอื้อต่อการใช้พลังงานหมุนเวียนและการลดการปล่อยคาร์บอนในสหภาพยุโรป ทั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 80 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573 การลดอัตราค่าไฟในภูมิภาคในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นต้น
คุณภัทร์ พุ่มชาวสวน ผู้จัดการโครงการด้านเทคโนโลยีและนโยบายของกลุ่มงานพลังงานหมุนเวียน โครงการ TGC EMC เชื่อมโยงประเด็นเข้าสู่บริบทของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นผ่านหัวข้อ “นโยบายพลังงานในภูมิภาคอาเซียน” โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพัฒนาการเชิงนโยบาย กลยุทธ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในบริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อัตราการบริโภคพลังงานโดยรวมทั่วทั้งภูมิภาค ภาพรวมการพัฒนาในภาคส่วนพลังงาน โครงการ ASEAN Power Grid ต่าง ๆ การพัฒนาโครงสร้างและเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงกลยุทธ์และนโยบายคาร์บอนเครดิตภายในภูมิภาค และอื่น ๆ
คุณสุชาติ คล้ายแก้ว ที่ปรึกษาพลังงานอาวุโสจากโครงการนวัตกรรมภูมิภาคเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (IKI JET) บรรยายเจาะลึกลงไปในหัวข้อ “การปฏิรูปภาคส่วนพลังงานผ่านการกระจายอำนาจเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” โครงสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม (Just Energy Transition Framework) ที่สนับสนุนใช้พลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานฟอสซิลในประเทศไทย กระบวนการลดการปล่อยคาร์บอนทั่วทั้งประเทศ มีแนวทางการจัดการตลาดพลังงานไฟฟ้าหลายรูปแบบที่สามารถนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายในประเทศได้ นอกจากนั้น คุณสุชาติยังพูดถึงการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าขายปลีกและการปฏิรูปตลาดพลังงานผ่านพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความผันผวน (Variable Renewable Energy: VRE) ในฐานะหนึ่งในแนวทางที่มีส่วนช่วยผลักดันการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในประเทศไทย
ในช่วงท้าย ดร.ปราโมทย์ ผึ้งจินดา และคุณชาติชนิส เกษมวงศ์ ที่ปรึกษาด้านเทคนิคอาวุโส โครงการ International Hydrogen Ramp-up Programme (H2Uppp) ร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “เทคโนโลยีสำหรับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนพลังงาน: เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเทคโนโลยีเปลี่ยนผันพลังงานเป็นอื่น (Power-to-X: PtX)” โดยนำเสนอเทคโนโลยีและนโยบายพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทย พร้อมเจาะลึกไปที่เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสะอาดและเทคโนโลยี PtX ในฐานะเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเติบโตขึ้นมามีบทบาทในช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความยั่งยืนในหลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการขนส่ง
นอกเหนือจากการให้ความรู้โดยวิทยากรจาก GIZ ประจำประเทศไทยแล้ว งานสัมมนายังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานจาก สศช. และ สพจ. ร่วมพูดคุยกับวิทยากรในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นความคิดและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเส้นทางของประเทศสู่เป้าหมายด้านพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความเป็นกลางทางคาร์บอน